← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Galactic Energy บริษัทจรวดเอกชนชั้นนำของจีนสู่การทำเหมืองดาวเคราะห์น้อย

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นบริษัทเอกชนรายแรกของจีนที่สามารถส่งดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จถึงสองครั้ง
  • เป้าหมายระยะยาวของบริษัทคือการทำเหมืองแร่บนดาวเคราะห์น้อย
  • จรวด Pallas-1 ถูกออกแบบมาให้สามารถลงจอดในแนวตั้ง (VTVL) เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้

Galactic Energy (ภาษาจีน: 星河动力) เป็นบริษัทผู้ให้บริการส่งจรวดเอกชนสัญชาติจีนที่มีเป้าหมายอันทะเยอทะยานในการพัฒนาเทคโนโลยีการขนส่งอวกาศ โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อยเพื่อค้นหาโลหะและแร่ธาตุหายาก

ประวัติความเป็นมา

Galactic Energy เริ่มต้นสร้างชื่อเสียงในเดือนพฤศจิกายน 2020 ด้วยการส่งจรวด Ceres-1 ขึ้นสู่อวกาศได้สำเร็จ ทำให้บริษัทกลายเป็นบริษัทเอกชนรายที่สองของจีนที่สามารถนำดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรได้สำเร็จ (ต่อจาก i-Space) และเป็นรายที่สี่ที่พยายามส่งจรวดเข้าสู่วงโคจร

ในวันที่ 6 ธันวาคม 2021 บริษัทได้ส่งจรวด Ceres-1 ลำที่สองได้สำเร็จ ส่งผลให้ Galactic Energy กลายเป็นบริษัทเอกชนรายแรกของจีนที่สามารถนำดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรได้ถึงสองครั้ง และในเดือนมกราคม 2022 บริษัทได้ระดมทุนได้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาจรวดที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable Launch Vehicle)

ยานขนส่งอวกาศและจรวด

Ceres-1

Ceres-1 (ภาษาจีน: 谷神星一号) เป็นจรวดนำส่งขนาดเล็กแบบ 4 ขั้น โดยสามขั้นแรกใช้เครื่องยนต์เชื้อเพลิงแข็ง และขั้นสุดท้ายใช้ระบบขับเคลื่อนไฮดราซีน มีความสามารถในการส่งน้ำหนัก 400 กิโลกรัมไปยังวงโคจรต่ำของโลก (LEO) หรือ 300 กิโลกรัมไปยังวงโคจรสัมพันธ์กับดวงอาทิตย์ (SSO) ที่ระดับความสูง 500 กิโลเมตร

  • ความสูง: ประมาณ 19 เมตร
  • เส้นผ่านศูนย์กลาง: 1.4 เมตร
  • ความสำเร็จสำคัญ: การเปิดตัว Ceres-1S ซึ่งเป็นเวอร์ชันปล่อยจากทะเลเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2023 โดยใช้เรือบาร์จ DeFu 15002

Ceres-2

Ceres-2 (Gushenxing-2, GX-2) เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจาก Ceres-1 โดยมีการขยายขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเป็น 3.35 เมตร คาดว่าจะสามารถส่งน้ำหนักได้สูงสุด 1,600 กิโลกรัมไปยัง LEO และ 1,300 กิโลกรัมไปยัง SSO อย่างไรก็ตาม การปล่อยตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2026 ประสบความล้มเหลว

Pallas-1

Pallas-1 (ภาษาจีน: 智神星一号) เป็นจรวดนำส่งขนาดกลางแบบสองขั้นที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้บางส่วน ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยมีจุดเด่นคือขั้นแรกจะมีขาตั้งและครีบ (Grid Fins) เพื่อให้สามารถลงจอดในแนวตั้ง (VTVL) คล้ายกับ Falcon 9 ของ SpaceX

ขั้นแรกของ Pallas-1 ใช้เครื่องยนต์ CQ-50 แบบออกซิเจนเหลว/เคโรซีน จำนวน 7 เครื่อง มีมวลขณะออกตัว 283 ตัน และสามารถส่งน้ำหนักสูงสุด 8 ตันไปยัง LEO หากใช้ตัวช่วยส่ง (Booster) 3 ชุด จะสามารถส่งน้ำหนักได้ถึง 17.5 ตัน

Pallas-2

Pallas-2 เป็นจรวดนำส่งขนาดหนัก (Heavy-lift) รุ่นถัดไปที่เน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุก โดยตั้งเป้าที่จะส่งน้ำหนัก 20 ตันไปยัง LEO และอาจเพิ่มได้ถึง 58 ตันในรุ่น Heavy tri-core

หัวใจสำคัญของ Pallas-2 คือเครื่องยนต์ CQ-90 ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เคโรซีน/ออกซิเจนเหลวที่มีแรงขับสูงขึ้น โดยมีการทดสอบ Hot Fire เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2026 และบรรลุประสิทธิภาพการเผาไหม้ประมาณ 96% พร้อมระบบควบคุมทิศทางแรงขับ (Thrust Vector Control) ที่ปรับมุมได้ถึง 6 องศา

การแข่งขันในตลาด

Galactic Energy ต้องแข่งขันกับบริษัทสตาร์ทอัพด้านอวกาศรายอื่นๆ ในจีน เช่น LandSpace, Deep Blue Aerospace, Space Pioneer, I-Space, ExPace, LinkSpace และ OneSpace

ตารางสรุปภารกิจการปล่อยจรวด Ceres-1 และ 1S

ประเภทจรวดตัวอย่างดาวเทียมที่ส่ง
Ceres-1 / 1STianqi 11, Lize-1, Baoyun, Golden Bauhinia, Jilin-1 Gaofen, Tianmu-1, Xiamen Keji-1

คำถามที่พบบ่อย

Galactic Energy คือบริษัทอะไร?

เป็นบริษัทเอกชนด้านการขนส่งอวกาศของจีนที่พัฒนาจรวดตระกูล Ceres และ Pallas เพื่อให้บริการส่งดาวเทียมและมีเป้าหมายทำเหมืองดาวเคราะห์น้อยในอนาคต

จรวด Ceres-1 มีความพิเศษอย่างไร?

เป็นจรวดนำส่งขนาดเล็ก 4 ขั้นที่ใช้เชื้อเพลิงแข็งใน 3 ขั้นแรก และสามารถปล่อยได้ทั้งจากฐานยิงบนบกและจากทะเล (รุ่น Ceres-1S)

Pallas-1 แตกต่างจาก Ceres-1 อย่างไร?

Pallas-1 เป็นจรวดขนาดกลางที่ใช้เชื้อเพลิงเหลวและถูกออกแบบมาให้สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable) ซึ่งมีขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักสูงกว่า Ceres-1 อย่างมาก