ฟุลเจนซ์ ชาร์ปองตีเย บรรณาธิการและนักการทูตผู้ทรงอิทธิพลของแคนาดา
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นสมาชิกที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในหอผู้สื่อข่าวรัฐสภาของแคนาดา
- มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในระบบราชการของแคนาดา
- เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานเซ็นเซอร์ของแคนาดาในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2
- ปฏิบัติหน้าที่เป็นนักการทูตในแอฟริกาและอเมริกาใต้ระหว่างปี 1946-1968
- ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Order of Canada ระดับ Officer
ฟุลเจนซ์ ชาร์ปองตีเย (Fulgence Charpentier, 29 มิถุนายน 1897 – 6 กุมภาพันธ์ 2001) เป็นนักหนังสือพิมพ์ บรรณาธิการ และเจ้าของกิจการสิ่งพิมพ์ชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส ผู้มีบทบาทโดดเด่นทั้งในด้านสื่อสารมวลชน การทูต และการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเป็นที่รู้จักในฐานะสมาชิกที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในหอผู้สื่อข่าวรัฐสภา (Parliamentary Press Gallery) ของแคนาดา
ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นอาชีพ
ชาร์ปองตีเยเกิดที่เมืองแซงต์-แอนน์-เดอ-เพรสคอตต์ รัฐออนแทรีโอ เขาเริ่มต้นเส้นทางสายสื่อสารมวลชนในปี 1915 โดยเป็นผู้สื่อข่าวให้กับหนังสือพิมพ์ Le Devoir ในเมืองมอนทรีออล ซึ่งในขณะนั้นเขาได้รับค่าจ้างสัปดาห์ละ 20 ดอลลาร์
ในปี 1918 เขาได้เข้าร่วมกองกำลังส่งกำลังบำรุงของแคนาดา (Canadian Expeditionary Force) อย่างไรก็ตาม สงครามโลกครั้งที่ 1 ได้สิ้นสุดลงก่อนที่เขาจะถูกส่งตัวไปยังต่างประเทศ หลังจากมีการลงนามสงบศึก ชาร์ปองตีเยยังคงปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพโดยทำงานในโรงพยาบาลทหารภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ในมอนทรีออล
บทบาทในงานวารสารศาสตร์และรัฐสภา
ในปี 1922 ชาร์ปองตีเยเริ่มทำหน้าที่รายงานข่าวรัฐสภาให้กับหนังสือพิมพ์ Le Droit ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองออตตาวา การที่เขาได้รับตำแหน่งนี้ส่วนหนึ่งมาจากความสัมพันธ์ทางครอบครัว เนื่องจากบิดาของเขาเป็นผู้สร้างสำนักงานแห่งแรกให้กับ Le Droit ทั้งนี้ ทางหนังสือพิมพ์ได้ส่งเขาไปศึกษากฎหมายที่เมืองโตรอนโตเป็นเวลาสองปีการศึกษาก่อนที่เขาจะเริ่มงานรายงานข่าวรัฐสภาอย่างเต็มตัว
ตลอดระยะเวลาการทำงานในหอผู้สื่อข่าวรัฐสภา ชาร์ปองตีเยได้เขียนรายงานเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในรัฐสภาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักเพียงภาษาเดียว ซึ่งเชื่อกันว่างานเขียนของเขามีส่วนสำคัญในการผลักดันให้ทางการรัฐบาลกลางเพิ่มการใช้ภาษาฝรั่งเศสในระบบราชการของแคนาดา นอกจากนี้ เขายังเคยเขียนบทความให้กับหนังสือพิมพ์ La Presse ในมอนทรีออล และ Le Soleil ในเมืองควิเบกด้วย
งานด้านการทูตและความมั่นคง
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาร์ปองตีเยดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกภาษาฝรั่งเศสของหน่วยงานเซ็นเซอร์ของแคนาดา (Canadian Censorship Branch) และได้รับมอบหมายให้ควบคุมหน่วยงานนี้ทั้งหมดในเดือนมกราคม 1945 หลังจากที่ วิลฟริด เอ็กเกิลสตัน (Wilfrid Eggleston) หัวหน้าเซ็นเซอร์ลาออก
ระหว่างปี 1946 ถึง 1968 เขาได้เปลี่ยนบทบาทไปเป็นนักการทูต โดยปฏิบัติหน้าที่ในหลายประเทศในแอฟริกาที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสและในอเมริกาใต้ นอกจากนี้ เขายังเคยทำหน้าที่เป็นโฆษกด้านสื่อให้กับเอกอัครราชทูตจอร์จ วาเนียร์ (Georges Vanier) ณ กรุงปารีส ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ในแอฟริกา เขาได้พบกับ ดร. อัลเบิร์ต ชไวท์เซอร์ (Dr. Albert Schweitzer) และกลายเป็นผู้สนับสนุนงานด้านมนุษยธรรมของชไวท์เซอร์นับแต่นั้น
ช่วงปลายของชีวิตและเกียรติยศ
หลังจากสิ้นสุดอาชีพทางการทูตในปี 1968 ชาร์ปองตีเยกลับมาดำรงตำแหน่งบรรณาธิการบริหารของหนังสือพิมพ์ Le Droit ในวัย 71 ปี เขาเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดคู่ใจจนถึงปี 1999 ซึ่งในขณะนั้นเขามีอายุ 101 ปี แต่ต้องหยุดเขียนเนื่องจากอาการปอดบวมเรื้อรัง
ในด้านการเมืองท้องถิ่น เขาเคยดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการควบคุมเมืองออตตาวา (Ottawa Board of Control) และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีในปี 1935 แต่ไม่ได้รับเลือก
ชาร์ปองตีเยได้รับเกียรติสูงสุดในฐานะพลเมืองแคนาดา โดยได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิก Order of Canada (Member of the Order of Canada) ในปี 1978 และได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเจ้าหน้าที่ (Officer) ในปี 1998 เขาเสียชีวิตด้วยโรคปอดบวมเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2001 ขณะมีอายุได้ 103 ปี
คำถามที่พบบ่อย
ฟุลเจนซ์ ชาร์ปองตีเย มีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อภาษาฝรั่งเศสในแคนาดา?
เขาใช้การรายงานข่าวในรัฐสภาเพื่อสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก ซึ่งช่วยกระตุ้นให้รัฐบาลกลางเพิ่มการมองเห็นและการใช้ภาษาฝรั่งเศสในระบบราชการของแคนาดา
ชาร์ปองตีเยเคยทำงานในตำแหน่งใดบ้างนอกเหนือจากนักข่าว?
เขาเคยเป็นนักการทูตในแอฟริกาและอเมริกาใต้, หัวหน้าหน่วยงานเซ็นเซอร์ของแคนาดาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และสมาชิกคณะกรรมการควบคุมเมืองออตตาวา
เขาเขียนคอลัมน์ให้หนังสือพิมพ์จนถึงอายุเท่าใด?
เขาเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์ให้กับหนังสือพิมพ์ Le Droit จนถึงปี 1999 ซึ่งขณะนั้นเขามีอายุได้ 101 ปี