← กลับไปยังบทความทั้งหมด

จอร์จ พีร์สัน สมิธ ผู้บุกเบิกเทคนิค Phage Display และเจ้าของรางวัลโนเบล

สรุปใจความสำคัญ

  • จอร์จ พีร์สัน สมิธ เป็นผู้คิดค้นเทคนิค Phage Display ซึ่งช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถแสดงโปรตีนบนผิวของแบคทีริโอเฟจได้
  • เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี 2018 ร่วมกับ Frances Arnold และ Greg Winter
  • เป็นศาสตราจารย์เกียรติคุณที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี (University of Missouri)

จอร์จ พีร์สัน สมิธ (George Pearson Smith; เกิด 10 มีนาคม ค.ศ. 1941) เป็นนักชีววิทยาชาวอเมริกันและนักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบล มีบทบาทสำคัญในฐานะศาสตราจารย์เกียรติคุณ (Curators' Distinguished Professor Emeritus) สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ณ มหาวิทยาลัยมิสซูรี (University of Missouri) ในเมืองโคลัมเบีย รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา

ภาพถ่ายของ จอร์จ พีร์สัน สมิธ
จอร์จ พีร์สัน สมิธ นักชีววิทยาผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมี

ประวัติการศึกษาและการทำงาน

สมิธเกิดที่เมืองนอร์วอล์ก รัฐคอนเนตทิคัต เขาสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี (A.B.) สาขาชีววิทยาจากวิทยาลัยแฮเวอร์ฟอร์ด (Haverford College) หลังจากนั้นเขาได้ทำงานเป็นครูระดับมัธยมศึกษาและเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการเป็นเวลาหนึ่งปี ก่อนจะเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาเอก (PhD) ในสาขาแบคทีเรียวิทยาและภูมิคุ้มกันวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University)

ในช่วงการทำวิจัยหลังปริญญาเอก (Postdoctoral) สมิธได้ร่วมงานกับ โอลิเวอร์ สมิธีส์ (Oliver Smithies) ซึ่งต่อมาได้รับรางวัลโนเบลเช่นกัน ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน (University of Wisconsin–Madison) ก่อนจะย้ายไปร่วมคณะอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยมิสซูรีในปี ค.ศ. 1975 นอกจากนี้ ในปีการศึกษา 1983–1984 เขาได้ดำรงตำแหน่งศาสตราจารย์รับเชิญที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก (Duke University) โดยได้ร่วมงานกับ โรเบิร์ต เว็บสเตอร์ (Robert Webster) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของงานวิจัยที่นำไปสู่การได้รับรางวัลโนเบลในเวลาต่อมา

การค้นพบเทคนิค Phage Display

ผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้สมิธมากที่สุดคือการคิดค้นเทคนิค Phage Display ซึ่งเป็นวิธีการทางพันธุวิศวกรรมที่นำลำดับโปรตีนจำเพาะมาแทรกเข้าไปในยีนของโปรตีนเปลือกหุ้มของแบคทีริโอเฟจ (Bacteriophage) ส่งผลให้โปรตีนดังกล่าวถูกแสดงออก (Express) อยู่ที่บริเวณผิวภายนอกของไวรัสที่กินแบคทีเรียนี้

สมิธได้อธิบายเทคนิคนี้เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1985 โดยการแสดงเปปไทด์บน filamentous phage ผ่านการเชื่อมต่อเปปไทด์ที่สนใจเข้ากับยีน III ของ filamentous phage เทคนิคนี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการคัดเลือกโปรตีนที่มีคุณสมบัติจำเพาะ และถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางในการพัฒนายาและการศึกษาวิจัยด้านชีวโมเลกุล

ด้วยความสำเร็จนี้ สมิธจึงได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 2018 ร่วมกับ เกร็ก วินเทอร์ (Greg Winter) และ ฟรานเซส อาร์โนลด์ (Frances Arnold)

บทบาททางสังคมและการสนับสนุนสิทธิมนุษยชน

นอกเหนือจากงานด้านวิทยาศาสตร์ สมิธยังเป็นผู้สนับสนุนสิทธิความเท่าเทียมสำหรับชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอลในดินแดนบ้านเกิดร่วมกัน และเป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งของขบวนการคว่ำบาตร ถอนการลงทุน และคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ (Boycott, Divestment and Sanctions - BDS)

รางวัลและเกียรติยศ

  • ค.ศ. 2000: ได้รับตำแหน่ง University of Missouri Curators' Professor
  • ค.ศ. 2001: ได้รับเลือกเป็น Fellow ของสมาคมเพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์อเมริกัน (AAAS)
  • ค.ศ. 2007: ได้รับรางวัล Promega Biotechnology Research Award จากสมาคมจุลชีววิทยาอเมริกัน (American Society for Microbiology)
  • ค.ศ. 2018: รางวัลโนเบลสาขาเคมี (ร่วมกับ Greg Winter และ Frances Arnold)
  • ค.ศ. 2020: ได้รับเลือกเป็นสมาชิกของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NAS)
  • ค.ศ. 2023: ได้รับเหรียญเกียรติยศ Mizzou Medal of Distinction จากวิทยาลัยศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมิสซูรี

คำถามที่พบบ่อย

เทคนิค Phage Display คืออะไร?

Phage Display คือเทคนิคที่นำลำดับโปรตีนจำเพาะมาแทรกในยีนของโปรตีนเปลือกหุ้มของแบคทีริโอเฟจ ทำให้โปรตีนนั้นถูกแสดงออกที่ผิวภายนอกของไวรัส ซึ่งช่วยในการคัดเลือกและศึกษาโปรตีนที่มีคุณสมบัติจำเพาะได้ง่ายขึ้น

จอร์จ พีร์สัน สมิธ ได้รับรางวัลโนเบลในปีใดและสาขาอะไร?

เขาได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 2018

จอร์จ พีร์สัน สมิธ ทำงานวิจัยที่สถาบันใดเป็นหลัก?

เขาสังกัดเป็นศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี (University of Missouri) ในเมืองโคลัมเบีย รัฐมิสซูรี สหรัฐอเมริกา

สมิธร่วมงานกับใครในช่วงที่นำไปสู่การค้นพบ Phage Display?

เขาได้ร่วมงานกับ โรเบิร์ต เว็บสเตอร์ (Robert Webster) ที่มหาวิทยาลัยดุ๊ก ในช่วงปีการศึกษา 1983–1984 ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของงานวิจัยนี้