ภูมิภาคฟิงเกอร์เลกส์ กลุ่มทะเลสาบธารน้ำแข็งในรัฐนิวยอร์ก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นกลุ่มทะเลสาบรูปนิ้วมือ 11 แห่งในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
- เกิดจากการกัดเซาะของแผ่นน้ำแข็งลอเรนไทด์ (Laurentide Ice Sheet) ในยุคควอเทอร์นารี
- ทะเลสาบเซเนกาเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดในกลุ่ม
- ทะเลสาบทั้งหมดไหลลงสู่ลุ่มน้ำเลกออนแทรีโอ (Lake Ontario drainage basin)
ฟิงเกอร์เลกส์ (Finger Lakes) คือกลุ่มทะเลสาบที่มีลักษณะยาวและแคบจำนวน 11 แห่ง วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งอยู่ในภูมิภาคฟิงเกอร์เลกส์ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พื้นที่นี้ตั้งอยู่บริเวณขอบทางตอนเหนือและรอยต่อระหว่างภูมิภาคที่ราบสูงนอร์เทิร์นแอลลิเกนี (Northern Allegheny Plateau) ซึ่งรู้จักกันในชื่อเขตนิเวศที่ราบสูงและโกรกฟิงเกอร์เลกส์ (Finger Lakes Uplands and Gorges ecoregion) และภูมิภาคที่ราบต่ำออนแทรีโอ (Ontario Lowlands) ของที่ราบต่ำเกรตเลกส์

ลักษณะทางกายภาพและชื่อเรียก
ในทางธรณีวิทยา คำว่า finger lake หมายถึงทะเลสาบที่ยาวและแคบซึ่งก่อตัวขึ้นในหุบเขาธารน้ำแข็งที่มีการกัดเซาะลึกเป็นพิเศษ (overdeepened glacial valley) ส่วนชื่อเฉพาะ Finger Lakes เริ่มมีการนำมาใช้เรียกกลุ่มทะเลสาบนี้ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยหลักฐานการตีพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่พบคือในเอกสารของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) โดย Thomas Chamberlin ในปี ค.ศ. 1883 และต่อมา R. S. Tarr ได้นำมาใช้เป็นชื่อเฉพาะอย่างเป็นทางการในเอกสารของสมาคมธรณีวิทยาแห่งอเมริกาในปี ค.ศ. 1893
ทะเลสาบในกลุ่มนี้มีความลึกเป็นอันดับต้นๆ ของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะทะเลสาบเคย์ูกา (Cayuga Lake) ซึ่งลึก 435 ฟุต (133 เมตร) และทะเลสาบเซเนกา (Seneca Lake) ซึ่งลึกถึง 618 ฟุต (188 เมตร) โดยก้นทะเลสาบทั้งสองแห่งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล แม้ว่าความกว้างของทะเลสาบทุกแห่งจะไม่เกิน 3.5 ไมล์ (5.6 กิโลเมตร) แต่ทะเลสาบเซเนกามีความยาวถึง 38.1 ไมล์ (61.3 กิโลเมตร) และมีพื้นที่รวม 66.9 ตารางไมล์ (173 ตารางกิโลเมตร) ซึ่งถือเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม
รายชื่อทะเลสาบในกลุ่มฟิงเกอร์เลกส์
ทะเลสาบทั้ง 11 แห่ง (เรียงจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออก) แบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักตามขนาดและความสำคัญ ดังนี้:
- ทะเลสาบหลัก (Major Finger Lakes): ได้แก่ ทะเลสาบเซเนกา (Seneca), เคย์ูกา (Cayuga), สกาเนเทลีส (Skaneateles), โอวาสโก (Owasco), เคอูกา (Keuka) และคานันดากัว (Canandaigua)
- ทะเลสาบรอง (Minor Finger Lakes): ได้แก่ ทะเลสาบคอนเนซัส (Conesus), เฮมล็อก (Hemlock), คานาดิซ (Canadice), โฮโนย (Honeoye) และโอทิสโก (Otisco)

ทะเลสาบทั้งหมดในกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเลกออนแทรีโอ (Lake Ontario drainage basin) อย่างไรก็ตาม มีทะเลสาบใกล้เคียงบางแห่งที่ไม่ได้ถูกนับรวม เช่น ทะเลสาบวาเนตา (Waneta) และทะเลสาบลาโมกา (Lamoka) ซึ่งบางครั้งถูกเรียกว่า "ทะเลสาบเล็บมือ" (fingernail lakes) เนื่องจากไหลลงสู่ลุ่มน้ำแม่น้ำซัสเคฮันนา (Susquehanna River watershed) นอกจากนี้ ทะเลสาบซิลเวอร์ (Silver Lake) ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยาเหมือนกับฟิงเกอร์เลกส์ แต่ถูกแยกออกเนื่องจากตั้งอยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกของแม่น้ำเจเนซี (Genesee River)
ธรณีวิทยาในยุคควอเทอร์นารีและการกำเนิด
ทะเลสาบเหล่านี้มีจุดเริ่มต้นจากลำธารที่ไหลไปทางทิศเหนือ เมื่อประมาณสองล้านปีก่อน พื้นที่นี้ถูกปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งทวีป (continental glaciers) โดยแผ่นน้ำแข็งลอเรนไทด์ (Laurentide Ice Sheet) ที่เคลื่อนตัวลงมาจากบริเวณอ่าวฮัดสัน

ในช่วงที่ธารน้ำแข็งขยายตัวสูงสุด น้ำที่ละลายใต้ธารน้ำแข็งและตัวน้ำแข็งเองได้ขยายความกว้าง ความลึก และเน้นย้ำแนวหุบเขาแม่น้ำเดิมให้กลายเป็นหุบเขาอุโมงค์ใต้ธารน้ำแข็ง (subglacial tunnel valleys) เมื่อน้ำแข็งเริ่มถดถอย เศษซากธารน้ำแข็ง (glacial debris) หรือเนินตะกอนปลายธารน้ำแข็ง (terminal moraine) ได้ทำหน้าที่เป็นเขื่อนธรรมชาติกักเก็บน้ำจนเกิดเป็นทะเลสาบ
การกัดเซาะที่รุนแรงในหุบเขาทำให้ลำธารสาขาหลายแห่งกลายเป็น "หุบเขาแขวน" (hanging valleys) ซึ่งตั้งอยู่สูงกว่าพื้นหุบเขาหลักอย่างมาก เช่น ในทะเลสาบเซเนกาและเคย์ูกา มีลำธารสาขาที่อยู่สูงกว่าพื้นหุบเขาถึง 120 เมตร (390 ฟุต)
จากข้อมูลแกนตะกอน การวิเคราะห์ชั้นหิน และการหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสี พบว่าทะเลสาบเหล่านี้เริ่มปราศจากน้ำแข็งเมื่อประมาณ 14,400 ปีก่อน (BP calendar) และเริ่มมีการสะสมของตะกอนจังหวะธารน้ำแข็ง (proglacial lake rhythmites) ระหว่าง 14,400 ถึง 13,900 ปีก่อน หลังจากนั้นจึงเกิดการสะสมของดินเหนียวสีเทาและโคลนอินทรีย์สีดำลามิเนตต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
นอกจากนี้ การศึกษาที่บริเวณ Great Gully ทางทิศตะวันออกของทะเลสาบเคย์ูกา พบหลักฐานของทะเลสาบโบราณที่ชื่อว่า ทะเลสาบกลาเชียลนาเนตต์ (Glacial Lake Nanette) ซึ่งเคยดำรงอยู่เมื่อประมาณ 50,000 ปีก่อน จนกระทั่งถูกทับถมด้วยตะกอนธารน้ำแข็งจากการรุกคืบของน้ำแข็งอีกครั้งก่อน 30,000 ปีก่อน สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าหุบเขาหินพื้นฐานที่รองรับทะเลสาบฟิงเกอร์เลกส์นั้นมีมาก่อนยุคน้ำแข็งครั้งล่าสุดและพัฒนาผ่านการกลบเกลื่อนของธารน้ำแข็งหลายระลอก

คำถามที่พบบ่อย
ทำไมถึงเรียกว่า 'ฟิงเกอร์เลกส์'?
คำว่า 'Finger Lakes' มาจากลักษณะทางกายภาพของทะเลสาบที่ยาวและแคบ วางตัวขนานกันในแนวเหนือ-ใต้ ดูคล้ายกับนิ้วมือเมื่อมองจากแผนที่
ทะเลสาบแห่งใดในกลุ่มฟิงเกอร์เลกส์ที่ลึกที่สุด?
ทะเลสาบเซเนกา (Seneca Lake) เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในกลุ่ม โดยมีความลึกถึง 618 ฟุต (188 เมตร)
ฟิงเกอร์เลกส์เกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดจากธารน้ำแข็งทวีปที่เคลื่อนตัวลงมาจากอ่าวฮัดสัน กัดเซาะหุบเขาแม่น้ำเดิมให้ลึกและกว้างขึ้น จนกลายเป็นหุบเขาอุโมงค์ใต้ธารน้ำแข็ง และเมื่อน้ำแข็งละลายและถดถอยไป จึงมีตะกอนธารน้ำแข็งทำหน้าที่เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำจนกลายเป็นทะเลสาบ
ทะเลสาบทุกแห่งในกลุ่มนี้ไหลไปที่ไหน?
ทะเลสาบทั้ง 11 แห่งเป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำเลกออนแทรีโอ (Lake Ontario drainage basin) และไหลลงสู่ทะเลสาบออนแทรีโอในที่สุด
