ฟลอปติคัล เทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลแบบผสมผสานแม่เหล็กและแสง
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นการผสมผสานระหว่างการบันทึกข้อมูลด้วยแม่เหล็กและการนำทางตำแหน่งด้วยแสง (Optical Servo)
- มีความจุ 21 MB ซึ่งสูงกว่าฟลอปปีดิสก์มาตรฐานในยุคนั้นหลายเท่า
- สามารถอ่านและเขียนฟลอปปีดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วมาตรฐานได้ในตัว
- ถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี CD-RW และ USB Flash Drive ในเวลาต่อมา
ฟลอปติคัล (Floptical) เป็นเทคโนโลยีไดรฟ์ดิสก์ประเภทหนึ่งที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเทคโนโลยีแม่เหล็ก (Magnetic) และเทคโนโลยีแสง (Optical) เพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูลบนสื่อที่มีลักษณะคล้ายกับฟลอปปีดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วมาตรฐาน ชื่อของเทคโนโลยีนี้เป็นการผสมคำระหว่างคำว่า "Floppy" และ "Optical" แม้ว่าในทางเทคนิคจะหมายถึงแบรนด์เฉพาะของระบบไดรฟ์และดิสก์ แต่ในเวลาต่อมาคำนี้ถูกนำมาใช้เรียกโดยทั่วไปสำหรับระบบใดก็ตามที่ใช้เทคนิคในลักษณะเดียวกัน

ประวัติและการพัฒนา
เทคโนโลยี Floptical ดั้งเดิมถูกประกาศในปี 1988 และเริ่มนำออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 1991 โดยบริษัท Insite Peripherals ซึ่งเป็นบริษัทที่ก่อตั้งโดย Jim Adkisson วิศวกรหลักผู้มีส่วนร่วมในการพัฒนาฟลอปปีดิสก์ขนาด 5.25 นิ้วที่ Shugart Associates ในปี 1976 โดยมีผู้ถือหุ้นหลักคือ Maxell, Iomega และ 3M
ในยุคนั้น ความจุของ Floptical ปกติจะอยู่ที่ 21 MB ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับฟลอปปีดิสก์ขนาด 3.5 นิ้วในสมัยนั้นที่มีความจุเพียง 720 KB หรือ 1.44 MB เทคโนโลยีนี้จึงถูกคาดหวังให้เป็นตัวแทนของฟลอปปีดิสก์มาตรฐาน
กลไกการทำงานทางเทคนิค
หลักการทำงานของ Floptical คือการใช้หัวอ่านและเขียนข้อมูลด้วยระบบแม่เหล็ก แต่ใช้ระบบแสงในการจัดตำแหน่ง (Alignment) ของหัวอ่าน/เขียน โดยใช้หลอด LED อินฟราเรดและเซนเซอร์ตรวจจับร่องบนแผ่นดิสก์ (รูปแบบหนึ่งของ Visual Servo) ซึ่งช่วยให้การติดตามตำแหน่งของหัวอ่านมีความแม่นยำสูงขึ้นอย่างมาก จากเดิมที่ฟลอปปีดิสก์ทั่วไปมีความละเอียด 135 แทร็กต่อนิ้ว เพิ่มขึ้นเป็น 1,250 แทร็กต่อนิ้ว

นอกจากนี้ ไดรฟ์ Floptical ยังถูกออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่น โดยมีชุดหัวอ่าน/เขียนชุดที่สองที่ทำให้สามารถอ่านและเขียนข้อมูลบนฟลอปปีดิสก์มาตรฐานขนาด 720 KB และ 1.44 MB ได้ด้วย
การออกแบบเพื่อความเข้ากันได้
เพื่อให้ทำงานร่วมกับอะแดปเตอร์โฮสต์ SCSI ได้อย่างราบรื่น ไดรฟ์ Floptical จึงถูกออกแบบให้ทำงานในฐานะฟลอปปีดิสก์มาตรฐาน ไม่ใช่ฮาร์ดดิสก์แบบถอดได้ โดยมีการเพิ่มฟีเจอร์ "Write Lockout" ในเฟิร์มแวร์เพื่อป้องกันการเขียนหรือการฟอร์แมตสื่อโดยไม่ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้สามารถปลดล็อกได้ผ่านคำสั่ง SCSI Mode Sense หรือใช้ EPROM รุ่นพิเศษที่ไม่มีฟีเจอร์นี้
การตอบรับในตลาดและคู่แข่ง
