← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เอ็ดเวิร์ด ชิลส์ นักสังคมวิทยาผู้ทรงอิทธิพลและผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาชน

สรุปใจความสำคัญ

  • เอ็ดเวิร์ด ชิลส์ เป็นศาสตราจารย์ผู้ทรงเกียรติที่มหาวิทยาลัยชิคาโกและเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านแนวคิดของแมกซ์ เวเบอร์
  • เขาได้รับรางวัลบัลซาน (Balzan Prize) ในปี 1983 และได้รับเลือกให้กล่าวปาฐกถาเจฟเฟอร์สันในปี 1979
  • เขาเสนอทฤษฎีเรื่อง 'ศูนย์กลางความศักดิ์สิทธิ์' (Sacred Center) และ 'บารมีปกติ' (Normal Charisma) เพื่ออธิบายระเบียบทางสังคม

เอ็ดเวิร์ด ชิลส์ (1 กรกฎาคม 1910 – 23 มกราคม 1995) เป็นศาสตราจารย์ผู้ทรงเกียรติในคณะกรรมการด้านความคิดทางสังคม (Committee on Social Thought) และสาขาสังคมวิทยาที่มหาวิทยาลัยชิคาโก เขาเป็นนักสังคมวิทยาที่มีอิทธิพลอย่างมาก โดยเป็นที่รู้จักจากการวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาชนและความสัมพันธ์ระหว่างปัญญาชนกับอำนาจและนโยบายสาธารณะ

ผลงานของเขาได้รับการยกย่องอย่างสูง โดยในปี 1983 เขาได้รับรางวัลบัลซาน (Balzan Prize) และในปี 1979 เขาได้รับเลือกจากสภาแห่งชาติว่าด้วยมนุษยศาสตร์ให้กล่าวปาฐกถาเจฟเฟอร์สัน (Jefferson Lecture) ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดที่รัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกา มอบให้สำหรับความสำเร็จทางปัญญาที่โดดเด่นในด้านมนุษยศาสตร์

การศึกษาและจุดเริ่มต้นทางวิชาการ

ชิลส์เติบโตในฟิลาเดลเฟีย แม้ว่าเขาจะสอนในสาขาสังคมวิทยาและความคิดทางสังคม แต่เขากลับไม่มีปริญญาอย่างเป็นทางการในสาขาเหล่านี้ โดยปริญญาตรีของเขาจากมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียเป็นสาขาวรรณกรรมฝรั่งเศส

เขาได้รับความสนใจจาก หลุยส์ เวิร์ธ (Louis Wirth) นักสังคมวิทยาชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยชิคาโก ซึ่งจ้างเขาเป็นผู้ช่วยวิจัย หลังจากนั้น ชิลส์ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นอาจารย์ที่โดดเด่นในด้านสังคมวิทยา ด้วยความรู้ที่กว้างขวางในวรรณกรรมของหลากหลายวัฒนธรรมและสาขาวิชา เขาจึงสามารถสอนได้ทั้งสังคมวิทยา ปรัชญาสังคม วรรณกรรมอังกฤษ ประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์จีน และวิชาอื่นๆ อีกมากมาย

เส้นทางอาชีพและผลงานทางวิชาการ

ชิลส์เป็นผู้เชี่ยวชาญในแนวคิดของ แมกซ์ เวเบอร์ (Max Weber) โดยเขาได้แปลผลงานของเวเบอร์และคาร์ล มานไฮม์ (Karl Mannheim) เป็นภาษาอังกฤษ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้ปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพอังกฤษและสำนักงานบริการยุทธศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา (OSS)

เมื่อกลับมายังชิคาโก เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นรองศาสตราจารย์ในปี 1947 และศาสตราจารย์ในปี 1950 ต่อมาในปี 1971 เขาได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ผู้ทรงเกียรติ (Distinguished Service Professor)

ความร่วมมือระดับนานาชาติ

ชิลส์ดำรงตำแหน่งทางวิชาการในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งทั่วโลก เช่น:

  • เป็นผู้อ่านด้านสังคมวิทยาที่ London School of Economics (1946–1950)
  • เป็นสมาชิก (Fellow) ของ King's College, Cambridge (1961–1970) และ Peterhouse, Cambridge (1970–1978)
  • เป็นศาสตราจารย์กิตติมศักดิ์ด้านมานุษยวิทยาสังคมที่มหาวิทยาลัยลอนดอน (1971–1977)
  • เป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยไลเดน (University of Leiden) (1976–1977)

