บทบาทของต่างชาติในวิกฤตการณ์ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
สรุปใจความสำคัญ
- เกิดการแบ่งขั้วระหว่างกลุ่มสนับสนุนมาดูโร (รัสเซีย, จีน, อิหร่าน, คิวบา) และกลุ่มสนับสนุนกวายโด (สหรัฐฯ, แคนาดา, ยุโรปตะวันตก)
- รัฐบาลมาดูโรกล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามรัฐประหารเพื่อควบคุมทรัพยากรน้ำมันของเวเนซุเอลา
- USAID จัดสรรงบประมาณกว่า 41.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลรักษาการของฮวน กวายโด
- มีการเผชิญหน้าทางการทูตอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลเวเนซุเอลากับองค์การรัฐอเมริกัน (OAS)
ในช่วงวิกฤตการณ์ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาปี 2019 โลกได้เห็นการแบ่งขั้วทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ชัดเจน โดยมีกลุ่มประเทศพันธมิตรอย่างรัสเซีย จีน อิหร่าน ตุรกี ซีเรีย และคิวบา ให้การสนับสนุนประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร (Nicolás Maduro) ในขณะที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และประเทศส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันตก ให้การยอมรับ ฮวน กวายโด (Juan Guaidó) ในฐานะประธานาธิบดีรักษาการ
การแบ่งขั้วทางการเมืองและข้อกล่าวหา
ประธานาธิบดีมาดูโรเข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2019 ท่ามกลางการประณามอย่างกว้างขวาง ต่อมาในวันที่ 23 มกราคม 2019 ประธานสภาแห่งชาติ ฮวน กวายโด ได้รับการประกาศให้เป็นประธานาธิบดีรักษาการโดยสภาแห่งชาติ
รัฐบาลของมาดูโรระบุว่าวิกฤตการณ์ครั้งนี้คือ "การรัฐประหารที่นำโดยสหรัฐอเมริกา" เพื่อโค่นล้มอำนาจและเข้าควบคุมทรัพยากรน้ำมันของประเทศ ในขณะที่กวายโดปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่าความเคลื่อนไหวของเขามีอาสาสมัครที่สนับสนุนโดยสันติวิธี
ภูมิหลังและการเผชิญหน้าระหว่างรัฐบาลกับสหรัฐฯ
ความตึงเครียดระหว่างเวเนซุเอลากับสหรัฐฯ มีมาตั้งแต่สมัยของอูโก ชาเวซ ซึ่งมักกล่าวหาว่าสหรัฐฯ แทรกแซงกิจการภายในของประเทศ ต่อมาในต้นปี 2015 รัฐบาลมาดูโรได้กล่าวหาว่าสหรัฐฯ พยายามจะโค่นล้มเขา ซึ่งนำไปสู่การจับกุมนักการเมืองฝ่ายค้านอย่าง อันโตนิโอ เลเดซมา (Antonio Ledezma) ในเดือนกุมภาพันธ์ 2015 และการใช้มาตรการเข้มงวดกับนักท่องเที่ยวชาวอเมริกัน
ในปี 2016 ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อ หลุยส์ อัลมาโกร (Luis Almagro) เลขาธิการองค์การรัฐอเมริกัน (OAS) ขู่จะใช้กฎบัตรประชาธิปไตยระหว่างอเมริกา (Inter-American Democratic Charter) เพื่อปกป้องประชาธิปไตยในภูมิภาค หลังจากศาลสูงสุดที่สนับสนุนมาดูโรสั่งห้ามสมาชิกสภาแห่งชาติฝ่ายค้านเข้ารับตำแหน่ง มาดูโรตอบโต้ด้วยการเรียกอัลมาโกรว่า "คนทรยศ" และกล่าวหาว่าเขาทำงานให้กับ CIA
การสนับสนุนทางการเงินและการทหาร
รัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ในขณะนั้น นิยามรัฐบาลของมาดูโรว่าเป็น "เผด็จการ" และเคยหารือกับผู้นำลาตินอเมริกาเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทางทหารเข้าแทรกแซง แม้ว่าผู้นำประเทศเพื่อนบ้านจะปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวก็ตาม
นอกจากนี้ มีรายงานว่า USAID ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 41.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการบริหารงานของกวายโด รวมถึงค่าเงินเดือน ค่าเดินทาง และการสร้างระบบจัดการทางการเงินที่โปร่งใส เพื่อเตรียมการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย
ความตึงเครียดทางทหาร
ในช่วงต้นปี 2019 มีการคาดการณ์ถึงการแทรกแซงทางทหารจากสหรัฐฯ เนื่องจากมีกองกำลังความมั่นคงที่ได้รับการสนับสนุนจากคิวบาและรัสเซียประจำอยู่ในเวเนซุเอลา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ ระบุว่า "ทุกทางเลือกยังคงเปิดกว้าง" แต่เป้าหมายหลักคือการส่งมอบอำนาจโดยสันติ
ในทางกลับกัน มาดูโรประกาศใช้เงินทุนของรัฐในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ทางทหารที่ทันสมัย โดยเฉพาะระบบป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่อาจเกิดขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต่างชาติจึงเข้ามามีบทบาทในวิกฤตการณ์เวเนซุเอลาปี 2019?
เนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศที่รุนแรงและการแย่งชิงอำนาจระหว่างนิโคลัส มาดูโร และฮวน กวายโด ซึ่งดึงดูดมหาอำนาจที่มีผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์และทรัพยากรน้ำมันเข้ามาเกี่ยวข้อง
ประเทศใดบ้างที่สนับสนุนนิโคลัส มาดูโร?
ประเทศพันธมิตรหลัก ได้แก่ รัสเซีย จีน อิหร่าน ตุรกี ซีเรีย และคิวบา
สหรัฐอเมริกาใช้มาตรการใดในการกดดันรัฐบาลมาดูโร?
สหรัฐฯ ใช้การไม่ยอมรับสถานะประธานาธิบดีของมาดูโร การยอมรับฮวน กวายโด เป็นประธานาธิบดีรักษาการ และการสนับสนุนทางการเงินผ่าน USAID รวมถึงการขู่ใช้มาตรการทางทหาร

