พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (ความสัมพันธ์ภายนอก) ค.ศ. 1936 ของไอร์แลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- ตราขึ้นเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1936 เพื่อลดบทบาทของสถาบันกษัตริย์อังกฤษในไอร์แลนด์
- ยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ (Governor-General) สำหรับกิจการภายในประเทศ
- คงไว้ซึ่งบทบาทของพระมหากษัตริย์เฉพาะในการแต่งตั้งทูตและการทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศตามคำแนะนำของรัฐบาลไอร์แลนด์
- ถูกยกเลิกในปี ค.ศ. 1949 เมื่อไอร์แลนด์ประกาศเป็นสาธารณรัฐและออกจากเครือจักรภพ
พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (ความสัมพันธ์ภายนอก) ค.ศ. 1936 (Executive Authority (External Relations) Act 1936) หรือที่รู้จักในชื่อ External Relations Act เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นโดยรัฐสภาไอร์แลนด์ (Oireachtas) และลงนามบังคับใช้เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1936 กฎหมายฉบับนี้เป็นหนึ่งในสองฉบับที่ถูกผลักดันอย่างเร่งด่วนในช่วงวิกฤตการณ์การสละราชสมบัติของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 เพื่อลดบทบาทของสถาบันกษัตริย์อังกฤษในรัฐอิสระไอร์แลนด์ (Irish Free State) ให้เหลือน้อยที่สุด
บริบททางประวัติศาสตร์และข้อกำหนดของกฎหมาย
ภายใต้รัฐธรรมนูญดั้งเดิมของรัฐอิสระไอร์แลนด์ อำนาจบริหารสูงสุดถูกกำหนดให้เป็นของพระมหากษัตริย์ โดยมีข้าหลวงใหญ่ (Governor-General) เป็นผู้ใช้อำนาจในฐานะตัวแทนของสถาบันกษัตริย์ อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งทั่วไปในปี ค.ศ. 1932 พรรคฟีอันนา ฟาล (Fianna Fáil) ภายใต้การนำของ เอมอน เดอ วาเลรา (Éamon de Valera) และกลุ่มสาธารณรัฐนิยมที่ต่อต้านองค์ประกอบของระบอบกษัตริย์ในรัฐธรรมนูญได้รับชัยชนะ ซึ่งนำไปสู่แผนการลดบทบาทและความสำคัญของพระมหากษัตริย์ในชีวิตทางการเมืองของไอร์แลนด์
เมื่อพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 ทรงลงพระปรมาภิไธยในเอกสารสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1936 รัฐสภาไอร์แลนด์ได้ฉวยโอกาสนี้ตรากฎหมาย Constitution (Amendment No. 27) Act 1936 เพื่อยกเลิกตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ ส่งผลให้อำนาจของสภาบริหารแห่งรัฐอิสระไอร์แลนด์ในกิจการภายในประเทศไม่ต้องดำเนินการในพระนามของพระมหากษัตริย์อีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศยังคงเป็นไปได้อย่างราบรื่น มาตรา 51 ของการแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวอนุญาตให้สภาบริหารสามารถใช้ "องค์กรใดๆ ที่ประเทศอื่นในเครือจักรภพใช้เป็นองค์กรทางรัฐธรรมนูญเพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายคลึงกัน" ในการดำเนินความสัมพันธ์ภายนอก ซึ่งนำไปสู่การตราพระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (ความสัมพันธ์ภายนอก) ค.ศ. 1936 ในวันถัดมา
รายละเอียดการใช้อำนาจ
พระราชบัญญัตินี้กำหนดให้การแต่งตั้งตัวแทนทางการทูตและกงสุลของรัฐอิสระไอร์แลนด์ในต่างประเทศ รวมถึงการทำข้อตกลงระหว่างประเทศ ต้องดำเนินการโดยพระมหากษัตริย์ โดยได้รับคำแนะนำจากสภาบริหารของไอร์แลนด์ ซึ่งหมายความว่าสถาบันกษัตริย์ยังคงมีบทบาทจำกัดเฉพาะในด้านความสัมพันธ์ภายนอกเท่านั้น
