← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ฟร็องซัว เฌนี นักนิติศาสตร์ผู้บุกเบิกการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เสรีในกฎหมาย

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้เสนอแนวคิด 'การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เสรี' (Free Scientific Research) เพื่อใช้ในการตีความกฎหมาย
  • ผลักดันให้ผู้พิพากษาพิจารณาปัจจัยทางสังคมและเศรษฐศาสตร์ประกอบการตัดสินคดี แทนการยึดถือตัวอักษรเพียงอย่างเดียว
  • ได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัย 9 แห่งทั่วยุโรปและเป็นสมาชิกสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งบอสตัน

ฟร็องซัว เฌนี (François Gény, ค.ศ. 1861–1959) เป็นนักนิติศาสตร์และศาสตราจารย์ด้านกฎหมายชาวฝรั่งเศส ผู้มีบทบาทสำคัญในการนำแนวคิด "การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เสรี" (Free Scientific Research) มาใช้ในการตีความกฎหมายลายลักษณ์อักษร (Positive Law) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อระบบการตีความกฎหมายในยุโรป โดยเน้นย้ำว่าผู้พิพากษาควรพิจารณาปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจประกอบการตัดสินคดี ไม่ใช่เพียงการยึดถือตัวอักษรของกฎหมายเพียงอย่างเดียว

ภาพถ่ายของ ฟร็องซัว เฌนี ในปี ค.ศ. 1894
ฟร็องซัว เฌนี ในปี ค.ศ. 1894

ประวัติและการศึกษา

ฟร็องซัว เฌนี เกิดในครอบครัวขนาดใหญ่ที่มีบุตรถึง 12 คน โดยเป็นบุตรคนที่ 4 บิดาของเขาคือ อัลเฟรด เฌนี (Alfred Gény) ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ดูแลป่าในเมืองบากการาต์ (Baccarat) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ส่วนมารดาคือ มารี-อูเชนี อูแอง (Marie-Eugénie Huin) เป็นบุตรสาวของอาลักษณ์

เฌนีศึกษาด้านกฎหมายที่เมืองน็องซี (Nancy) ระหว่างปี ค.ศ. 1878 ถึง 1887 หลังจากสำเร็จการศึกษา เขาได้เริ่มต้นอาชีพทางวิชาการโดยเป็นอาจารย์สอนกฎหมายโรมันที่เมืองแอลเจียร์ (Algiers) ในปี ค.ศ. 1888–1889 ต่อมาได้สอนกฎหมายแพ่งและกฎหมายระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยดีฌง (University of Dijon) ระหว่างปี ค.ศ. 1890–1900 ซึ่งที่นี่เขาได้พบกับ เรมงด์ ซาเลย (Raymond Saleilles) นักกฎหมายผู้มีชื่อเสียง

ในปี ค.ศ. 1901 เฌนีกลับมาสอนกฎหมายแพ่งที่เมืองน็องซี และดำรงตำแหน่งคณบดีคณะนิติศาสตร์ระหว่างปี ค.ศ. 1919–1925 นอกจากนี้เขายังได้รื้อฟื้นการเรียนการสอนวิชากฎหมายธรรมชาติในชื่อรายวิชา "บทนำทางปรัชญาเพื่อการศึกษากฎหมาย" (Philosophical introduction to law study)

แนวคิดทางนิติศาสตร์และการตีความกฎหมาย

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ประมวลกฎหมายแพ่งฝรั่งเศส ค.ศ. 1804 (Civil Code of 1804) ยังคงเป็นบรรทัดฐานหลักของกฎหมายฝรั่งเศส ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลักการของการปฏิวัติฝรั่งเศสที่มองว่าผู้พิพากษาเป็นเพียง "ปากของกฎหมาย" (mouth of the law) มีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามตัวอักษรโดยไม่มีสิทธิในการตีความ

ภาพถ่ายของ ฟร็องซัว เฌนี ในปี ค.ศ. 1934
ฟร็องซัว เฌนี ในปี ค.ศ. 1934

เฌนีไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าวและได้เสนอวิธีการตีความที่เป็นอิสระโดยพิจารณาจากเจตนารมณ์ของผู้ออกกฎหมาย ในผลงานชิ้นสำคัญ "Method of interpretation and sources of positive private law: a critical essay" (ค.ศ. 1899) เขาเสนอว่าการตีความกฎหมายควรนำจารีตประเพณี ประเพณีปฏิบัติ และการศึกษาทางวิทยาศาสตร์มาประกอบเพื่อระบุความหมายที่แท้จริงของตัวบทกฎหมาย

