← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Encyclopédie Méthodique สารานุกรมฉบับปรับปรุงตามหมวดหมู่ความรู้

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นการปรับปรุงสารานุกรมของ Diderot และ d'Alembert โดยเปลี่ยนจากการจัดเรียงตามตัวอักษรมาเป็นแบบจัดตามหมวดหมู่ความรู้
  • ใช้เวลาในการตีพิมพ์ยาวนานถึง 50 ปี (ค.ศ. 1782 - 1832)
  • ประกอบด้วยเนื้อหาจำนวนมหาศาลถึง 124,210 หน้า และภาพประกอบ 6,439 ภาพ
  • ประสบปัญหาในการใช้งานจริงเนื่องจากไม่ได้ตีพิมพ์ส่วนดัชนีค้นหา (Vocabulaire Universel) ทำให้ค้นหาข้อมูลได้ยาก

Encyclopédie méthodique par ordre des matières (หรือ 'สารานุกรมเชิงระเบียบวิธีตามลำดับหมวดหมู่') เป็นผลงานทางวิชาการขนาดมหึมาที่ตีพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1782 ถึง 1832 โดยสำนักพิมพ์ชาวฝรั่งเศส Charles Joseph Panckoucke พร้อมด้วยลูกเขยของเขา Henri Agasse และภรรยาของลูกเขย Thérèse-Charlotte Agasse

หน้าปกของ Encyclopédie Méthodique เล่ม 1 ปี 1782
หน้าปกของ Encyclopédie Méthodique เล่ม 1 ซึ่งตีพิมพ์ในปี ค.ศ. 1782

การพัฒนาและโครงสร้างของผลงาน

สารานุกรมฉบับนี้เป็นการนำเนื้อหาจาก Encyclopédie ฉบับดั้งเดิมที่แก้ไขโดย Denis Diderot และ Jean le Rond d'Alembert มาปรับปรุงและขยายความ โดยเปลี่ยนจากการจัดเรียงตามตัวอักษรมาเป็นการจัดเรียงตาม สาขาวิชา (Disciplines) เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาความรู้ในหมวดหมู่เดียวกันได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น

กระบวนการจัดทำ

ทีมงานได้นำบทความจากสารานุกรมของ Diderot และส่วนเสริมต่างๆ มาแยกย่อยและมอบหมายให้บรรณาธิการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้รวบรวมและคัดกรองเนื้อหา หากหัวข้อใดมีความคาบเกี่ยวกันหลายสาขา เช่น เรื่อง 'อากาศ' ซึ่งเกี่ยวข้องกับทั้งเคมี ฟิสิกส์ และการแพทย์ บทความนั้นจะถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนตามความเหมาะสมของแต่ละหมวดหมู่

รายละเอียดการตีพิมพ์และราคา

ในตอนเริ่มต้นปี 1782 มีการเสนอรูปแบบการตีพิมพ์สามระดับ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ซื้อที่แตกต่างกัน:

  • ฉบับ 84 เล่ม
  • ฉบับ 43 เล่ม (จัดพิมพ์ 3 คอลัมน์ต่อหน้า)
  • ฉบับ 53 เล่ม (จัดพิมพ์ 2 คอลัมน์ต่อหน้า)

ราคาการสมัครสมาชิกมีการปรับขึ้นตามช่วงเวลา โดยเริ่มต้นที่ 672 livres และเพิ่มขึ้นเป็น 888 livres ในช่วงหลังปี 1783 เนื่องจากความต้องการที่สูงมาก โดยมีผู้สมัครสมาชิกถึง 4,072 ราย และต้องใช้โรงพิมพ์ถึง 25 แห่งในการผลิต

อุปสรรคและการเปลี่ยนแปลงในช่วงการผลิต

การผลิตสารานุกรมชุดนี้เผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งจากปัญหาการเงินของ Panckoucke และผลกระทบจากการปฏิวัติฝรั่งเศส ซึ่งทำให้สูญเสียผู้สมัครสมาชิกไปถึง 2,000 ราย นอกจากนี้ยังมีหัวข้อสำคัญบางอย่าง เช่น สถาปัตยกรรม วิศวกรรม และการล่าสัตว์ ที่ถูกมองข้ามไปในตอนแรก ทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างใหม่เป็น 44 ส่วน ประกอบด้วยพจนานุกรม 51 ฉบับ และเล่มเนื้อหาประมาณ 124 เล่ม

การสิ้นสุดของโครงการ

การตีพิมพ์ดำเนินต่อมาภายใต้การดูแลของ Henri Agasse และต่อด้วย Mme Agasse จนกระทั่งเสร็จสมบูรณ์ในปี 1832 โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ตีพิมพ์รวม 102 งวด (livraisons) หรือ 337 ส่วน
  • มีเล่มเนื้อหาประมาณ 166.5 เล่ม
  • มีส่วนภาพประกอบ 51 ส่วน รวมภาพทั้งหมด 6,439 ภาพ
  • จำนวนหน้ารวมทั้งหมด 124,210 หน้า

จุดแข็งและจุดอ่อนของสารานุกรม

แม้จะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ แต่ Encyclopédie méthodique ก็มีจุดอ่อนสำคัญคือ Vocabulaire Universel (พจนานุกรมสากล) ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาบทความในเล่ม ไม่ถูกตีพิมพ์ออกมา ทำให้การค้นหาข้อมูลในสารานุกรมที่มีขนาดมหึมานี้เป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง

โดยสรุปแล้ว สารานุกรมชุดนี้ถือเป็นหนึ่งในชุดหนังสือที่จัดการได้ยากที่สุดเท่าที่เคยมีการตีพิมพ์มา เนื่องจากมีการแบ่งย่อยส่วนต่างๆ และมีการเพิ่มภาคผนวกและส่วนเสริมจำนวนมากตลอดระยะเวลา 50 ปีของการผลิต

คำถามที่พบบ่อย

Encyclopédie Méthodique แตกต่างจาก Encyclopédie ฉบับดั้งเดิมอย่างไร?

ความแตกต่างหลักคือการจัดระเบียบเนื้อหา โดยฉบับดั้งเดิมจัดเรียงตามตัวอักษร แต่ Encyclopédie Méthodique จัดเรียงตามสาขาวิชาหรือหมวดหมู่ความรู้ ทำให้เนื้อหาในหมวดเดียวกันถูกรวบรวมไว้ด้วยกัน

ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการตีพิมพ์สารานุกรมชุดนี้?

เริ่มต้นโดย Charles Joseph Panckoucke และดำเนินการต่อโดย Henri Agasse และ Thérèse-Charlotte Agasse

ทำไมการค้นหาข้อมูลในสารานุกรมชุดนี้ถึงทำได้ยาก?

เนื่องจากส่วน Vocabulaire Universel ซึ่งทำหน้าที่เป็นดัชนีหลักในการเชื่อมโยงบทความทั้งหมดเข้าด้วยกัน ไม่ได้ถูกตีพิมพ์ออกมา ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถทราบตำแหน่งที่แน่นอนของบทความในแต่ละเล่มได้