← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ฟันด์ไรซ์ (Fundrise) แพลตฟอร์มการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางเลือกแบบออนไลน์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 2010 โดยเบน และ แดน มิลเลอร์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
  • เป็นผู้สร้างนวัตกรรม eREIT ซึ่งเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบออนไลน์แห่งแรกของโลก
  • เปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อย (Non-accredited investors) เข้าถึงการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และ Venture Capital
  • บริหารจัดการสินทรัพย์ในส่วนของทุนประมาณ 2.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ ปี 2025

ฟันด์ไรซ์ (Fundrise) เป็นบริษัทเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างแพลตฟอร์มการลงทุนออนไลน์ที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงโอกาสในการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เครดิตส่วนบุคคล (Private Credit) และเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) ได้อย่างสะดวกและเข้าถึงง่าย

ข้อมูล ณ ปี 2025 ระบุว่า Fundrise บริหารจัดการสินทรัพย์ในส่วนของทุน (Equity) ให้กับนักลงทุนประมาณ 2.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ทั่วสหรัฐอเมริกามีมูลค่ารวมกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประวัติและการก่อตั้ง

Fundrise ก่อตั้งขึ้นในปี 2010 โดยสองพี่น้อง เบน มิลเลอร์ (Ben Miller) และ แดน มิลเลอร์ (Dan Miller) โดยเริ่มเปิดตัวแพลตฟอร์มในปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนการประกาศใช้กฎหมาย JOBS Act ของสหรัฐฯ ที่ช่วยปรับปรุงกฎระเบียบด้านหลักทรัพย์เพื่อส่งเสริมการระดมทุนแบบ Crowdfunding

ผู้ก่อตั้งทั้งสองได้รับอิทธิพลมาจากบิดา คือ เฮิร์บ มิลเลอร์ (Herb Miller) แห่งบริษัท Western Development Corp. ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ในวอชิงตัน ดี.ซี. โดยเบนและแดนเคยดำรงตำแหน่งบริหารใน Western Development Corp. และ WestMill Capital Partners มาก่อน

โครงการแรกของ Fundrise คือ Maketto ซึ่งตั้งอยู่ในย่าน H Street NE ของกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยสามารถระดมทุนได้ 325,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุน 175 ราย ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยในวอชิงตัน ดี.ซี. และรัฐเวอร์จิเนียลงทุนได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 100 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้โครงการนี้กลายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ระดมทุนแบบ Crowdfunding โครงการแรกในสหรัฐอเมริกา

การเติบโตและการขยายตัว

การขยายแพลตฟอร์ม

หลังจากความสำเร็จของโครงการ Maketto ทางบริษัทได้ขยายแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์จากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วสหรัฐอเมริกา โดยในปี 2014 บริษัทรายงานว่าสามารถอำนวยความสะดวกในการลงทุนได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากนักลงทุนมากกว่า 1,000 ราย

หนึ่งในการลงทุนที่ได้รับความสนใจอย่างมากเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2015 เมื่อ Fundrise เริ่มเสนอขายพันธบัตรสำหรับการก่อสร้างอาคาร 3 World Trade Center ในแมนแฮตตัน โดย Fundrise ได้ซื้อพันธบัตรมูลค่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และนำมาเสนอขายต่อนักลงทุนรายย่อยในราคาพันธบัตรละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมผลตอบแทนรายปี 5% (ปลอดภาษี) เป็นระยะเวลา 5 ปี

การระดมทุนและโครงสร้างองค์กร

Fundrise ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series A โดยได้รับเงินทุนรวม 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนำโดยบริษัท Renren จากประเทศจีนที่ลงทุนถึง 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ยังมีนักลงทุนรายอื่น เช่น Guggenheim Partners และผู้บริหารจาก Rockrose Development Corporation และ Forest City Enterprises เข้าร่วมด้วย

ในเดือนตุลาคม 2015 แดน มิลเลอร์ หนึ่งในผู้ก่อตั้งและประธานบริษัท ได้ลาออกจากตำแหน่งเพื่อไปก่อตั้ง Steward ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมออนไลน์สำหรับเกษตรกรรมแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture)

