← กลับไปยังบทความทั้งหมด

แฟรงก์ เมย์บอร์น ผู้บุกเบิกสื่อและนักการกุศลแห่งเท็กซัส

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ KCEN-TV และสถานีวิทยุ KTEM ในเมืองเทมเพิล รัฐเท็กซัส
  • เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยด้านประชาสัมพันธ์ของนายพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ ในกองทัพบกสหรัฐฯ
  • เป็นเจ้าของและผู้บริหารหนังสือพิมพ์หลายฉบับในรัฐเท็กซัส เช่น Temple Daily Telegram และ Killeen Herald
  • ได้รับเหรียญ Bronze Star และเหรียญ Creighton W. Abrams Medal จากการรับราชการและสนับสนุนกองทัพ

แฟรงก์ วิลลิส เมย์บอร์น (Frank Willis Mayborn; 7 ธันวาคม ค.ศ. 1903 – 16 พฤษภาคม ค.ศ. 1987) เป็นนักการกุศล ทหาร บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ เจ้าของกิจการสิ่งพิมพ์ และผู้บุกเบิกด้านการกระจายเสียงในสหรัฐอเมริกา โดยมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาเมืองเทมเพิล (Temple) และเบลล์เคาน์ตี้ (Bell County) ในรัฐเท็กซัส

ประวัติช่วงต้น

เมย์บอร์นเกิดที่เมืองแอครอน รัฐโอไฮโอ เป็นบุตรของ วอร์ด คาร์ลตัน เมย์บอร์น (Ward Carlton Mayborn) ซึ่งเป็นบุคลากรด้านสื่อและเจ้าของหนังสือพิมพ์ในเครือ E.W. Scripps และเนลลี ไชลด์ส เวลตัน (Nellie Childs Welton) ในปี ค.ศ. 1910 ครอบครัวของเขาได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด และต่อมาในปี ค.ศ. 1919 ได้ย้ายมาตั้งถิ่นฐานที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส

เส้นทางอาชีพในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์

เมย์บอร์นเริ่มเข้าสู่แวดวงหนังสือพิมพ์ตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย โดยทำงานเป็นผู้ส่งข่าว (stringer) ให้กับหนังสือพิมพ์ Denver Post และทำงานพาร์ทไทม์รวมถึงงานช่วงฤดูร้อนที่ San Diego Sun และ Dallas Dispatch นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้สื่อข่าวของสำนักข่าว United Press ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นเจ้าของกิจการ

ในปี ค.ศ. 1929 เมย์บอร์นร่วมกับบิดาและพี่ชายซื้อบริษัท Telegram Publishing ซึ่งเป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์ Temple Daily Telegram ในเมืองเทมเพิล ต่อมาในปี ค.ศ. 1945 เขาได้เข้าซื้อหนังสือพิมพ์ Sherman Democrat และในปี ค.ศ. 1959 ได้ซื้อหนังสือพิมพ์ Killeen Herald นอกจากนี้เขายังเป็นเจ้าของบริษัท Taylor Daily Press อีกด้วย

บทบาทการบริหารของเขาครอบคลุมตั้งแต่การเป็นบรรณาธิการของ Daily Telegram ระหว่างปี ค.ศ. 1929 ถึง 1946 และก้าวขึ้นเป็นทั้งบรรณาธิการและผู้จัดพิมพ์ในปี ค.ศ. 1946 ต่อมาในปี ค.ศ. 1952 เขาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของ Sherman Democrat และบริหาร Daily Herald (เดิมคือ Killeen Herald) จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1974 เขาได้ขายกิจการ Taylor Press และขาย Sherman Democrat ในปี ค.ศ. 1977 ก่อนจะก่อตั้งบริษัท Frank Mayborn Enterprises, Inc. ในปี ค.ศ. 1978

การบุกเบิกด้านการกระจายเสียงและโทรทัศน์

เมย์บอร์นเป็นผู้บุกเบิกด้านการสื่อสารในพื้นที่ โดยก่อตั้งสถานีวิทยุ KTEM ในเมืองเทมเพิลเมื่อปี ค.ศ. 1936 ต่อมาในปี ค.ศ. 1945 เขาได้เป็นเจ้าของสถานีวิทยุ WMAK ในแนชวิลล์ และในปี ค.ศ. 1952 เขาได้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ KCEN-TV ในเมืองเทมเพิล รัฐเท็กซัส

