หลักการ 'สิ่งที่ไม่ได้ห้าม คือสิ่งที่ทำได้' ในทางกฎหมาย
สรุปใจความสำคัญ
- หลักการ 'สิ่งที่ไม่ได้ห้าม คือสิ่งที่ทำได้' เป็นรากฐานของเสรีภาพส่วนบุคคลในระบอบประชาธิปไตย
- สำหรับหน่วยงานรัฐ มักใช้หลักการที่ตรงกันข้าม คือ 'สิ่งที่ไม่ได้อนุญาต คือสิ่งที่ห้ามทำ' เพื่อป้องกันการใช้อำนาจเกินขอบเขต
- หลักการโลตัส (Lotus principle) คือการนำหลักการนี้ไปใช้ในบริบทของกฎหมายระหว่างประเทศ
ในทางกฎหมาย มีหลักการสำคัญที่เรียกว่า "สิ่งที่ไม่ได้ห้าม คือสิ่งที่ทำได้" (Everything which is not forbidden is allowed) ซึ่งเป็นแนวคิดที่ว่าบุคคลสามารถกระทำสิ่งใดก็ได้ ตราบใดที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามไว้ หลักการนี้เป็นรากฐานของเสรีภาพส่วนบุคคลและสิทธิพลเมืองในหลายประเทศทั่วโลก
หลักการพื้นฐานและแนวคิดที่ตรงกันข้าม
หลักการนี้มักถูกนำมาเปรียบเทียบกับหลักการที่ตรงกันข้าม คือ "สิ่งที่ไม่ได้อนุญาต คือสิ่งที่ห้ามทำ" (Everything which is not allowed is forbidden) ซึ่งหมายความว่าบุคคลจะกระทำสิ่งใดได้ก็ต่อเมื่อมีกฎหมายอนุญาตให้ทำได้เท่านั้น
เซอร์ จอห์น ลอว์ส ผู้พิพากษาอาวุโสชาวอังกฤษ ได้อธิบายความแตกต่างนี้ไว้ว่า สำหรับพลเมืองทั่วไป สิ่งที่ไม่ได้ห้ามคือสิ่งที่ทำได้ แต่สำหรับหน่วยงานของรัฐและรัฐบาล สิ่งที่ไม่ได้อนุญาตคือสิ่งที่ห้ามทำ เพื่อให้การใช้อำนาจรัฐเป็นไปอย่างจำกัดและตรวจสอบได้

การปรับใช้ในกฎหมายภายในของประเทศต่างๆ
สาธารณรัฐเช็ก
รัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐเช็กในมาตรา 2 วรรค 2 และ 3 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า อำนาจรัฐจะถูกนำมาใช้ได้เฉพาะในกรณีและภายใต้ข้อจำกัดที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น และพลเมืองทุกคนสามารถทำอะไรก็ได้ที่กฎหมายไม่ได้ห้ามไว้
เยอรมนี
ในระบบกฎหมายเยอรมัน มีการคุ้มครองเสรีภาพในการกระทำทั่วไป (Allgemeine Handlungsfreiheit) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 2(1) ซึ่งรับรองว่าบุคคลมีเสรีภาพในการกระทำตราบใดที่ไม่มีกฎหมายจำกัดเสรีภาพนั้น
สหราชอาณาจักร
ในสหราชอาณาจักร เคยมีหลักการที่เรียกว่า "หลักการแรม" (Ram Doctrine) ซึ่งระบุว่ารัฐมนตรีสามารถใช้อำนาจใดๆ ที่พระมหากษัตริย์มีอำนาจกระทำได้ เว้นแต่จะมีกฎหมายห้ามไว้ อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์และถูกมองว่าไม่สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบัน
นอกจากนี้ ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แมตต์ แฮนค็อก ได้เสนอให้ประชาชน "ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เว้นแต่กฎหมายจะอนุญาตให้ทำได้" ซึ่งเป็นการพลิกกลับหลักการพื้นฐานของอังกฤษอย่างสิ้นเชิง และสร้างความกังวลให้กับนักกฎหมายด้านสิทธิมนุษยชน
สหรัฐอเมริกา
ในสหรัฐอเมริกา มีข้อจำกัดที่คล้ายคลึงกันสำหรับหน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องใช้อำนาจตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น (Dillon's rule)
หลักการในกฎหมายระหว่างประเทศ
ในกฎหมายระหว่างประเทศ หลักการนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ "หลักการโลตัส" (Lotus principle) ซึ่งระบุว่ารัฐต่างๆ มีเสรีภาพในการกระทำตราบใดที่ไม่มีข้อห้ามในกฎหมายระหว่างประเทศ
คำถามที่พบบ่อย
หลักการ 'สิ่งที่ไม่ได้ห้าม คือสิ่งที่ทำได้' หมายถึงอะไร?
หมายถึงบุคคลสามารถกระทำสิ่งใดก็ได้ ตราบใดที่ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้ามการกระทำนั้นไว้โดยชัดแจ้ง
ทำไมหน่วยงานรัฐจึงต้องใช้หลักการ 'สิ่งที่ไม่ได้อนุญาต คือสิ่งที่ห้ามทำ'?
เพื่อเป็นการควบคุมการใช้อำนาจของรัฐไม่ให้ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และให้การใช้อำนาจรัฐเป็นต้องมีฐานอำนาจทางกฎหมายรองรับเสมอ
หลักการนี้มีความสำคัญอย่างไรต่อสิทธิมนุษยชน?
หลักการนี้ช่วยรับรองว่าประชาชนจะไม่ถูกลงโทษหรือจำกัดเสรีภาพจากการกระทำที่ไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ซึ่งเป็นหลักประกันความยุติธรรมพื้นฐาน


