← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อักษรไฮโรกลิฟิกของอียิปต์ ความลับของรหัสลับโบราณ

สรุปใจความสำคัญ

  • อักษรไฮโรกลิฟิกเป็นระบบการเขียนที่ผสมผสานทั้งอักษรภาพและอักษรแทนเสียง
  • เป็นบรรพบุรุษของอักษรฟีนิเชียน ซึ่งส่งผลต่อระบบการเขียนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน
  • ถูกถอดรหัสได้สำเร็จในทศวรรษที่ 1820 โดย ฌอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง โดยใช้หินโรเซตตา
  • เป็นหนึ่งในสี่ระบบการเขียนที่ถูกพัฒนาขึ้นอย่างเป็นอิสระในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

อักษรไฮโรกลิฟิก (Egyptian hieroglyphs) เป็นระบบการเขียนแบบทางการที่ใช้ในอียิปต์โบราณเพื่อบันทึกภาษาอียิปต์ โดยเป็นระบบที่ผสมผสานระหว่าง อักษรภาพ (ideographic), อักษรแทนเสียง (logographic), อักษรพยางค์ (syllabic) และ อักษรตัวอักษร (alphabetic) ซึ่งมีตัวอักษรที่แตกต่างกันมากกว่า 1,000 ตัว

ตัวอย่างอักษรไฮโรกลิฟิกของอียิปต์
ตัวอย่างการเขียนอักษรไฮโรกลิฟิกที่ปรากฏบนโบราณวัตถุ

ประวัติและการวิวัฒนาการ

เชื่อกันว่าอักษรไฮโรกลิฟิกเป็นหนึ่งในสี่ระบบการเขียนที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยไม่มีอิทธิพลจากภายนอก (ร่วมกับอักษรคูนิฟอร์มของเมโสโปเตเมีย, อักษรจีน และอักษรมายา) โดยเริ่มพัฒนามาจากระบบสัญลักษณ์ในยุคสำริดตอนต้น ประมาณศตวรรษที่ 33 ก่อนคริสตกาล

จุดเริ่มต้นและการเติบโต

ประโยคแรกที่สามารถถอดความได้ในภาษาอียิปต์ถูกพบในสุสานของ Seth-Peribsen ในราชวงศ์ที่ 2 (ประมาณศตวรรษที่ 28 ก่อนคริสตกาล) ในช่วงอาณาจักรกลาง ระบบนี้ได้กลายเป็นระบบการเขียนที่สมบูรณ์แบบซึ่งใช้สำหรับการจารึกบนอนุสาวรีย์ โดยใช้เครื่องหมายประมาณ 900 ตัว

การเสื่อมถอยและการสูญหาย

การใช้งานอักษรไฮโรกลิฟิกดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงยุคโรมัน (ศตวรรษที่ 4) แต่ในศตวรรษที่ 5 การปิดตัวของวิหารนอกรีตทั่วอียิปต์ภายใต้การปกครองของโรมันส่งผลให้ผู้ที่สามารถอ่านและเขียนได้ (อาลักษณ์) ได้สูญหายไป ทำให้ความสามารถในการถอดรหัสอักษรนี้หายไปจากโลกเป็นเวลาหลายศตวรรษ

การถอดรหัสและความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ตลอดช่วงยุคกลางและยุคสมัยใหม่ตอนต้น นักวิชาการและนักล่าสมบัติพยายามถอดรหัสภาษาอียิปต์โดยอาศัยความคล้ายคลึงกันระหว่างภาษาคอปติกและอักษรไฮโรกลิฟิก แต่ความสำเร็จในการถอดรหัสเกิดขึ้นในทศวรรษที่ 1820 โดย ฌอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง (Jean-François Champollion) โดยได้รับความช่วยเหลือจาก หินโรเซตตา (Rosetta Stone) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราสามารถเข้าใจประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณได้อีกครั้ง

ความเชื่อมโยงกับภาษาในปัจจุบัน

อักษรไฮโรกลิฟิกเป็นบรรพบุรุษของอักษรฟีนิเชียน ซึ่งเป็นระบบการเขียนแบบสัทอักษร (phonetic writing system) ระบบแรกที่ถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลาย และเนื่องจากอักษรฟีนิเชียนได้พัฒนาไปเป็นอักษรกรีกและอราเมอิก ทำให้ระบบการเขียนส่วนใหญ่ในโลกปัจจุบัน รวมถึงอักษรละตินและซีริลลิก รวมถึงอักษรอาหรับและพราหมณ์ ล้วนมีรากฐานมาจากอักษรไฮโรกลิฟิกของอียิปต์

นิรุกติศาสตร์

คำว่า hieroglyph มาจากภาษากรีกโบราณ hieroglyphikos ซึ่งหมายถึง "การแกะสลักที่ศักดิ์สิทธิ์" (มาจากคำว่า hierós ที่แปลว่าศักดิ์สิทธิ์ และ glýphō ที่แปลว่าแกะสลัก) ซึ่งตรงกับคำภาษาอียิปต์ว่า mdw.w-nṯr ที่แปลว่า "ถ้อยคำของพระเจ้า"

คำถามที่พบบ่อย

อักษรไฮโรกลิฟิกคืออะไร?

เป็นระบบการเขียนแบบทางการของอียิปต์โบราณที่ใช้สัญลักษณ์ภาพเพื่อแทนคำ เสียง หรือแนวคิด โดยมีตัวอักษรมากกว่า 1,000 ตัว

ใครเป็นผู้ถอดรหัสอักษรไฮโรกลิฟิก?

ฌอง-ฟรองซัว ชองโปลิยง เป็นผู้ถอดรหัสได้สำเร็จในทศวรรษที่ 1820 โดยใช้หินโรเซตตาเป็นเครื่องมือสำคัญ

ทำไมความสามารถในการอ่านอักษรไฮโรกลิฟิกถึงหายไป?

เนื่องจากการปิดวิหารนอกรีตในยุคโรมันช่วงศตวรรษที่ 5 ทำให้เหล่าอาลักษณ์ผู้มีความรู้ในอักษรนี้สูญหายไป และไม่มีการสืบทอดความรู้ต่อ