บทบาททางทหารและกิจการสาธารณะ

เมย์บอร์นเริ่มมีบทบาทในกิจการทหารตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 โดยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าเมืองเทมเพิล และเป็นประธานคณะกรรมการกิจการทหาร รวมถึงทำงานร่วมกับคณะกรรมการโครงการสงคราม (War Projects Committee) เขามีส่วนสำคัญในการประสานงานให้มีการย้ายโรงพยาบาล McCloskey General Hospital และโรงงานป้องกันทางทหารมายังเมืองเทมเพิล

ในช่วงปี ค.ศ. 1942–1943 เมย์บอร์นเข้ารับราชการทหารในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ โดยได้ทำงานใกล้ชิดกับนายพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) ในฐานะผู้ช่วยอาวุโสของสำนักงานประชาสัมพันธ์กองทัพบกสหรัฐฯ เขาได้รับเหรียญ Bronze Star และปลดประจำการในยศพันตรี (Major) ในปี ค.ศ. 1946

แม้จะปลดประจำการแล้ว เขายังคงมีส่วนร่วมในกิจการทหารอย่างต่อเนื่อง ในปี ค.ศ. 1968 เขาได้ร่วมเดินทางไปปฏิบัติภารกิจหาข้อมูลในเวียดนามใต้ร่วมกับ บรูซ ซี. คลาร์ก (Bruce C. Clarke) และได้ร่วมเดินทางกับ ลินดอน บี. จอห์นสัน (Lyndon B. Johnson) ประธานาธิบดีคนที่ 36 ของสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เขายังได้รับเหรียญ Creighton W. Abrams Medal ในปี ค.ศ. 1979 และรางวัล Fort Hood Commander's Award for Public Service เพื่อเป็นเกียรติแก่การอุทิศตนเพื่อกองทัพบกสหรัฐฯ

ความสัมพันธ์ทางการเมืองและการกุศล

เมย์บอร์นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสมาชิกพรรคเดโมแครตระดับสูงหลายคนผ่านบทบาทนักข่าวและผู้สนับสนุนในเท็กซัส เช่น จอห์น บี. คอนนัลลี (John B. Connally), วิลเลียม โรเบิร์ต โพจ (William Robert Poage), เจสซี เอช. โจนส์ (Jesse H. Jones) และ แซมมวล ที. เรย์เบิร์น (Samuel T. Rayburn) โดยในปี ค.ศ. 1946 เขาได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกของคณะกรรมการรัฐเดโมแครตแห่งเท็กซัส (Texas Democratic State Committee)

ในด้านการกุศล เมย์บอร์นได้ให้ทุนสนับสนุนการก่อตั้งห้องสมุดกฎหมาย W. R. Poage Legislative Library ณ มหาวิทยาลัยเบย์เลอร์ (Baylor University)

มรดกและการสืบทอด

ภายหลังการเสียชีวิตของแฟรงก์ เมย์บอร์น ในปี ค.ศ. 1987 ซู (Sue) ภรรยาของเขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าของและประธานบริษัท Frank Mayborn Enterprises, Inc. รวมถึงบริษัทในเครือทั้งหมดของเมย์บอร์น เพื่อสานต่อเจตนารมณ์และธุรกิจของเขา

คำถามที่พบบ่อย

แฟรงก์ เมย์บอร์น มีบทบาทสำคัญอย่างไรในเมืองเทมเพิล รัฐเท็กซัส?

เขามีบทบาทสำคัญทั้งในด้านการพัฒนาเศรษฐกิจผ่านหอการค้าเมืองเทมเพิล การบุกเบิกสื่อท้องถิ่นทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ รวมถึงการประสานงานให้มีการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานทางทหารในพื้นที่

แฟรงก์ เมย์บอร์น เคยทำงานร่วมกับบุคคลสำคัญระดับโลกคนใดบ้าง?

เขาเคยทำงานเป็นผู้ช่วยด้านประชาสัมพันธ์ให้กับนายพล ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ และได้ร่วมเดินทางกับประธานาธิบดี ลินดอน บี. จอห์นสัน ในการเดินทางเยือนเวียดนามใต้

มรดกด้านการศึกษาที่แฟรงก์ เมย์บอร์น ทิ้งไว้คืออะไร?

เขาเป็นผู้ให้ทุนสนับสนุนการก่อตั้งห้องสมุดกฎหมาย W. R. Poage Legislative Library ที่มหาวิทยาลัยเบย์เลอร์