Insite ได้อนุญาตให้บริษัทต่างๆ เช่น Matsushita, Iomega และ Maxell/Hitachi นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ และได้มีการก่อตั้งสมาคมเทคโนโลยีฟลอปติคัล (Floptical Technology Association หรือ FTA) เพื่อผลักดันให้เป็นมาตรฐานใหม่
แม้จะมีความล้ำหน้า แต่ยอดขายของ Insite Floptical ทั่วโลกคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 70,000 เครื่อง โดยถูกนำไปใช้ในเวิร์กสเตชันบางรุ่น เช่น SGI Indigo และ SGI Indy ของ Silicon Graphics ส่วน Commodore International เคยพิจารณาใช้ใน Amiga 3000 แต่สุดท้ายไม่ได้บรรจุมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน
ระบบจัดเก็บข้อมูลที่คล้ายคลึงกันและคู่แข่ง
ในช่วงเวลาต่อมา มีระบบจัดเก็บข้อมูลแบบถอดได้อื่นๆ ที่มีความจุสูงขึ้นและเข้ามาแข่งขัน ได้แก่:
- Iomega Zip Drive: เปิดตัวในปี 1994 ความจุเริ่มต้น 100 MB และพัฒนาไปถึง 750 MB ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในเชิงพาณิชย์ แต่ไม่สามารถอ่านฟลอปปีดิสก์มาตรฐานได้
- Imation SuperDisk (LS-120): เปิดตัวในปี 1996 ความจุ 120 MB และรุ่นต่อมา 240 MB โดยยังคงความสามารถในการอ่านฟลอปปีดิสก์มาตรฐานได้
- Sony HiFD: เปิดตัวในปี 1998 โดยใช้พื้นฐานจาก Floptical ความจุ 150-200 MB แต่ประสบปัญหาด้านการควบคุมคุณภาพ
ท้ายที่สุด เทคโนโลยีเหล่านี้ทั้งหมดถูกแทนที่ด้วย CD-RW (Writable CD-ROM) ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 และถูกแทนที่อย่างสมบูรณ์ด้วย USB Flash Drive ในเวลาต่อมา เนื่องจากมีราคาถูกกว่า ขนาดเล็กกว่า และทำงานได้รวดเร็วกว่า
การรองรับจากระบบปฏิบัติการ
ระบบปฏิบัติการหลายตัวเคยรองรับ Floptical เช่น Microsoft Windows NT จนถึง Windows 2000 (ซึ่งมีตัวเลือกฟอร์แมต 20.8 MB ในคำสั่ง FORMAT) แต่ใน Windows XP และรุ่นที่ใหม่กว่า การรองรับนี้ได้ถูกตัดออกไป นอกจากนี้ยังมีการรองรับใน SCO OpenServer, IRIX ของ Silicon Graphics และคอมพิวเตอร์ Macintosh ที่ติดตั้ง SCSI ซึ่งสามารถบูตระบบปฏิบัติการจากแผ่น Floptical ได้
คำถามที่พบบ่อย
Floptical แตกต่างจากฟลอปปีดิสก์ปกติอย่างไร?
Floptical ใช้ระบบแสง (LED อินฟราเรด) ในการช่วยนำทางหัวอ่านให้มีความแม่นยำสูงขึ้น ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลได้หนาแน่นขึ้นและมีความจุมากกว่าฟลอปปีดิสก์ปกติหลายเท่า
Floptical สามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ทั่วไปในยุคนั้นได้หรือไม่?
ได้ แต่ต้องมีไดรฟ์ Floptical และส่วนใหญ่ต้องเชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เฟซ SCSI ซึ่งไม่ใช่มาตรฐานในคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทุกเครื่อง
ทำไม Floptical ถึงไม่ประสบความสำเร็จในวงกว้าง?
เนื่องจากการมาถึงของเทคโนโลยีที่ความจุสูงกว่าอย่าง Zip Drive และการแพร่หลายอย่างรวดเร็วของ CD-RW และ USB Flash Drive ที่สะดวกและราคาถูกกว่า
Floptical อ่านแผ่นดิสก์ 3.5 นิ้วทั่วไปได้หรือไม่?
ได้ ไดรฟ์ Floptical ถูกออกแบบมาให้มีหัวอ่านชุดที่สองเพื่อรองรับฟลอปปีดิสก์มาตรฐานขนาด 720 KB และ 1.44 MB

