← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2012–13 ชัยชนะประวัติศาสตร์ของวิแกน แอธเลติก

สรุปใจความสำคัญ

  • วิแกน แอธเลติก คว้าแชมป์เอฟเอคัพครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรโดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0
  • วิแกน แอธเลติก เป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพและตกชั้นจากลีกสูงสุดในฤดูกาลเดียวกัน
  • มีสโมสรเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 758 ทีม จากผู้สมัคร 833 ทีม
  • เชลซี แชมป์เก่าจากฤดูกาลก่อนหน้า ถูกคัดออกในรอบรองชนะเลิศโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้

การแข่งขัน เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2012–13 (หรือที่รู้จักในชื่อ FA Cup with Budweiser ตามข้อตกลงผู้สนับสนุน) เป็นการแข่งขันฟุตบอลถ้วยในประเทศที่สำคัญที่สุดของอังกฤษ และเป็นรายการแข่งขันแบบน็อกเอาต์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยฤดูกาลนี้ถือเป็นครั้งที่ 132 ของการจัดการแข่งขัน

โลโก้การแข่งขันเอฟเอคัพ
สัญลักษณ์ของการแข่งขันเอฟเอคัพ

ภาพรวมการแข่งขัน

ในฤดูกาลนี้มีสโมสรยื่นใบสมัครเข้าร่วมทั้งหมด 833 ทีม โดยมี 758 ทีมที่ได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขัน รอบคัดเลือกเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2012 และเข้าสู่รอบแรก (First Round Proper) ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2012

นัดชิงชนะเลิศและเหตุการณ์พลิกความคาดหมาย

นัดชิงชนะเลิศจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2013 ณ สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน เป็นการพบกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ วิแกน แอธเลติก ผลการแข่งขันปรากฏว่า วิแกน แอธเลติก สามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปได้ 1–0 คว้าถ้วยรางวัลแชมป์เอฟเอคัพได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

ชัยชนะครั้งนี้ถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในการพลิกโผครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การที่วิมเบิลดันเอาชนะลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศปี 1988 นอกจากนี้ วิแกน แอธเลติก ยังสร้างสถิติที่น่าเหลือเชื่อด้วยการเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพและตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเดียวกัน หลังจากพ่ายแพ้ต่ออาร์เซนอล 4–1 ในเกมลีกเพียงสามวันหลังคว้าแชมป์

เส้นทางการแข่งขัน

รอบคัดเลือกและรอบแรก

ทีมที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของพรีเมียร์ลีกหรือฟุตบอลลีกอังกฤษต้องผ่านรอบคัดเลือกเพื่อชิงสิทธิ์เข้าสู่รอบแรก โดยมีทีมอย่าง AFC Fylde และ Yate Town ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบหลักได้เป็นครั้งแรก

รอบสองถึงรอบหก

ในการแข่งขันรอบที่สอง เกิดเหตุการณ์ที่น่าสนใจเมื่อ แบรดฟอร์ด ซิตี้ ส่งผู้เล่นชื่อ เคอร์ติส กู้ด ลงสนามทั้งที่ไม่มีสิทธิ์ลงเล่นในเกมที่เสมอกับเบรนท์ฟอร์ด 1–1 ส่งผลให้ทีมถูกปรับแพ้ในตอนแรก แต่ภายหลังได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) และได้รับอนุญาตให้แข่งนัดรีเพลย์โดยถูกปรับเงิน 1,000 ปอนด์แทน

ในรอบต่อๆ มา ทีมจากลีกระดับต่ำกว่ายังคงสร้างผลงานได้ดี โดยเฉพาะ ลูตัน ทาวน์ ที่เป็นทีมอันดับต่ำสุดที่ยังคงอยู่ในการแข่งขันจนถึงรอบที่ห้า

รอบรองชนะเลิศและนัดชิงชนะเลิศ

รอบรองชนะเลิศมีการจับสลากโดย เอ็ดการ์ ดาวิดส์ และ เกรแฮม เลอ โซ และในรอบนี้ มิลล์วอลล์ เป็นทีมอันดับต่ำสุดที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ ก่อนที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศหลังจากเอาชนะเชลซี (แชมป์เก่า) ในรอบรองชนะเลิศ

การถ่ายทอดสดและสื่อ

ลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในประเทศอังกฤษถือครองโดยช่อง ITV และ ESPN โดยนัดชิงชนะเลิศต้องได้รับการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ภาคพื้นดิน (Terrestrial Television) ตามกฎของ Ofcom เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรับชมได้อย่างทั่วถึง

ภาพผู้ทำประตูสูงสุด
สถิติผู้ทำประตูสูงสุดในการแข่งขันเอฟเอคัพ 2012-13

คำถามที่พบบ่อย

ใครคือผู้ชนะเลิศเอฟเอคัพ ฤดูกาล 2012–13?

วิแกน แอธเลติก เป็นผู้ชนะเลิศ โดยเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1–0 ในนัดชิงชนะเลิศ

สถิติพิเศษที่วิแกน แอธเลติก ทำได้ในฤดูกาลนี้คืออะไร?

วิแกน แอธเลติก กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เอฟเอคัพและตกชั้นจากพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลเดียวกัน

เหตุการณ์ดราม่าในรอบสองของเอฟเอคัพปีนี้มีอะไรบ้าง?

แบรดฟอร์ด ซิตี้ ถูกปรับแพ้ในตอนแรกเนื่องจากส่งผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์ลงสนาม แต่ภายหลังได้รับอนุญาตให้แข่งนัดรีเพลย์หลังจากถูกปรับเงิน 1,000 ปอนด์

วิแกน แอธเลติก ได้สิทธิ์ไปเล่นยูฟ่า ยูโรปาลีก หรือไม่?

ใช่ วิแกน แอธเลติก ได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันยูฟ่า ยูโรปาลีก ในฤดูกาลถัดไปในฐานะแชมป์เอฟเอคัพ