← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ฟรานซิส บาร์เรตต์ นักไสยศาสตร์และผู้เขียนตำรา The Magus

สรุปใจความสำคัญ

  • ฟรานซิส บาร์เรตต์ เป็นนักไสยศาสตร์ชาวอังกฤษผู้เขียนตำรา The Magus ซึ่งเป็นการรวบรวมความรู้จาก Cornelius Agrippa และ Peter of Abano
  • เขาเปิดโรงเรียนสอนเวทมนตร์ส่วนตัวที่รับนักเรียนจำกัดเพียง 12 คน เพื่อศึกษาปรัชญาธรรมชาติและศาสตร์ลี้ลับ
  • บาร์เรตต์เชื่อว่าพลังเวทมนตร์เกิดจากสภาวะจิตใจและตัวตนภายในของมนุษย์ ไม่ได้มาจากอำนาจของซาตาน

ฟรานซิส บาร์เรตต์ (Francis Barrett; 18 ธันวาคม 1774 – 1830) เป็นนักไสยศาสตร์ชาวอังกฤษที่มีบทบาทสำคัญในการรวบรวมและเผยแพร่ความรู้ด้านศาสตร์ลี้ลับในช่วงรอยต่อระหว่างศตวรรษที่ 18 และ 19 เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้เขียนตำราเวทมนตร์ชื่อดัง The Magus ซึ่งเป็นการนำความรู้จากตำราโบราณมาเรียบเรียงใหม่เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย

ภาพประกอบเกี่ยวกับฟรานซิส บาร์เรตต์
ภาพประกอบที่เกี่ยวข้องกับผลงานและแนวคิดทางไสยศาสตร์ของฟรานซิส บาร์เรตต์

ประวัติและภูมิหลัง

บาร์เรตต์ระบุว่าตนเองเป็นผู้ศึกษาด้านเคมี อภิปรัชญา และปรัชญาไสยศาสตร์ธรรมชาติ เขาถูกจดจำในฐานะบุคคลที่มีบุคลิกแปลกแยก (eccentric) โดยเขาได้เปิดสอนวิชาศิลปะแห่งเวทมนตร์ภายในที่พักของตนเอง นอกจากนี้ เขายังมีความเชี่ยวชาญในการแปลเอกสารโบราณ โดยเฉพาะตำราเกี่ยวกับคับบาลาห์ (Kabbalah) จากภาษาเยอรมันเป็นภาษาอังกฤษ เช่น ผลงานเรื่อง Philosophy of The Universe ของ von Welling (เขียนขึ้นประมาณปี 1735) ซึ่งบาร์เรตต์แปลในปี 1801

ข้อมูลจาก ฟรานซิส เอ็กซ์. คิง (Francis X. King) ผู้เขียนชีวประวัติของเขา ระบุว่าบิดามารดาของบาร์เรตต์เป็นสามัญชนที่สมรสกันในเขตแพริชของ St. Martin's in the Fields เมื่อวันที่ 29 กันยายน 1772

ตำรา The Magus และการฟื้นฟูศาสตร์ลี้ลับ

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรื้อฟื้นความสนใจในศิลปะทางไสยศาสตร์ บาร์เรตต์ได้ตีพิมพ์ตำราเวทมนตร์ที่ชื่อว่า The Magus ซึ่งไม่ได้เป็นงานเขียนต้นฉบับทั้งหมด แต่เป็นการรวบรวมเนื้อหาจากแหล่งข้อมูลสำคัญหลายแห่ง ได้แก่:

  • Three Books of Occult Philosophy ของ Cornelius Agrippa
  • The Fourth Book of Occult Philosophy (ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นผลงานของ Agrippa)
  • Heptameron ของ Peter of Abano (ฉบับแปลโดย Robert Turner ปี 1655)

