← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โครงการอวกาศของฝรั่งเศส ประวัติศาสตร์และนวัตกรรม

สรุปใจความสำคัญ

  • ฝรั่งเศสมีโครงการอวกาศระดับชาติที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก
  • CNES (Centre national d'études spatiales) คือหน่วยงานหลักที่ประสานงานกิจกรรมทางอวกาศของฝรั่งเศส
  • ฝรั่งเศสเป็นผู้ผลักดันหลักในการก่อตั้งองค์การอวกาศยุโรป (ESA)
  • จรวดตระกูล Ariane เป็นหนึ่งในระบบนำส่งอวกาศที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก

โครงการอวกาศของฝรั่งเศสครอบคลุมทั้งกิจกรรมการบินอวกาศทางพลเรือนและทางทหาร โดยเป็นโครงการอวกาศระดับชาติที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก รองจากโครงการของสหภาพโซเวียต (ปัจจุบันคือรัสเซีย) และสหรัฐอเมริกา และยังเป็นโครงการอวกาศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย

ภูมิหลังและแรงบันดาลใจ

การเดินทางสู่อวกาศเป็นความทะเยอทะยานที่สำคัญในวัฒนธรรมฝรั่งเศสมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ภาพปัก Gobelins ในปี 1664 ที่แสดงภาพจรวดอวกาศ ไปจนถึงนวนิยายเรื่อง From the Earth to the Moon ของ Jules Verne ในปี 1865 และภาพยนตร์เรื่อง A Trip to the Moon ของ Georges Méliès ในปี 1902 อวกาศและการส่งจรวดจึงมีบทบาทในสังคมฝรั่งเศสก่อนที่เทคโนโลยีจะเอื้ออำนวยให้เกิดการพัฒนาโครงการสำรวจอวกาศอย่างเป็นทางการ

ภาพปักรูปจรวดอวกาศ
ภาพปักจาก Gobelins ปี 1664 แสดงถึงความฝันในการเดินทางสู่อวกาศ

ผู้บุกเบิกยุคแรก

ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 Jean-François Pilâtre de Rozier, Jacques Charles และพี่น้อง Montgolfier ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บุกเบิกและนักสำรวจด้านอากาศพลศาสตร์ระดับโลก โดย Joseph-Louis Gay-Lussac สามารถทำสถิติความสูงที่มนุษย์ขึ้นไปถึงได้ในปี 1804 ที่ 7,016 เมตร (23,018 ฟุต) ความเชี่ยวชาญเหล่านี้กลายเป็นรากฐานสำคัญให้กับโครงการอวกาศของฝรั่งเศสในเรื่องของบอลลูนอากาศทุกประเภท

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ต้นกำเนิดของโครงการอวกาศฝรั่งเศสผูกพันกับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินและวิศวกรรมการบินอวกาศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเครื่องบินและจรวดที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น

จรวด EA-41 Eole
จรวด EA-41 Eole ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยของ Jean-Jacques Barré

Robert Esnault-Pelterie เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการออกแบบการสำรวจอวกาศและวิทยาศาสตร์จรวด ตั้งแต่ปี 1908 เขาได้ศึกษาการขับเคลื่อนและเที่ยวบินอวกาศ และได้สร้างสมการทางคณิตศาสตร์สำหรับการบินระหว่างดาวเคราะห์ ระยะเวลาการบิน และการขับเคลื่อนของเครื่องยนต์ โดยไม่ทราบถึงงานของ Konstantin Tsiolkovsky นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซียในขณะนั้น ต่อมาเขาได้รับเลือกเป็นประธานของ Chambre Syndicale des Industries Aéronautiques ในปี 1912

ระหว่างปี 1935 ถึง 1939 เขาได้ออกแบบจรวดตรวจอากาศความสูงสูง แต่สงครามโลกครั้งที่สองได้ขัดขวางแผนการของเขา อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชาวเยอรมันเชื่อว่าจรวดของเขาสามารถบรรลุเป้าหมายที่ 60 ไมล์ (97 กม.) ได้ Esnault-Pelterie ยังได้ชักชวน Jean-Jacques Barré ผู้บุกเบิกด้านการขับเคลื่อนจรวด ให้มาร่วมมือกันออกแบบจรวดไครโอเจนิกแบบขับเคลื่อนด้วยตนเอง ซึ่งระหว่างปี 1927 ถึง 1933 Barré ได้พัฒนาจรวด EA-41 Eole ที่สามารถขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศชั้นบนและอวกาศได้

