← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ผลงานเพลงและความสำเร็จทางดนตรีของผู้เข้าแข่งขัน Fame Academy

สรุปใจความสำคัญ

  • Lemar เป็นผู้เข้าแข่งขันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในเชิงพาณิชย์ โดยมีซิงเกิลติด Top 10 ถึง 6 เพลง
  • David Sneddon ผู้ชนะซีซันแรก มีซิงเกิลเปิดตัวที่ขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต UK Singles Chart
  • ผู้เข้าแข่งขันจากรายการนี้ออกซิงเกิลติดชาร์ตทั้งหมด 28 เพลง และอัลบั้มติดชาร์ต 10 ชุด (ข้อมูลปี 2014)
  • รายการ Fame Academy ผลิตโดย BBC และออกอากาศ 2 ซีซัน ในปี 2002 และ 2004

Fame Academy เป็นรายการโทรทัศน์แนวเรียลลิตี้โชว์ของสหราชอาณาจักรที่ผลิตโดย BBC ซึ่งออกอากาศทั้งหมด 2 ซีซันในปี 2002 และ 2004 โดยมีจุดประสงค์เพื่อค้นหาและปั้นศิลปินหน้าใหม่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้น ผู้ชนะของรายการทั้งสองซีซัน ได้แก่ David Sneddon และ Alex Parks ได้รับสัญญาการบันทึกเสียงเพื่อให้สามารถออกผลงานเพลงและใช้ชีวิตในฐานะศิลปินมืออาชีพเป็นเวลาหนึ่งปี

ความสำเร็จของศิลปินผู้ชนะ

David Sneddon ผู้ชนะซีซันแรก ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วด้วยซิงเกิลเปิดตัว "Stop Living the Lie" ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 1 บนชาร์ต UK Singles Chart ในเดือนมกราคม 2003 และมีเพลงติดอันดับ Top 20 อีก 3 เพลง ต่อมาในปี 2009 Sneddon ได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักแต่งเพลงและเซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์ดนตรีรายใหญ่อย่าง Sony/ATV Music Publishing

ทางด้าน Alex Parks ผู้ชนะซีซันที่สอง มีซิงเกิลเปิดตัวชื่อ "Maybe That's What It Takes" ซึ่งสามารถขึ้นถึงอันดับ 3 บนชาร์ตเพลงในเดือนพฤศจิกายน 2003

ศิลปินและผลงานเพลงที่โดดเด่น

นอกเหนือจากผู้ชนะแล้ว ผู้เข้าแข่งขันรายอื่นยังสามารถสร้างชื่อในอุตสาหกรรมดนตรีได้ โดยเฉพาะ Lemar ซึ่งจบอันดับ 3 ในซีซันแรก และกลายเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของรายการ เขาออกซิงเกิล "Dance (With U)" ในเดือนสิงหาคม 2003 ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 2 บนชาร์ต UK Singles Chart และต่อมามีซิงเกิลติดอันดับ Top 40 อีก 10 เพลง (ในจำนวนนี้ 6 เพลงติด Top 10) นอกจากนี้เขายังออกอัลบั้มสตูดิโอ 4 ชุด โดยอัลบั้ม The Truth About Love (2006) ประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการขึ้นถึงอันดับ 3 บนชาร์ต UK Albums Chart

ผู้ชายคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้สตูลข้างไมโครโฟน
บรรยากาศการฝึกซ้อมและบันทึกเสียงของผู้เข้าแข่งขัน

ผู้เข้าแข่งขันรายอื่นที่มีผลงานติดชาร์ต ได้แก่:

  • Sinéad Quinn: รองชนะเลิศซีซันแรก เซ็นสัญญากับ Mercury Records และออกซิงเกิล "I Can't Break Down" (กุมภาพันธ์ 2003) ซึ่งขึ้นถึงอันดับ 2 และซิงเกิล "What You Need Is..." (มิถุนายน 2003) ซึ่งติดอันดับ Top 20
  • Ainslie Henderson: ซิงเกิล "Keep Me a Secret" ขึ้นถึงอันดับ 5 ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003
  • James Fox: ตัวแทนสหราชอาณาจักรในการประกวด Eurovision Song Contest 2004 ด้วยเพลง "Hold Onto Our Love" ซึ่งติดอันดับ 13 บนชาร์ต UK Singles Chart ในเดือนเมษายน 2003
ผู้ชายกำลังร้องเพลงขณะถือไมโครโฟน
การแสดงสดของผู้เข้าแข่งขันในรายการ