นวัตกรรมการลงทุน eREIT และ eFund

การเปิดตัว eREIT

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2015 Fundrise ได้เปิดตัว Fundrise Real Estate Investment Trust หรือที่เรียกว่า "eREIT" ซึ่งเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบออนไลน์แห่งแรกของโลก โดยใช้กฎระเบียบ Regulation A+ ภายใต้ JOBS Act เพื่อให้นักลงทุนทั้งแบบ Accredited (นักลงทุนรายใหญ่) และ Non-accredited (นักลงทุนรายย่อย) สามารถลงทุนในพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ทั่วสหรัฐฯ ได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ต่อมาบริษัทได้เปิดตัว eREIT ประเภทอื่น ๆ เช่น Fundrise Equity REIT (กุมภาพันธ์ 2016) และ Fundrise Income eREIT (ธันวาคม 2016) ซึ่งกองทุน Income eREIT และ Growth eREIT เป็นผู้ระดมทุนรายแรก ๆ ที่สามารถระดมทุนได้สูงสุดถึง 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามที่กฎหมาย Regulation A กำหนดในขณะนั้น

การเปิดตัว eFund

ในเดือนมิถุนายน 2017 Fundrise ได้เปิดตัว eFund ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอที่เน้นการลงทุนในบ้านสำหรับขายในเมืองใหญ่ของสหรัฐฯ โดยเริ่มจาก Los Angeles eFund ซึ่งระดมทุนได้ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมกันนี้บริษัทได้นำเสนอบริการที่ปรึกษาและการลงทุนตามเป้าหมาย (Goal-based investing)

การดำเนินงานในปัจจุบัน (2021-ปัจจุบัน)

ตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา Fundrise ได้รับวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินชั้นนำเพื่อขยายพอร์ตโฟลิโอ โดยได้รับวงเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Goldman Sachs เพื่อพัฒนาบ้านเดี่ยวในเขต Sun Belt และในปี 2024 ได้รับวงเงินสินเชื่ออีก 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก J.P. Morgan เพื่อขยายการลงทุนในพื้นที่เดียวกัน

ในด้านของผลิตภัณฑ์การลงทุน บริษัทได้ขยายขอบเขตไปยังสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ดังนี้:

  • Innovation Fund: เปิดตัวในช่วงปลายปี 2022 เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงโอกาสใน Venture Capital โดยเฉพาะในกลุ่ม AI และ FinTech ซึ่งในปี 2025 ได้รับการนำเสนอผ่านแพลตฟอร์ม SoFi ด้วย
  • Opportunistic Credit Fund: เปิดตัวในเดือนมกราคม 2023 เน้นกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ (Accredited Investors) เพื่อลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอสังหาริมทรัพย์ค้ำประกันและให้ผลตอบแทนสูง

ข้อมูลในปี 2022 ระบุว่า Fundrise มีนักลงทุนเกือบ 350,000 ราย โดยส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 25-40 ปี และมูลค่าสินทรัพย์ในส่วนของทุน (Equity) ได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

คำถามที่พบบ่อย

Fundrise คืออะไร?

Fundrise คือแพลตฟอร์ม FinTech จากสหรัฐอเมริกาที่ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนรายใหญ่สามารถลงทุนในอสังหาริมทรัพย์, เครดิตส่วนบุคคล และ Venture Capital ผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำที่ต่ำกว่าการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แบบดั้งเดิม

eREIT คืออะไร?

eREIT ย่อมาจาก Electronic Real Estate Investment Trust ซึ่งเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่บริหารจัดการผ่านระบบออนไลน์ทั้งหมด โดย Fundrise เป็นผู้ริเริ่มสร้างรูปแบบนี้ขึ้นมาเพื่อให้นักลงทุนเข้าถึงพอร์ตโฟลิโออสังหาริมทรัพย์ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น

ใครสามารถลงทุนใน Fundrise ได้บ้าง?

นักลงทุนทั้งแบบ Accredited (นักลงทุนรายใหญ่ที่มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์) และ Non-accredited (นักลงทุนรายย่อยทั่วไป) สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนของ Fundrise ได้ โดยมีผลิตภัณฑ์บางตัวที่เน้นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

eFund คืออะไร?

eFund คือพอร์ตโฟลิโอการลงทุนในบ้านสำหรับขายในเมืองใหญ่ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนจากการขายบ้านแทนที่จะเป็นเงินปันผลจากค่าเช่า