บาร์เรตต์ได้ทำการปรับปรุงเนื้อหา แก้ไขการสะกดคำ และปรับเปลี่ยนไวยากรณ์ให้มีความทันสมัยขึ้นในขณะนั้น โดยเนื้อหาใน The Magus ครอบคลุมหัวข้อกว้างขวาง เช่น เวทมนตร์ธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรและหิน, แม่เหล็ก, การสร้างเครื่องราง (Talismanic magic), การเล่นแร่แปรธาตุ (Alchemy), เลขศาสตร์ (Numerology), ธาตุทั้งสี่ และประวัติของเหล่านักเวทผู้เชี่ยวชาญในอดีต

การก่อตั้งโรงเรียนเวทมนตร์

นอกเหนือจากการเป็นตำรา The Magus ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือในการโฆษณาเพื่อหาผู้ที่สนใจเข้าร่วมกลุ่มวงเวทมนตร์ของเขา โดยบาร์เรตต์ได้ประกาศรับสมัครนักเรียนจำนวนจำกัดเพียง 12 คน เพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนที่เขาตั้งขึ้น โดยมุ่งเน้นการสอนวิชาปรัชญาธรรมชาติ, เวทมนตร์ธรรมชาติ, คับบาลาห์, เคมี, ศิลปะการสร้างเครื่องราง, ปรัชญาเฮอร์เมติก (Hermetic Philosophy), โหราศาสตร์ และการอ่านใบหน้า (Physiognomy)

เป้าหมายของโรงเรียนแห่งนี้คือการสำรวจขุมทรัพย์ที่ซ่อนอยู่ของธรรมชาติ เพื่อนำจิตใจไปสู่การพิจารณาปัญญาอันเป็นนิรันดร์ และส่งเสริมการค้นพบสิ่งที่จะนำไปสู่ความสมบูรณ์แบบของมนุษย์ รวมถึงการบรรเทาทุกข์และสร้างความสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์

ทัศนะด้านไสยศาสตร์

บาร์เรตต์มีมุมมองที่แตกต่างจากความเชื่อทั่วไปในยุคนั้น โดยเฉพาะเรื่องแม่มด เขาเชื่อว่าพลังในการทรมานหรือสังหารผู้อื่นด้วยการร่ายมนตร์หรือการใช้หุ่นขี้ผึ้งไม่ได้มาจากซาตาน โดยเขาให้เหตุผลว่าหากปีศาจต้องการสังหารผู้ที่ทำบาปหนัก ย่อมไม่จำเป็นต้องใช้แม่มดเป็นสื่อกลาง

แนวคิดหลักเกี่ยวกับพลังเวทมนตร์ของบาร์เรตต์สามารถสรุปได้ว่า พลังเวทมนตร์นั้นสถิตอยู่ใน "ตัวตนภายใน" (inner man) ของมนุษย์ เมื่อบุคคลนั้นมีสภาวะจิตใจที่เหมาะสม จะสามารถสร้างความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และวัตถุภายนอกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรา The Magus คืออะไร?

The Magus คือตำราเวทมนตร์ที่รวบรวมและเรียบเรียงโดยฟรานซิส บาร์เรตต์ โดยนำเนื้อหามาจากผลงานของ Cornelius Agrippa และ Peter of Abano เพื่อให้คนในยุคศตวรรษที่ 19 เข้าถึงศาสตร์ลี้ลับได้ง่ายขึ้น

ฟรานซิส บาร์เรตต์ เชื่อเรื่องแม่มดอย่างไร?

เขาเชื่อว่าพลังของแม่มดไม่ได้มาจากซาตาน แต่เป็นความสามารถที่เกี่ยวข้องกับตัวตนภายในของมนุษย์

โรงเรียนของบาร์เรตต์สอนวิชาอะไรบ้าง?

โรงเรียนของเขาสอนวิชาที่หลากหลาย เช่น คับบาลาห์, โหราศาสตร์, การเล่นแร่แปรธาตุ, ปรัชญาเฮอร์เมติก และศิลปะการสร้างเครื่องราง