← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ลูกตุ้มฟูโก การพิสูจน์การหมุนรอบตัวเองของโลก

สรุปใจความสำคัญ

  • ลูกตุ้มฟูโกถูกคิดค้นโดย เลออน ฟูโก ในปี ค.ศ. 1851 เพื่อพิสูจน์ว่าโลกหมุนรอบตัวเอง
  • ระนาบการแกว่งของลูกตุ้มจะเปลี่ยนแปลงไปตามละติจูด โดยจะหมุนเร็วที่สุดที่ขั้วโลกและไม่หมุนเลยที่เส้นศูนย์สูตร
  • การทดลองที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นที่วิหารปันเตอองในปารีส โดยใช้ลูกตุ้มหนัก 28 กิโลกรัมและสายยาว 67 เมตร
  • การหมุนของระนาบการแกว่งเป็นผลมาจากแรงคอริออลิสที่เกิดจากการหมุนของโลก

ลูกตุ้มฟูโก (Foucault Pendulum) คืออุปกรณ์ทางฟิสิกส์ที่ออกแบบโดยนักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศสชื่อ เลออน ฟูโก (Léon Foucault) เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสาธิตและพิสูจน์ว่าโลกมีการหมุนรอบตัวเองอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ต้องอาศัยการสังเกตดวงดาวบนท้องฟ้า

หลักการทำงานพื้นฐานคือ เมื่อแขวนลูกตุ้มที่มีน้ำหนักมากและมีความยาวสายแขวนมากไว้ในพื้นที่เปิดโล่งและปล่อยให้แกว่ง หากสังเกตเป็นระยะเวลานานจะพบว่าระนาบการแกว่งของลูกตุ้มจะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางไปอย่างช้าๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วระนาบการแกว่งยังคงเดิม แต่เป็นพื้นโลกที่หมุนไปอยู่ใต้ลูกตุ้มนั้นเอง

สูตรคำนวณละติจูดของจุดติดตั้งลูกตุ้มฟูโก
การคำนวณตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อการหมุนของระนาบการแกว่ง

ประวัติและการทดลองครั้งสำคัญ

เลออน ฟูโก ได้รับแรงบันดาลใจจากการสังเกตแท่งโลหะยืดหยุ่นบนแกนของเครื่องกลึง ซึ่งยังคงสั่นในระนาบเดิมแม้ว่าโครงของเครื่องกลึงจะหมุนไปก็ตาม นำไปสู่การทดลองสาธารณะครั้งแรกในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1851 ณ หอดูดาวปารีส

การทดลองที่โด่งดังที่สุดเกิดขึ้นเมื่อฟูโกแขวนลูกตุ้มตะกั่วเคลือบทองเหลืองน้ำหนัก 28 กิโลกรัม ด้วยลวดที่มีความยาว 67 เมตร จากโดมของวิหารปันเตออง (Panthéon) ในกรุงปารีส เนื่องจากตำแหน่งที่ตั้งอยู่ที่ละติจูด 48° 52' เหนือ ระนาบการแกว่งจึงหมุนตามเข็มนาฬิกาประมาณ 11.3 องศาต่อชั่วโมง และใช้เวลาประมาณ 31 ชั่วโมง 50 นาที ในการหมุนครบหนึ่งรอบ

สูตรคำนวณเวลาที่ลูกตุ้มใช้ในการหมุนครบหนึ่งรอบ
ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาในการหมุนรอบของระนาบการแกว่งกับละติจูด
สูตรคำนวณคาบการแกว่งของลูกตุ้ม
การคำนวณคาบการแกว่งพื้นฐานของลูกตุ้มฟูโก
การคำนวณค่าการเบี่ยงเบนของระนาบการแกว่ง
รายละเอียดทางคณิตศาสตร์ของการเบี่ยงเบนในแต่ละรอบการแกว่ง

