การศึกษาด้าน STEM สำหรับผู้หญิง ความท้าทายและโอกาสในโลกปัจจุบัน
สรุปใจความสำคัญ
- ในปี 2017 ผู้หญิงคิดเป็นเพียง 33% ของนักศึกษาในสาขา STEM ทั่วโลก
- ผู้หญิงมีส่วนร่วมในสาขาชีววิทยาและสุขภาพสูงกว่า แต่มีส่วนร่วมน้อยในวิศวกรรมศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์
- ช่องว่างทางเพศในวิชาวิทยาศาสตร์ลดลงอย่างมากในหลายประเทศ แต่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์
การศึกษาด้าน STEM (วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี, วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์) สำหรับผู้หญิง หมายถึงการส่งเสริมและการมีส่วนร่วมของเด็กหญิงและผู้หญิงในสาขาวิชาเหล่านี้ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีในโลกปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลในปี 2017 ระบุว่ามีนักศึกษาหญิงในสาขา STEM เพียง 33% เท่านั้น
องค์การยูเนสโก (UNESCO) ระบุว่าความเหลื่อมล้ำทางเพศนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การเลือกปฏิบัติ อคติ บรรทัดฐานทางสังคม และความคาดหวังที่ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาและวิชาที่ผู้หญิงเลือกเรียน โดย UNESCO เชื่อว่าการเพิ่มจำนวนผู้หญิงในสาขา STEM จะช่วยให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนได้มากขึ้น
สถานะปัจจุบันของเด็กหญิงและผู้หญิงในการศึกษา STEM
แนวโน้มโดยรวมในการศึกษา STEM

ความแตกต่างทางเพศในการศึกษา STEM ยังคงเป็นปัญหาระดับโลก ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปัจจัยทางสังคมและวัฒนธรรม เช่น บรรทัดฐานทางเพศ การเข้าถึงทรัพยากร และการขาดแคลนต้นแบบ (Role Models) ที่เป็นผู้หญิง เด็กหญิงมักจะเริ่มสูญเสียความสนใจในวิชา STEM เมื่ออายุมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นตอนต้นถึงตอนปลาย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเลือกเรียนในระดับมัธยมปลายและอุดมศึกษา
ในระดับโลก ผู้หญิงคิดเป็น 35% ของผู้สำเร็จการศึกษาในสาขา STEM โดยสัดส่วนนี้แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมจะแตกต่างกันไปตามสาขาวิชา ผู้หญิงมีสัดส่วนสูงในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสุขภาพ แต่มีสัดส่วนน้อยในวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ ฟิสิกส์ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)
ความสำเร็จในการเรียนรู้ด้าน STEM

ข้อมูลเกี่ยวกับความสำเร็จในการเรียนรู้มีความซับซ้อนและแตกต่างกันไปตามวิชา ระดับการศึกษา และภูมิภาค ในบางภูมิภาค เช่น แอฟริกาและลาตินอเมริกา ช่องว่างทางเพศในวิชาคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษายังคงกว้าง โดยที่เด็กชายมีผลการเรียนดีกว่า ในขณะที่ในรัฐอาหรับ เด็กหญิงกลับมีผลการเรียนดีกว่าเด็กชายทั้งในระดับประถมและมัธยม
โดยทั่วไป เด็กหญิงมักมีผลการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์ดีกว่าคณิตศาสตร์ และโดดเด่นในวิชาชีววิทยาและเคมี แต่ทำได้ไม่ดีเท่าในวิชาฟิสิกส์และโลกศาสตร์ นอกจากนี้ ในกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมการทดสอบ TIMSS พบว่าช่องว่างทางเพศในวิชาวิทยาศาสตร์ลดลงอย่างมาก โดยในปี 2015 มีถึง 14 จาก 17 ประเทศที่ไม่มีช่องว่างทางเพศอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมีส่วนร่วมและความสำเร็จ

UNESCO ระบุว่ามีปัจจัยที่ทับซ้อนกันหลายประการที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของผู้หญิงในการเรียนและทำงานในสาย STEM ได้แก่:
- ระดับบุคคล: ปัจจัยทางชีวภาพ ทักษะ และพฤติกรรม
- ระดับสังคม: บรรทัดฐานทางเพศ ความคาดหวังของครอบครัว และอคติในสถานศึกษา
- ระดับโครงสร้าง: การเข้าถึงทรัพยากรทางการศึกษา และการขาดแคลนผู้หญิงในตำแหน่งผู้นำในสายงาน STEM
คำถามที่พบบ่อย
STEM คืออะไร?
STEM คือกลุ่มวิชาที่ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology), วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) และคณิตศาสตร์ (Mathematics)
ทำไมผู้หญิงถึงมีส่วนร่วมในสาขา STEM น้อยกว่าผู้ชาย?
เนื่องจากปัจจัยด้านบรรทัดฐานทางสังคม อคติทางเพศ ความคาดหวังของสังคม และการขาดแคลนต้นแบบที่เป็นผู้หญิงในสายงานนี้
สาขา STEM ใดที่ผู้หญิงมีส่วนร่วมมากที่สุด?
ผู้หญิงมักมีส่วนร่วมมากที่สุดในสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสาขาที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