Etidorhpa นิยายวิทยาศาสตร์แฟนตาซีเรื่องโลกใต้ดิน
สรุปใจความสำคัญ
- Etidorhpa เป็นการสะกดชื่อ Aphrodite ย้อนกลับ
- เนื้อเรื่องใช้แนวคิดทฤษฎีโลกกลวง (Hollow Earth) ซึ่งเป็นที่นิยมในวรรณกรรมยุคศตวรรษที่ 19
- ผู้เขียน John Uri Lloyd เป็นนักเภสัชกร ซึ่งนำความรู้ทางเภสัชวิทยามาผสมผสานในงานเขียน
- หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมสูงมากจนมีการตั้งสโมสรผู้อ่านและตั้งชื่อเด็กตามชื่อหนังสือ
Etidorhpa (หรือในชื่อเต็มว่า Etidorhpa, or, the end of the earth: the strange history of a mysterious being and the account of a remarkable journey) เป็นนิยายวิทยาศาสตร์และนิทานเปรียบเทียบทางวิทยาศาสตร์ที่เขียนโดย John Uri Lloyd นักเภสัชกรและผู้ผลิตยาจากเมืองซินซินแนติ รัฐโอไฮโอ ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1895

ความหมายและกระแสตอบรับ
คำว่า "Etidorhpa" เป็นการสะกดชื่อ Aphrodite (อโฟรไดท์) แบบย้อนกลับ ซึ่งสะท้อนถึงธีมของการพลิกผันและการค้นพบสิ่งใหม่ ในช่วงแรกหนังสือเล่มนี้ถูกเผยแพร่เป็นการส่วนตัว ก่อนที่จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนมีการพิมพ์ซ้ำถึง 18 ครั้ง และถูกแปลเป็นภาษาต่างๆ ถึง 7 ภาษา ความนิยมของหนังสือเล่มนี้ส่งผลให้เกิดการก่อตั้ง "สโมสร Etidorhpa" ในสหรัฐอเมริกา และพ่อแม่บางคนถึงกับตั้งชื่อลูกสาวว่า Etidorhpa อีกด้วย
แนวคิดหลักและเนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องถูกนำเสนอในรูปแบบของต้นฉบับที่ถูกบอกเล่าโดยสิ่งมีชีวิตลึกลับที่เรียกตัวเองว่า I-Am-The-Man ให้กับชายที่ชื่อ Llewyllyn Drury โดยการผจญภัยของ Drury นำพาเขาเดินทางผ่านถ้ำในรัฐเคนทักกีเพื่อมุ่งหน้าสู่ใจกลางโลก
ทฤษฎีโลกกลวง (Hollow Earth)
Etidorhpa จัดอยู่ในกลุ่มนิยายที่ผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์แฟนตาซี ยูโทเปีย และการคาดการณ์ทางวิทยาศาสตร์ (หรือวิทยาศาสตร์เทียม) เช่นเดียวกับผลงานที่มีชื่อเสียงอย่าง Journey to the Center of the Earth ของ Jules Verne โดยมีแนวคิดหลักคือการมีอยู่ของโลกอีกใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใจกลางโลกที่กลวงเปล่า
การผสมผสานระหว่างวิทยาศาสตร์และจิตวิญญาณ
หนังสือเล่มนี้มีการนำเสนอแนวคิดเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุเชิงปฏิบัติ, องค์กรลับของเมสัน (Masonic orders), และการก้าวข้ามขอบเขตทางกายภาพของจิตวิญญาณ โดยมีการอธิบายปรากฏการณ์ทางกายภาพ เช่น แรงโน้มถ่วงและภูเขาไฟ ผสมผสานกับจินตนาการทางจิตวิญญาณ เช่น การเดินทางผ่านดินแดนที่มีเห็ดขนาดยักษ์

บทสรุปของเรื่องราว
เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการที่ I-Am-The-Man เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 30 ปีก่อน โดยเขาถูกลักพาตัวโดยสมาชิกของสมาคมลับเนื่องจากถูกสงสัยว่าเป็นภัยต่อความลับขององค์กร เขาถูกนำตัวไปยังถ้ำในรัฐเคนทักกี และถูกนำทางโดยผู้อยู่อาศัยในถ้ำเพื่อเดินทางลึกเข้าไปในใต้ดิน ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเดินทางทางภูมิศาสตร์ แต่เป็นการเดินทางภายในจิตวิญญาณเพื่อการตื่นรู้
ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับยา
เนื่องจาก John Uri Lloyd เป็นนักเภสัชวิทยา หนังสือเล่มนี้จึงทำให้เกิดการคาดเดาว่าการใช้ยาบางชนิดอาจมีส่วนช่วยให้เกิดจินตนาการอันล้ำลึกและภาพนิมิตในนิยายเรื่องนี้ เช่น กัญชา ฝิ่น หรือเห็ดไซโลไซบิน แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานยืนยันอย่างเป็นทางการก็ตาม
คำถามที่พบบ่อย
Etidorhpa หมายถึงอะไร?
Etidorhpa คือการสะกดชื่อ Aphrodite (เทพีแห่งความรักและความงาม) แบบย้อนกลับ
นิยายเรื่องนี้มีแนวคิดหลักเกี่ยวกับอะไร?
นิยายเรื่องนี้ผสมผสานระหว่างทฤษฎีโลกกลวง (Hollow Earth), การเดินทางทางจิตวิญญาณ, และการคาดการณ์ทางวิทยาศาสตร์และแฟนตาซี
สถานที่หลักในเรื่องเกิดขึ้นที่ไหน?
ตัวละครหลักเดินทางผ่านถ้ำในรัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา เพื่อมุ่งหน้าสู่ใจกลางโลก