ต่อมาในผลงานชุด "Science and technic in positive private law" (ตีพิมพ์ระหว่างปี ค.ศ. 1914–1924) เฌนีได้นำเสนอวิธีการที่เรียกว่า "การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เสรี" (Free Scientific Research) เพื่อค้นหาที่มาของหลักการและกฎเกณฑ์ทางกฎหมาย โดยเขาได้บูรณาการศาสตร์แขนงอื่น ๆ เข้ามาใช้ในการศึกษากฎหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่นักกฎหมายในยุคนั้นไม่ค่อยปฏิบัติ ได้แก่:

  • สังคมวิทยา (Sociology)
  • เศรษฐศาสตร์ (Economics)
  • ภาษาศาสตร์ (Linguistics)
  • ปรัชญา (Philosophy)
  • เทววิทยา (Theology)

เกียรติประวัติและการยอมรับ

ฟร็องซัว เฌนี ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่างสูง โดยในปี ค.ศ. 1930 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของสถาบันฝรั่งเศส (French Institute) และได้รับเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ (Légion d'honneur) ในปี ค.ศ. 1934

นอกจากนี้ เขายังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (Doctorate Honoris Causa) จากมหาวิทยาลัย 9 แห่ง ได้แก่ โกรนิงเกน (1914), เลอเวน (1927), วอร์ซอ (1929), บรัสเซลส์ (1929), เจนีวา (1930), ยาสซี (1934), โลซาน (1935), บาเซิล (1936) และเอเธนส์ (1937) รวมถึงได้รับเลือกเป็นสมาชิกต่างประเทศของสถาบันศิลปะและวิทยาศาสตร์แห่งบอสตัน (Boston American Academy of Arts and Sciences) ในปี ค.ศ. 1933

บทบาททางการเมือง

ในปี ค.ศ. 1936 ฟร็องซัว เฌนี ได้เข้าร่วมกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่ชื่อว่า "Lorraine national gathering" เพื่อรณรงค์ต่อต้านรัฐบาลสังคมนิยมของฝรั่งเศสในขณะนั้น

ผลงานเขียนที่สำคัญ

  • Méthode d’interprétation et sources en droit privé positif: essai critique (1899) - บทวิจารณ์เกี่ยวกับวิธีการตีความและแหล่งที่มาของกฎหมายเอกชนลายลักษณ์อักษร
  • Science et technique en droit privé positif (1914–1924) - ผลงาน 4 เล่มที่นำเสนอการวิจารณ์วิธีการทางกฎหมายและเทคนิคทางวิทยาศาสตร์
  • Ultima verba (1951) - ผลงานในช่วงปลายชีวิต

คำถามที่พบบ่อย

แนวคิด 'การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เสรี' ของ ฟร็องซัว เฌนี คืออะไร?

คือวิธีการตีความกฎหมายที่ไม่ได้ยึดติดกับตัวอักษรของกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่ใช้การวิจัยเชิงวิทยาศาสตร์โดยบูรณาการศาสตร์แขนงอื่น เช่น สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์ และปรัชญา เพื่อค้นหาที่มาและเจตนารมณ์ของกฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของสังคม

ฟร็องซัว เฌนี มีอิทธิพลต่อการตีความกฎหมายอย่างไร?

เขาเสนอให้ผู้พิพากษาใช้ดุลพินิจในการตีความกฎหมายลายลักษณ์อักษร โดยพิจารณาปัจจัยทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นการท้าทายแนวคิดเดิมที่มองว่าผู้พิพากษาเป็นเพียง 'ปากของกฎหมาย' ที่ต้องบังคับใช้กฎหมายตามตัวอักษรอย่างเคร่งครัด

ฟร็องซัว เฌนี เคยดำรงตำแหน่งทางวิชาการที่ใดบ้าง?

เขาเคยสอนกฎหมายโรมันที่แอลเจียร์ สอนกฎหมายแพ่งและกฎหมายระหว่างประเทศที่มหาวิทยาลัยดีฌง และดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์และคณบดีคณะนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยน็องซี