ข้อกำหนดในมาตรา 3(1) ระบุว่า ตราบใดที่รัฐอิสระไอร์แลนด์ยังมีความสัมพันธ์กับประเทศในเครือจักรภพ (เช่น ออสเตรเลีย แคนาดา บริเตนใหญ่ นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้) และตราบใดที่พระมหากษัตริย์ที่ประเทศเหล่านั้นยอมรับในฐานะสัญลักษณ์แห่งความร่วมมือยังคงปฏิบัติหน้าที่แทนประเทศเหล่านั้น พระมหากษัตริย์ผู้นั้นย่อมได้รับอำนาจให้ปฏิบัติหน้าที่ในนามของรัฐอิสระไอร์แลนด์สำหรับวัตถุประสงค์เดียวกันตามคำแนะนำของสภาบริหาร
พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (บทบัญญัติสืบเนื่อง) ค.ศ. 1937
เนื่องจากความเร่งรีบในการตรากฎหมายปี 1936 ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมายที่สำคัญ โดยเฉพาะในลำดับชั้นทางกฎหมายสูงสุดของไอร์แลนด์ จึงมีการตรา Executive Powers (Consequential Provisions) Act 1937 ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1937 เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เช่น การรับรองความชอบธรรมในการแต่งตั้งประธานศาลฎีกาแห่งไอร์แลนด์ (Chief Justice of Ireland) ทิโมธี ซัลลิแวน (Timothy Sullivan) และผู้พิพากษาศาลสูงอีกสามท่าน รวมถึงการรับรองการแต่งตั้งอัยการสูงสุด แพทริก ลินช์ (Patrick Lynch) และเงินบำนาญของอดีตข้าหลวงใหญ่ ดอมนัลล์ อัว บูอาคัลลา (Domhnall Ua Buachalla)
การยกเลิกกฎหมายและการเปลี่ยนผ่านสู่สาธารณรัฐ
พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (ความสัมพันธ์ภายนอก) ค.ศ. 1936 ถูกยกเลิกโดย The Republic of Ireland Act 1948 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1949 เมื่อไอร์แลนด์ประกาศเป็นสาธารณรัฐอิสระอย่างสมบูรณ์และแยกตัวออกจากเครือจักรภพแห่งประชาชาติ (Commonwealth of Nations) โดยอำนาจที่เคยเป็นของพระมหากษัตริย์ถูกโอนย้ายไปอยู่ที่ประธานาธิบดีแห่งไอร์แลนด์แทน
คำถามที่พบบ่อย
พระราชบัญญัติอำนาจบริหาร (ความสัมพันธ์ภายนอก) ค.ศ. 1936 มีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร?
วัตถุประสงค์หลักคือการลดบทบาทของสถาบันกษัตริย์อังกฤษในรัฐอิสระไอร์แลนด์ โดยยกเลิกอำนาจของพระมหากษัตริย์ในกิจการภายในประเทศ และจำกัดบทบาทให้เหลือเพียงการเป็นตัวแทนในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น
กฎหมายฉบับนี้มีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับวิกฤตการณ์การสละราชสมบัติของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8?
รัฐบาลไอร์แลนด์ใช้โอกาสในช่วงที่พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 สละราชสมบัติในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1936 เพื่อเร่งตรากฎหมายฉบับนี้และกฎหมายแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อตัดความสัมพันธ์เชิงอำนาจกับสถาบันกษัตริย์อังกฤษอย่างรวดเร็ว
บทบาทของพระมหากษัตริย์ภายใต้กฎหมายฉบับนี้คืออะไร?
พระมหากษัตริย์มีหน้าที่ปฏิบัติการในนามของไอร์แลนด์เฉพาะในการแต่งตั้งตัวแทนทางการทูตและกงสุล รวมถึงการลงนามในข้อตกลงระหว่างประเทศ โดยต้องได้รับคำแนะนำจากสภาบริหารของไอร์แลนด์เท่านั้น
กฎหมายฉบับนี้สิ้นสุดลงเมื่อใด?
กฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกโดย Republic of Ireland Act 1948 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 18 เมษายน ค.ศ. 1949 ซึ่งเป็นจุดที่ไอร์แลนด์เปลี่ยนสถานะเป็นสาธารณรัฐอย่างเต็มตัว
