← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คณะกรรมการการเงินชุดที่ 15 ของอินเดีย

สรุปใจความสำคัญ

  • จัดตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 โดยมี นันท กิโชระ สิงห์ เป็นประธาน
  • มีหน้าที่ให้คำแนะนำการจัดสรรภาษีและงบประมาณระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลรัฐของอินเดียสำหรับปี 2020-2026
  • ได้รับมอบหมายให้พิจารณาการจัดสรรงบประมาณพิเศษสำหรับด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงภายใน
  • รายงานฉบับสมบูรณ์ถูกนำเสนอต่อรัฐสภาอินเดียเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คณะกรรมการการเงินชุดที่ 15 (Fifteenth Finance Commission หรือ XV-FC) เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญของประเทศอินเดียที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2560 เพื่อทำหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดสรรภาษี (Devolution of Taxes) และประเด็นด้านการคลังอื่นๆ สำหรับระยะเวลา 5 ปีงบประมาณ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 เป็นต้นไป

ตราสัญลักษณ์หรือภาพที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการการเงินอินเดีย
ภาพประกอบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของคณะกรรมการการเงินชุดที่ 15

การจัดตั้งและองค์ประกอบ

คณะกรรมการชุดนี้ได้รับการจัดตั้งโดยรัฐบาลอินเดียภายใต้การอนุมัติของประธานาธิบดีอินเดีย โดยมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา (The Gazette of India) เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560 ตามมาตรา 280 ของรัฐธรรมนูญแห่งอินเดีย และพระราชบัญญัติคณะกรรมการการเงิน (บทบัญญัติเบ็ดเตล็ด) พ.ศ. 2494

รายนามคณะกรรมการ

  • นันท กิโชระ สิงห์ (N. K. Singh): ประธานคณะกรรมการ
  • อัจชัย นารายัน จา (Ajay Narayan Jha): กรรมการ
  • ศ. อนูป สิงห์ (Prof. Anoop Singh): กรรมการ
  • ดร. อโศก ลาฮิรี (Dr. Ashok Lahiri): กรรมการ (เดิมดำรงตำแหน่งกรรมการพาร์ทไทม์ก่อนได้รับการเลื่อนเป็นกรรมการเต็มเวลาในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2561)
  • ศ. ราเมศ จันท์ (Prof. Ramesh Chand): กรรมการพาร์ทไทม์

นอกจากนี้ ศักติกันตา ดาส (Shaktikanta Das) เคยดำรงตำแหน่งกรรมการในช่วงแรกก่อนจะลาออกในวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561 เพื่อไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางอินเดีย (Reserve Bank of India)

ภาพสมาชิกคณะกรรมการการเงิน
สมาชิกคณะกรรมการการเงินชุดที่ 15 ผู้มีบทบาทในการกำหนดทิศทางการคลังของประเทศ

การขยายระยะเวลาและการดำเนินงาน

เดิมทีคณะกรรมการมีกำหนดส่งรายงานภายในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2562 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้มีการขยายระยะเวลาการทำงานออกไปหลายครั้งเนื่องจากเหตุผลสำคัญดังนี้:

  • การปฏิรูปโครงสร้างการคลัง: เพื่อให้คณะกรรมการสามารถพิจารณาผลกระทบจากการปฏิรูปครั้งใหญ่ เช่น การยกเลิกคณะกรรมการวางแผน (Planning Commission) และการแทนที่ด้วย NITI Aayog, การนำระบบภาษีสินค้าและบริการ (GST) มาใช้ในปี พ.ศ. 2560 และการปรับเปลี่ยนปฏิทินงบประมาณ
  • การปรับปรุงข้อมูล: ความจำเป็นในการตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลทางการเงินระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นซึ่งมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา
  • ข้อจำกัดด้านการเมือง: ข้อจำกัดจากประมวลหลักจรรยาบรรณ (Model Code of Conduct) ในช่วงการเลือกตั้ง ทำให้การลงพื้นที่เยี่ยมชมรัฐต่างๆ ล่าช้า

คณะกรรมการได้นำเสนอรายงานฉบับแรกสำหรับปีงบประมาณ 2020-21 ต่อรัฐสภาในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 และส่งรายงานฉบับสมบูรณ์สำหรับช่วงปี 2021-22 ถึง 2025-26 ต่อประธานาธิบดีอินเดียเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ก่อนจะมีการนำเสนอต่อรัฐสภาในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วัตถุประสงค์และเป้าหมายหลัก

เป้าหมายสำคัญของคณะกรรมการการเงินชุดที่ 15 คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับ สหพันธรัฐนิยมแบบร่วมมือ (Cooperative Federalism) โดยมีภารกิจหลักดังนี้:

  1. การจัดสรรภาษี: ให้คำแนะนำในการแบ่งสัดส่วนรายได้จากภาษีระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลของรัฐต่างๆ อย่างเป็นธรรม
  2. คุณภาพการใช้จ่าย: ปรับปรุงคุณภาพของการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
  3. เสถียรภาพทางการคลัง: ช่วยปกป้องและรักษาเสถียรภาพทางการคลังของประเทศในระยะยาว
  4. ความมั่นคง: พิจารณาการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอและมั่นคงสำหรับด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคงภายใน

คำถามที่พบบ่อย

คณะกรรมการการเงินชุดที่ 15 ของอินเดียมีหน้าที่อะไร?

มีหน้าที่หลักในการให้คำแนะนำแก่รัฐบาลเกี่ยวกับการจัดสรรรายได้จากภาษีระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลของรัฐต่างๆ รวมถึงการกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้เงินช่วยเหลือทางการคลัง เพื่อส่งเสริมสหพันธรัฐนิยมและเสถียรภาพทางการคลังของประเทศ

ใครคือประธานของคณะกรรมการชุดนี้?

นันท กิโชระ สิงห์ (N. K. Singh) เป็นประธานคณะกรรมการการเงินชุดที่ 15

ทำไมคณะกรรมการจึงต้องขยายระยะเวลาการส่งรายงาน?

เนื่องจากมีการปฏิรูปทางการคลังครั้งใหญ่ในอินเดีย เช่น การนำระบบ GST มาใช้ และการเปลี่ยนจากคณะกรรมการวางแผนเป็น NITI Aayog รวมถึงความจำเป็นในการตรวจสอบข้อมูลที่ซับซ้อนและข้อจำกัดในช่วงการเลือกตั้ง

ระยะเวลาการให้คำแนะนำของคณะกรรมการชุดนี้ครอบคลุมปีใดบ้าง?

ครอบคลุมปีงบประมาณตั้งแต่ 1 เมษายน พ.ศ. 2563 จนถึงปีงบประมาณ 2025-26