← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติ George Wildman นักวาดการ์ตูนผู้สร้างชีวิตให้ Popeye

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นบรรณาธิการบริหารของ Charlton Comics ระหว่างปี 1971 ถึง 1985
  • เป็นศิลปินหลักผู้ดูแลการวาดการ์ตูนเรื่อง Popeye ให้กับ Charlton Comics
  • ผลงานหนังสือป๊อปอัปและไข่อีสเตอร์ไม้ของเขาได้รับการจัดแสดงที่สถาบันสมิธโซเนียน
  • ได้รับรางวัล Best Cartoonist, Humor Division จาก National Cartoonists Society ปี 1981

George Wildman (31 กรกฎาคม 1927 – 22 พฤษภาคม 2016) เป็นนักวาดการ์ตูนชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงอย่างมากในอุตสาหกรรมหนังสือการ์ตูน โดยเฉพาะผลงานการเป็นบรรณาธิการระดับสูงที่ Charlton Comics และการเป็นศิลปินประจำที่วาดการ์ตูนเรื่อง Popeye เป็นเวลานาน

ชีวิตช่วงต้นและการเริ่มต้นอาชีพ

Wildman เป็นชาวรัฐคอนเนตทิคัตโดยกำเนิด เขาเคยรับใช้ชาติในกองทัพเรือสหรัฐฯ ทั้งในสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเขาทำหน้าที่เป็นผู้สรรหาบุคลากรของกองทัพเรือ และหลังจากสงครามสิ้นสุดลงเขาได้เข้าร่วมกองหนุนทหารเรือ ต่อมาเมื่อถูกเรียกตัวให้ไปปฏิบัติหน้าที่ในสงครามเกาหลี เขาได้ประจำการบนเรือ USS New Jersey

หลังจากกลับจากสงคราม Wildman ได้ศึกษาด้านการโฆษณาที่สถาบันซึ่งต่อมากลายเป็น Paier College of Art ในช่วงทศวรรษ 1950 เขาเริ่มต้นอาชีพในฐานะศิลปินพาณิชย์ศิลป์ โดยเริ่มทำงานที่เอเจนซี่โฆษณาก่อนจะผันตัวมาเป็นศิลปินอิสระ และในช่วงเวลานี้เองที่เขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานให้กับ Charlton Comics ในเมืองเดอร์บี รัฐคอนเนตทิคัต

ผลงานโดดเด่นกับ Popeye

เมื่อ King Comics ยุติการตีพิมพ์การ์ตูนเรื่อง Popeye ทาง Charlton Comics จึงได้รับสิทธิ์ในการผลิตต่อ เนื่องจาก Bud Sagendorf ศิลปินและนักเขียนดั้งเดิมติดภารกิจวาดการ์ตูนรายวันและรายสัปดาห์ในหนังสือพิมพ์ จึงไม่ได้รับงานนี้ Wildman จึงได้รับโอกาสให้เป็นผู้ดูแลการวาดภาพการ์ตูน Popeye โดยมี Joe Gill เป็นผู้เขียนบท

ผลงาน Popeye ภายใต้การดูแลของ Charlton เริ่มตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1969 และสิ้นสุดในปี 1977 ในด้านการบริหาร Wildman เริ่มต้นจากการเป็นผู้ช่วยบรรณาธิการของ Sal Gentile ก่อนจะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นบรรณาธิการจัดการในปี 1971 และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบรรณาธิการบริหารในที่สุด

แม้ว่าต่อมา Western Publishing จะรับช่วงต่อการผลิต Popeye ภายใต้เครื่องหมายการค้า Gold Key และ Whitman แต่ Wildman ก็ยังคงสร้างสรรค์ภาพประกอบในขณะที่เขายังทำงานอยู่ที่ Charlton นอกจากนี้ ในปี 1979 เมื่อภาพยนตร์เรื่อง Popeye ของ Robert Altman ออกฉาย ทำให้เกิดความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้อง Wildman จึงได้วาด "หนังสือป๊อปอัป" (Pop-Up Book) ให้กับสำนักพิมพ์ Random House ซึ่งผลงานชิ้นนี้ได้รับการจัดแสดงที่สถาบันสมิธโซเนียน (Smithsonian Institution) รวมถึงการได้รับเชิญให้วาดไข่อีสเตอร์ไม้สำหรับงานอีสเตอร์ที่ทำเนียบขาว ซึ่งผลงานชิ้นนี้ถูกมอบให้แก่สถาบันสมิธโซเนียนเช่นกัน

การทำงานอิสระและช่วงปลายชีวิต

หลังจากเกษียณจาก Charlton Comics ในปี 1985 Wildman ได้ผันตัวมาเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระสำหรับหนังสือการ์ตูนและหนังสือเด็ก ผลงานของเขาปรากฏในสิ่งพิมพ์ที่ใช้ตัวละครจาก Disney, Hanna-Barbera, Harvey และ Warner Bros. รวมถึงงานออกแบบให้กับธุรกิจต่างๆ มากมาย

ในปี 1994 Wildman และภรรยา (Trudy) ได้รับเกียรติเป็นแขกพิเศษในเทศกาลฉลองครบรอบ 100 ปีของผู้สร้าง Popeye (Elzie Crisler Segar) ที่เมืองเชสเตอร์ รัฐอิลลินอยส์ โดยเขาได้รับรางวัลความสำเร็จสูงสุดตลอดกาล (Lifetime Achievement Award) จากสโมสรแฟนคลับ Popeye

ในช่วงปลายทศวรรษ 2000 Wildman และลูกชาย (Karl) ได้ร่วมกันเปิดเอเจนซี่โฆษณาของตนเอง โดยผลิตงานแอนิเมชันคอมพิวเตอร์ การ์ดอวยพร และผลิตภัณฑ์อื่นๆ นอกจากนี้ ผลงานของเขายังปรากฏอยู่ในส่วน "Hidden Pictures" ของนิตยสาร Highlights for Children อย่างสม่ำเสมอ

รางวัลและความสำเร็จ

  • ได้รับรางวัล "Best Cartoonist, Humor Division" จาก National Cartoonists Society ในปี 1981
  • ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Shazam Award สาขา Best Penciller (Humor Division) ในปี 1974
  • ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Shazam Award สาขา Best Inker (Humor Division) ในปี 1974

George Wildman เสียชีวิตอย่างสงบในวันที่ 22 พฤษภาคม 2016 ด้วยวัย 88 ปี

คำถามที่พบบ่อย

George Wildman มีชื่อเสียงที่สุดจากผลงานอะไร?

เขามีชื่อเสียงที่สุดจากการเป็นบรรณาธิการที่ Charlton Comics และการเป็นศิลปินผู้วาดการ์ตูนเรื่อง Popeye

George Wildman เคยรับราชการทหารหรือไม่?

ใช่ เขาเคยรับใช้ชาติในกองทัพเรือสหรัฐฯ ทั้งในสงครามโลกครั้งที่สองและสงครามเกาหลี

รางวัลสูงสุดที่เขาได้รับในสายอาชีพนักวาดการ์ตูนคืออะไร?

เขาได้รับรางวัล Best Cartoonist, Humor Division จาก National Cartoonists Society ในปี 1981