เขาพยายามที่จะเชื่อมโยงประเพณีการวิจัยของสังคมวิทยาเยอรมันและอเมริกันเข้าด้วยกัน และได้ดึงดูดนักวิชาการชั้นนำจากยุโรปให้มาสอนที่มหาวิทยาลัยชิคาโก

แนวคิดและทฤษฎีทางสังคมวิทยา

เอ็ดเวิร์ด ชิลส์ ศึกษาว่าองค์ประกอบทางพิธีกรรมและความศักดิ์สิทธิ์ยังคงมีอยู่ในสังคมสมัยใหม่ที่แยกโลกทางธรรมออกจากโลกทางโลก (Secular Societies) โดยได้รับอิทธิพลจากแนวคิดของ เอมิล เดอร์ไกม์ (Emile Durkheim) และแมกซ์ เวเบอร์

แม้ว่าเขาจะเคยทำงานร่วมกับ ทัลคอตต์ พาร์สันส์ (Talcott Parsons) ในช่วงต้นทศวรรษ 1950 แต่ในเวลาต่อมา ชิลส์ได้วิจารณ์ทฤษฎีระบบที่เป็นนามธรรมของพาร์สันส์ และหันมาให้ความสำคัญกับ สัญลักษณ์ ค่านิยม และอารมณ์ มากขึ้น

แนวคิดเรื่อง "ศูนย์กลางความศักดิ์สิทธิ์" และ "บารมีปกติ"

ชิลส์เสนอว่าทุกสังคมมี "ศูนย์กลางความศักดิ์สิทธิ์" (Sacred Center) ซึ่งเป็นตัวแทนของค่านิยมหลักและอัตลักษณ์ร่วมของสังคมนั้นๆ โดยศูนย์กลางนี้ไม่ใช่สถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มักเชื่อมโยงกับกลุ่มชนชั้นนำ สถาบัน และประเพณีทางวัฒนธรรม

นอกจากนี้ เขายังพัฒนาแนวคิดเรื่อง "บารมีปกติ" (Normal Charisma) โดยเสนอว่าบารมีไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้นำการปฏิวัติเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับอำนาจทางการเมืองที่จัดตั้งขึ้นแล้ว ซึ่งช่วยสนับสนุนและสร้างความชอบธรรมให้กับระเบียบทางสังคม

ชีวิตส่วนตัวและความสัมพันธ์

ชิลส์แต่งงานกับไอรีน โคลต์แมน (Irene Coltman) นักประวัติศาสตร์ในอังกฤษเมื่อปลายปี 1951 ทั้งคู่มีบุตรชายหนึ่งคนก่อนจะหย่าร้างกัน ชิลส์เสียชีวิตในเดือนมกราคม 1995

ชิลส์มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกับ ซอล เบลโลว์ (Saul Bellow) เพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยชิคาโก โดยชิลส์ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาและบรรณาธิการให้เบลโลว์ ซึ่งส่งผลให้ตัวละครในนวนิยายหลายเรื่องของเบลโลว์ได้รับแรงบันดาลใจจากชิลส์ แม้ว่าในช่วงแรกจะถูกบรรยายในแง่บวก แต่ในนวนิยายเรื่อง Ravelstein ตัวละครที่อ้างอิงจากชิลส์กลับถูกนำเสนอในแง่ลบอย่างรุนแรงหลังจากที่ทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ร้าวฉาน

คำถามที่พบบ่อย

เอ็ดเวิร์ด ชิลส์ คือใคร?

เขาเป็นนักสังคมวิทยาผู้ทรงอิทธิพลชาวอเมริกัน ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยชิคาโก ผู้เชี่ยวชาญด้านบทบาทของปัญญาชนและทฤษฎีของแมกซ์ เวเบอร์

ผลงานที่โดดเด่นที่สุดของเอ็ดเวิร์ด ชิลส์ คืออะไร?

การวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของปัญญาชนในสังคม และการพัฒนาแนวคิดเรื่อง 'ศูนย์กลางความศักดิ์สิทธิ์' และ 'บารมีปกติ' เพื่ออธิบายการรักษาความมั่นคงของระเบียบทางสังคมในสังคมสมัยใหม่

ชิลส์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับนักเขียน ซอล เบลโลว์?

เขาเป็นทั้งที่ปรึกษาและแบบอย่างให้กับซอล เบลโลว์ ซึ่งตัวละครในนวนิยายหลายเรื่องของเบลโลว์ได้รับแรงบันดาลใจจากชิลส์ แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเปลี่ยนจากความชื่นชมเป็นความขัดแย้งในเวลาต่อมา