ประวัติศาสตร์การก่อตั้งและพัฒนาการ

โครงการอวกาศเชิงสถาบันของฝรั่งเศสเริ่มต้นขึ้นในปี 1946 หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อมีการก่อตั้ง Laboratoire de recherches balistiques et aérodynamiques (LRBA) ในเมือง Vernon เพื่อพัฒนาจรวดรุ่นถัดไป โดยอาศัยประโยชน์จากพัฒนาการของจรวด V2 ของเยอรมนี

ในช่วงสงครามและก่อนหน้านั้น จรวด EA-41 ได้รับการทดสอบและปรับปรุงโดยบุคลากรทางทหารระหว่างเดือนตุลาคม 1942 ถึง 1945

  • 22 พฤษภาคม 1952: จรวด Véronique N1 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จจากทะเลทรายซาฮารา
  • 1958: ประธานาธิบดี Charles de Gaulle สั่งการให้สร้างคณะกรรมการวิจัยอวกาศหลายชุด
  • 1959: Comité d'études spatiales ก่อตั้งขึ้นภายใต้การดูแลของ Pierre Auger
  • 1961: ประธานาธิบดี de Gaulle ลงนามก่อตั้ง Centre national d'études spatiales (CNES) เพื่อประสานงานกิจกรรมทางอวกาศของฝรั่งเศส
  • 1962: เริ่มการพัฒนาจรวดนำส่ง Western Europe's first carrier rocket คือ Diamant ซึ่งถูกส่งขึ้นครั้งแรกในแอลจีเรีย
  • 26 พฤศจิกายน 1965: ดาวเทียมดวงแรกของฝรั่งเศสชื่อ Astérix ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Diamant จากทะเลทรายแอลจีเรีย และทำงานได้เป็นเวลา 2 วันติดต่อกัน
  • 1965: ฐานส่งจรวดของฝรั่งเศสและ CNES ย้ายมาตั้งที่ Kourou ในเฟรนช์เกียนา
  • 1973: ฝรั่งเศสเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในการก่อตั้งองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และเป็นผู้สนับสนุนรายแรก

งบประมาณด้านอวกาศของฝรั่งเศสยังคงเป็นงบประมาณที่ใหญ่ที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิกของ ESA และเป็นงบประมาณระดับชาติที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสามของโลก (รองจากสหรัฐอเมริกาและจีน) โดยมีมูลค่าประมาณ 2.33 พันล้านยูโร

จรวด Ariane
จรวดตระกูล Ariane ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของฝรั่งเศสและยุโรป

บทสรุป

ฝรั่งเศสได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งในเทคโนโลยีอวกาศ โดยเริ่มจากความฝันในทางศิลปะและวรรณกรรม ไปสู่การสร้างสถาบันวิจัยและจรวดนำส่งระดับโลกอย่าง Ariane ทำให้ฝรั่งเศสกลายเป็นผู้นำด้านอวกาศของยุโรปและเป็นหนึ่งในมหาอำนาจด้านอวกาศของโลก

คำถามที่พบบ่อย

CNES คืออะไร?

CNES คือ Centre national d'études spatiales หรือศูนย์วิจัยอวกาศแห่งชาติของฝรั่งเศส ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1961 เพื่อประสานงานและนำทางโครงการอวกาศของฝรั่งเศส

ดาวเทียมดวงแรกของฝรั่งเศสชื่ออะไร?

ดาวเทียมดวงแรกของฝรั่งเศสชื่อ Astérix ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 1965 โดยใช้จรวด Diamant

ทำไมฝรั่งเศสถึงเลือก Kourou ในเฟรนช์เกียนาเป็นฐานส่งจรวด?

Kourou ในเฟรนช์เกียนาตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่ทำให้การส่งจรวดขึ้นสู่อวกาศมีประสิทธิภาพมากขึ้นและใช้เชื้อเพลิงน้อยลง