← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คลังศิลปะและวัฒนธรรมดิจิทัลของ Google

สรุปใจความสำคัญ

  • เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 โดยความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ชั้นนำระดับโลก
  • ใช้เทคโนโลยี Gigapixel เพื่อบันทึกภาพผลงานศิลปะให้มีความละเอียดสูงกว่ากล้องดิจิทัลทั่วไปถึง 1,000 เท่า
  • บูรณาการร่วมกับ Google Street View เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบเสมือนจริงได้
  • เกิดจากนโยบาย '20-percent time' ของ Google ที่สนับสนุนให้นวัตกรรมเกิดจากความสนใจของพนักงาน

Google Arts & Culture (เดิมชื่อ Google Art Project) คือแพลตฟอร์มออนไลน์ที่รวบรวมภาพถ่ายความละเอียดสูงและวิดีโอของผลงานศิลปะและวัตถุทางวัฒนธรรมจากองค์กรทางวัฒนธรรมที่เป็นพันธมิตรทั่วโลก โดยมี Google เป็นผู้ดำเนินการ แพลตฟอร์มนี้ใช้เทคโนโลยีการสร้างภาพความละเอียดสูงที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเยี่ยมชมคอลเลกชันและหอศิลป์ของพิพิธภัณฑ์ในรูปแบบเสมือนจริง พร้อมทั้งสำรวจข้อมูลทางกายภาพและบริบทของผลงานศิลปะได้อย่างละเอียด

หน้าจอการใช้งาน Google Arts & Culture
อินเทอร์เฟซของ Google Arts & Culture ที่แสดงการเข้าถึงผลงานศิลปะระดับโลก

ประวัติและการพัฒนา

โครงการนี้เกิดขึ้นจากนโยบาย "20-percent time" ของ Google ซึ่งสนับสนุนให้พนักงานใช้เวลา 20% ของเวลาทำงานในการคิดค้นโครงการนวัตกรรม ทีมงานขนาดเล็กได้พัฒนาแนวคิดนี้ขึ้นหลังจากมีการหารือถึงวิธีการนำเทคโนโลยีของบริษัทมาใช้เพื่อให้ผลงานในพิพิธภัณฑ์สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของ Google ในการ "จัดระเบียบข้อมูลของโลกและทำให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้"

แพลตฟอร์มนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554 โดยความร่วมมือกับพิพิธภัณฑ์ระดับโลก เช่น Tate Gallery ในลอนดอน, Metropolitan Museum of Art ในนิวยอร์ก และ Uffizi ในฟลอเรนซ์ ต่อมาในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2555 Google ได้ประกาศขยายโครงการครั้งใหญ่ โดยเพิ่มผลงานศิลปะมากกว่า 34,000 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์และองค์กรศิลปะ 151 แห่งใน 40 ประเทศ

เทคโนโลยีที่ใช้ในการสร้างสรรค์

ทีมพัฒนาได้นำเทคโนโลยีที่มีอยู่เดิมอย่าง Google Street View และ Picasa มาประยุกต์ใช้ พร้อมกับสร้างเครื่องมือใหม่เพื่อรองรับความต้องการเฉพาะของแพลตฟอร์ม

อุปกรณ์ถ่ายภาพความละเอียดสูง
การใช้กล้องและอุปกรณ์พิเศษเพื่อบันทึกภาพผลงานศิลปะในระดับ Gigapixel

การบันทึกภาพความละเอียดสูง (Gigapixel)

มีการใช้ระบบกล้องแบบรถเข็น (Trolley) เพื่อถ่ายภาพภายในหอศิลป์ และใช้หัวพาโนรามาอาชีพ เช่น Clauss RODEON VR Head เพื่อถ่ายภาพผลงานศิลปะที่มีความละเอียดสูงมาก โดยผลงานบางชิ้นถูกบันทึกด้วยความละเอียดสูงกว่ากล้องดิจิทัลทั่วไปถึง 1,000 เท่า ตัวอย่างที่โดดเด่นคือภาพ The Apparition of Christ to the People ของ Alexander Andreyevich Ivanov ซึ่งมีความละเอียดมากกว่า 12 กิกะพิกเซล (Gigapixels)

นอกจากนี้ ทีมงานยังทำงานร่วมกับช่างเทคนิคด้านแสงของพิพิธภัณฑ์เพื่อบันทึกรายละเอียดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เช่น ภาพ No Woman No Cry ที่ Tate Britain ซึ่งมีการบันทึกทั้งในสภาวะแสงธรรมชาติและในความมืด เพื่อให้เห็นภาพเรืองแสงที่ซ่อนอยู่ภายในภาพเขียน

การบูรณาการระบบและส่วนติดต่อผู้ใช้

ภาพที่บันทึกได้จะถูกนำมาเชื่อมต่อกันด้วยซอฟต์แวร์ Google Street View และข้อมูล GPS เพื่อสร้างแผนผังพิพิธภัณฑ์เสมือนจริง ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนผ่านจากการดูแผนที่ใน Google Maps เข้าสู่การเดินชมหอศิลป์ และซูมเข้าสู่รายละเอียดของภาพเขียนผ่านเทคโนโลยีของ Picasa ซึ่งเปรียบเสมือนการใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูรายละเอียดของฝีแปรง

ข้อจำกัดในการแสดงผลภาพศิลปะ
ตัวอย่างความท้าทายในการถ่ายภาพผลงานศิลปะที่มีเทคนิคการวาดแบบลวงตา

ข้อจำกัดทางเทคนิค

แม้จะมีความก้าวหน้า แต่ทีมวิศวกรยังพบข้อจำกัดบางประการ เช่น การควบคุมรูรับแสง (Aperture Control) ของกล้องพาโนรามาที่อาจส่งผลต่อความสม่ำเสมอของภาพ นอกจากนี้ ผลงานศิลปะที่ใช้เทคนิคการวาดแบบลวงตา (Anamorphic) เช่น ภาพ The Ambassadors ของ Hans Holbein the Younger จะสร้างความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากภาพกะโหลกในภาพเขียนจะดูสมจริงก็ต่อเมื่อผู้ดูยืนอยู่ในมุมที่ถูกต้องเท่านั้น ซึ่งการแสดงผลแบบสองมิติในรูปแบบดิจิทัลไม่สามารถถ่ายทอดประสบการณ์นี้ได้อย่างสมบูรณ์

คำถามที่พบบ่อย

Google Arts & Culture คืออะไร?

เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ของ Google ที่รวบรวมผลงานศิลปะและวัตถุทางวัฒนธรรมความละเอียดสูงจากพิพิธภัณฑ์และองค์กรทางวัฒนธรรมทั่วโลก เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและเรียนรู้ศิลปะได้จากทุกที่

เทคโนโลยี Gigapixel ในแพลตฟอร์มนี้ทำงานอย่างไร?

เป็นการใช้กล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพพิเศษที่ถ่ายภาพหลายพันภาพแล้วนำมาต่อกัน (Stitching) จนได้ภาพที่มีความละเอียดสูงมาก ทำให้ผู้ใช้สามารถซูมดูรายละเอียดของฝีแปรงหรือพื้นผิวของผลงานศิลปะได้อย่างชัดเจน

เราสามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์เสมือนจริงได้หรือไม่?

answer: ใช่ ผู้ใช้สามารถใช้เทคโนโลยี Google Street View เพื่อ 'เดิน' ผ่านหอศิลป์และสำรวจคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์ที่เป็นพันธมิตรได้เสมือนว่าอยู่ในสถานที่จริง