ชะตากรรมของลูกตุ้มต้นแบบ

ลูกตุ้มดั้งเดิมจากปี 1851 ถูกย้ายไปเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะและหัตถกรรม (Conservatoire des Arts et Métiers) ในปารีส ต่อมาในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2010 สายเคเบิลที่ยึดลูกตุ้มได้ขาดลง ส่งผลให้ลูกตุ้มและพื้นหินอ่อนของพิพิธภัณฑ์ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ปัจจุบันลูกตุ้มที่เสียหายถูกจัดแสดงไว้ในตู้แยกต่างหาก และมีการติดตั้งลูกตุ้มจำลองที่วิหารปันเตอองตั้งแต่ปี 1995 เพื่อการสาธิตต่อไป

กลไกทางฟิสิกส์

การเปลี่ยนแปลงของระนาบการแกว่งขึ้นอยู่กับตำแหน่งทางละติจูดของโลก ดังนี้:

  • ที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้: ระนาบการแกว่งจะคงที่เมื่อเทียบกับจักรวาล แต่โลกจะหมุนอยู่ข้างใต้ ทำให้ผู้สังเกตบนโลกเห็นระนาบการแกว่งหมุนครบหนึ่งรอบในหนึ่งวันดาราศาสตร์ (Sidereal Day) โดยที่ขั้วโลกเหนือจะหมุนตามเข็มนาฬิกา และขั้วโลกใต้จะหมุนทวนเข็มนาฬิกา
  • ที่เส้นศูนย์สูตร: ระนาบการแกว่งจะคงที่เมื่อเทียบกับพื้นโลก ไม่มีการหมุนของระนาบการแกว่งเกิดขึ้น
  • ที่ละติจูดอื่นๆ: ระนาบการแกว่งจะหมุนช้ากว่าที่ขั้วโลก โดยความเร็วเชิงมุม (ω) จะแปรผันตามค่า sine ของละติจูด (φ)
ภาพจำลองการแกว่งของลูกตุ้มฟูโกที่ขั้วโลก
การสาธิตการหมุนของระนาบการแกว่งเมื่อติดตั้งที่ขั้วโลก
ภาพจำลองการหมุนของระนาบการแกว่งตามละติจูด
การเปลี่ยนแปลงทิศทางของระนาบการแกว่งตามตำแหน่งที่ตั้ง
ภาพจำลองการหมุนของโลกและลูกตุ้ม
ความสัมพันธ์ระหว่างการหมุนของโลกกับการเคลื่อนที่ของลูกตุ้ม

คำถามที่พบบ่อย

ลูกตุ้มฟูโกพิสูจน์การหมุนของโลกได้อย่างไร?

ลูกตุ้มฟูโกพิสูจน์ได้โดยการแสดงให้เห็นว่าระนาบการแกว่งของลูกตุ้มเปลี่ยนทิศทางไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป ซึ่งในความเป็นจริงระนาบการแกว่งนั้นคงที่ในอวกาศ แต่เป็นพื้นโลกที่หมุนไปอยู่ใต้ลูกตุ้ม ทำให้ผู้สังเกตที่อยู่บนโลกเห็นว่าลูกตุ้มเปลี่ยนทิศทาง

ถ้าติดตั้งลูกตุ้มฟูโกที่เส้นศูนย์สูตรจะเกิดอะไรขึ้น?

ที่เส้นศูนย์สูตร ระนาบการแกว่งของลูกตุ้มจะไม่มีการหมุนหรือเปลี่ยนทิศทางเมื่อเทียบกับพื้นโลก เนื่องจากแกนการหมุนของโลกขนานกับระนาบการแกว่ง

ทำไมต้องใช้ลูกตุ้มที่มีน้ำหนักมากและสายยาว?

เพื่อให้ลูกตุ้มแกว่งได้นานขึ้นและลดผลกระทบจากแรงต้านอากาศ ซึ่งจะช่วยให้การสังเกตการเปลี่ยนแปลงของระนาบการแกว่งที่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ มีความชัดเจนและแม่นยำมากขึ้น

ระนาบการแกว่งที่ขั้วโลกเหนือและใต้แตกต่างกันอย่างไร?

ที่ขั้วโลกเหนือ ระนาบการแกว่งจะหมุนตามเข็มนาฬิกา ส่วนที่ขั้วโลกใต้ ระนาบการแกว่งจะหมุนทวนเข็มนาฬิกา เมื่อมองจากด้านบนลงมา