จอร์จ แฮมิลตัน ที่ 4 ทูตวัฒนธรรมเพลงคันทรี่ระดับโลก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นเจ้าของเพลงฮิต 'Abilene' ซึ่งครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงคันทรี่ของ Billboard นาน 4 สัปดาห์
- ได้รับฉายาว่า 'International Ambassador of Country Music' จากการนำเพลงคันทรี่ไปเผยแพร่ทั่วโลก รวมถึงในสหภาพโซเวียต
- เป็นสมาชิกของ Grand Ole Opry นานถึง 50 ปี
- เป็นนักร้องเพลงคันทรี่ชาวอเมริกันคนแรกที่มีรายการโทรทัศน์ของตัวเองทางช่อง BBC
จอร์จ แฮมิลตัน ที่ 4 (George Hege Hamilton IV; 19 กรกฎาคม 1937 – 17 กันยายน 2014) เป็นนักดนตรีเพลงคันทรี่ชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียง ผู้เริ่มต้นเส้นทางในวงการบันเทิงช่วงปลายทศวรรษ 1950 ในฐานะไอดอลวัยรุ่น ก่อนจะเปลี่ยนมามุ่งเน้นดนตรีคันทรี่อย่างเต็มตัวในช่วงต้นทศวรรษ 1960
ประวัติช่วงต้นและการเข้าสู่วงการ
แฮมิลตันเกิดที่เมืองวินสตัน-เซเลม รัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ในครอบครัวชาวมอราเวียน (Moravian) โดยได้รับอิทธิพลด้านดนตรีคันทรี่มาจากคุณปู่ซึ่งทำงานเป็นพนักงานรถไฟ เขาจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Richard J. Reynolds และเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนาในแชพเพิลฮิลล์ (University of North Carolina at Chapel Hill)
ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในวัย 19 ปี แฮมิลตันได้บันทึกเสียงเพลง "A Rose and a Baby Ruth" กับค่ายเพลง Colonial Records ซึ่งเพลงนี้ประสบความสำเร็จอย่างสูงโดยขึ้นถึงอันดับ 6 บนชาร์ต Billboard Hot 100 และได้รับสถานะแผ่นเสียงทองคำในปี 1960 ภายใต้ค่าย ABC-Paramount ความสำเร็จนี้ทำให้เขาได้เข้าร่วมทัวร์คอนเสิร์ตร็อกกะบิลลี (Rockabilly Tour) ร่วมกับศิลปินชื่อดังอย่าง บัดดี้ ฮอลลี (Buddy Holly), เอ็ดดี้ โคแครน (Eddie Cochran) และเดอะ เอเวอร์ลี บราเธอร์ส (The Everly Brothers)
ความสำเร็จในฐานะศิลปินเพลงคันทรี่
แฮมิลตันย้ายไปตั้งถิ่นฐานที่แนชวิลล์ในปี 1959 เพื่อพัฒนาอาชีพนักดนตรีคันทรี่ และได้เข้าเป็นสมาชิกของ Grand Ole Opry เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1960 ต่อมาเขาได้เซ็นสัญญากับค่าย RCA Records ภายใต้การดูแลของ เชต แอทกินส์ (Chet Atkins)
ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือเพลง "Before this Day Ends" ในปี 1961 และเพลง "Abilene" ในปี 1963 ซึ่งครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงคันทรี่ของ Billboard นานถึง 4 สัปดาห์ และติดอันดับ Top 20 ของ Hot 100 นอกจากนี้เขายังมีเพลงฮิตอย่าง "Fort Worth, Dallas or Houston" ในปี 1964
ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 แนวเพลงของแฮมิลตันเริ่มมีอิทธิพลของดนตรีโฟล์ก (Folk) เข้ามาผสมผสานอย่างเห็นได้ชัด โดยนำผลงานของศิลปินอย่าง กอร์ดอน ไลท์ฟุต (Gordon Lightfoot) และ โจนี มิเชลล์ (Joni Mitchell) มาขับร้อง
บทบาททูตวัฒนธรรมเพลงคันทรี่ระดับโลก
หลังจากความนิยมในสหรัฐอเมริกาลดลงในช่วงต้นทศวรรษ 1970 แฮมิลตันได้เริ่มออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ตในระดับนานาชาติ ครอบคลุมทั้งสหภาพโซเวียต, โปแลนด์, ออสเตรเลีย, ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออก การเดินทางเผยแพร่ดนตรีคันทรี่ไปทั่วโลกทำให้เขาได้รับฉายาว่า "International Ambassador of Country Music" (ทูตวัฒนธรรมเพลงคันทรี่ระดับโลก)
เขายังเป็นนักร้องเพลงคันทรี่ชาวอเมริกันคนแรกที่มีรายการโทรทัศน์เป็นของตัวเองทางช่อง BBC ในสหราชอาณาจักร และมีรายการโทรทัศน์ที่ประสบความสำเร็จในแคนาดานานถึง 6 ปีในช่วงปลายทศวรรษ 1970
ผลงานช่วงปลายและดนตรีกอสเปล
ในช่วงทศวรรษ 1980 แฮมิลตันได้ร่วมเดินทางกับ บิลลี แกรแฮม (Billy Graham) ในทัวร์พันธกิจทางศาสนาทั่วสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร ต่อมาในปี 2004 เขาได้บันทึกเสียงอัลบั้มกอสเปลแบบอะคูสติกชื่อ "On a Blue Ridge Sunday" ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Dove Award ในสาขาอัลบั้มบลูแกรสยอดเยี่ยมแห่งปี
แฮมิลตันยังคงเป็นสมาชิกที่แข็งขันของ Grand Ole Opry จนถึงช่วงท้ายของชีวิต โดยในปี 2010 เขาได้ฉลองการเป็นสมาชิกครบ 50 ปี และได้ออกอัลบั้ม "Old Fashioned Hymns" ซึ่งเป็นการร่วมงานกับศิลปินคันทรี่ชื่อดังมากมาย เช่น ริคกี้ สแกกส์ (Ricky Skaggs) และ มาร์ตี้ สจวร์ต (Marty Stuart)

คำถามที่พบบ่อย
จอร์จ แฮมิลตัน ที่ 4 มีชื่อเสียงจากเพลงอะไร?
เขามีชื่อเสียงอย่างมากจากเพลง 'Abilene' ซึ่งเป็นเพลงฮิตอันดับ 1 ในปี 1963 และเพลง 'A Rose and a Baby Ruth' ในช่วงเริ่มต้นอาชีพ
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่าทูตวัฒนธรรมเพลงคันทรี่ระดับโลก?
เพราะเขาได้ออกทัวร์แสดงคอนเสิร์ตในหลายทวีปทั่วโลก รวมถึงพื้นที่ที่ดนตรีคันทรี่ไม่เป็นที่รู้จักมาก่อน เช่น สหภาพโซเวียต และประเทศในเอเชียตะวันออก
แฮมิลตันมีความเกี่ยวข้องกับ Grand Ole Opry อย่างไร?
เขาเข้าเป็นสมาชิกของ Grand Ole Opry ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 1960 และยังคงเป็นสมาชิกที่แสดงผลงานอย่างสม่ำเสมอจนถึงช่วงท้ายของชีวิต
ในช่วงปลายอาชีพ เขาหันไปเน้นดนตรีประเภทใด?
ในช่วงท้ายของอาชีพ เขาหันมาเน้นการบันทึกเสียงและทัวร์คอนเสิร์ตในแนวเพลงกอสเปล (Gospel) และเพลงสรรเสริญพระเจ้า (Hymns)