สถิติผลงานเพลงโดยรวม

ข้อมูล ณ เดือนมีนาคม 2014 ระบุว่าผู้เข้าแข่งขันจาก Fame Academy ได้ออกซิงเกิลที่ติดชาร์ตทั้งหมด 28 เพลง และอัลบั้มที่ติดชาร์ต 10 ชุด โดยในจำนวนซิงเกิลที่ติดอันดับ Top 20 มีทั้งหมด 20 เพลง และในนั้น 13 เพลงสามารถเข้าสู่ Top 10 ได้ ทั้งนี้ Lemar เป็นศิลปินเพียงคนเดียวที่ยังคงมีผลงานเพลงอย่างต่อเนื่อง

อัลบั้มรวมและผลงานอื่นๆ

ในตอนท้ายของทั้งสองซีซัน มีการออกอัลบั้มรวมเพลง (Compilation Album) ซึ่งประกอบด้วยเพลงคัฟเวอร์จากผู้เข้าแข่งขัน โดยอัลบั้มชุดแรกสามารถขึ้นถึงอันดับ 2 บนชาร์ต UK Compilation Chart นอกจากนี้ยังมีอัลบั้มพิเศษ Bee Gees Special ที่ออกในช่วงการออกอากาศ ซึ่งรวบรวมเพลงคัฟเวอร์ของ Bee Gees

ผู้ชายคนหนึ่งนั่งบนเก้าอี้และเล่นกีตาร์
การสร้างสรรค์ผลงานเพลงของผู้เข้าแข่งขัน

ผลงานที่ไม่ติดชาร์ต

ผู้เข้าแข่งขันบางรายได้ออกผลงานเพลงแต่ไม่สามารถติดอันดับในชาร์ตหลักได้ เช่น:

  • Malachi Cush: ออกอัลบั้ม 4 ชุด ได้แก่ Celtic Heartbeat (Where the Heart Is) (2005), Two Sides of Malachi (2007), New Day (2007) และ Timeless (2009)
  • James Fox: ออก EP ชื่อ Six Strings และอัลบั้ม Rocking Chairs and Lemonade รวมถึงซิงเกิล "Higher" ในปี 2008
  • Peter Bramere: ออกอัลบั้ม My Secret Suicide ในปี 2008
  • Alex Parks: ออกซิงเกิลดาวน์โหลด "Looking for Water" ซึ่งติดอันดับที่ 250

คำถามที่พบบ่อย

ใครคือผู้ชนะของรายการ Fame Academy?

ผู้ชนะของรายการคือ David Sneddon (ซีซัน 1) และ Alex Parks (ซีซัน 2)

ผู้เข้าแข่งขันคนใดประสบความสำเร็จมากที่สุดในด้านดนตรี?

Lemar ซึ่งจบอันดับ 3 ในซีซันแรก เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จสูงสุด โดยมีซิงเกิลติด Top 10 จำนวน 6 เพลง และมีอัลบั้มที่ติดอันดับ 3 บนชาร์ต UK Albums Chart

James Fox มีบทบาทสำคัญอย่างไรหลังจบรายการ?

James Fox ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของสหราชอาณาจักรในการประกวด Eurovision Song Contest 2004 ด้วยเพลง "Hold Onto Our Love"

อัลบั้มรวมเพลงของ Fame Academy มีลักษณะอย่างไร?

เป็นอัลบั้มที่รวบรวมเพลงคัฟเวอร์จากผู้เข้าแข่งขันในแต่ละซีซัน โดยอัลบั้มชุดแรกติดอันดับ 2 บนชาร์ต UK Compilation Chart