← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เขตมหานครเกรตเลกส์

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นเขตมหานครสองสัญชาติ (Bi-national) ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา
  • มีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการขนส่งอยู่ที่ทะเลสาบทั้งห้า (Great Lakes) ซึ่งมีน้ำจืดผิวโลกถึง 20%
  • ครอบคลุมเมืองสำคัญระดับโลก เช่น ชิคาโก, โตรอนโต และมอนทรีออล
  • มีการขนส่งสินค้าทางน้ำผ่านภูมิภาคนี้มากกว่า 200 ล้านตันต่อปี

เขตมหานครเกรตเลกส์ (Great Lakes Megalopolis) คือกลุ่มของพื้นที่เมืองและเขตมหานครที่เชื่อมต่อกันในลักษณะเครือข่ายครอบคลุมพื้นที่สองประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกาและแคนาดา โดยมีศูนย์กลางอยู่บริเวณภูมิภาคเกรตเลกส์ (Great Lakes region) ถือเป็นหนึ่งในเขตมหานครที่ใหญ่ที่สุดและมีประชากรหนาแน่นที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือ

แผนที่แสดงขอบเขตของเขตมหานครเกรตเลกส์
แผนที่แสดงขอบเขตการกระจายตัวของเขตมหานครเกรตเลกส์ในอเมริกาเหนือ

ขอบเขตทางภูมิศาสตร์

เขตมหานครนี้ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวาง โดยในฝั่งสหรัฐอเมริกามีขอบเขตตั้งแต่เมืองมินนีแอโพลิสและเซนต์พอล (Twin Cities) ในรัฐมินนิโซตาทางทิศตะวันตก ลงไปทางใต้ถึงเมืองเซนต์หลุยส์และหลุยส์วิลล์ และทอดยาวไปทางทิศตะวันออกจนถึงเมืองโรเชสเตอร์ในรัฐนิวยอร์ก ส่วนในฝั่งแคนาดา พื้นที่นี้ครอบคลุมตั้งแต่ตอนใต้ของรัฐออนแทรีโอขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือจนถึงเมืองควิเบก

พื้นที่แกนกลางที่มีการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่องประกอบด้วยเมืองสำคัญ เช่น ชิคาโก, มิลวอกี, แกรนด์แรพิดส์, อินเดียแนโพลิส, ดีทรอยต์-วินด์เซอร์, ซินซินแนติ, โคลัมบัส, คลีฟแลนด์, โทเลโด, พิตต์สเบิร์ก, บัฟฟาโล, โรเชสเตอร์, โตรอนโต, ออตตาวา และมอนทรีออล

ทัศนียภาพเมืองในเขตเกรตเลกส์
ตัวอย่างการขยายตัวของความเป็นเมืองในภูมิภาคเกรตเลกส์

ประวัติและความเป็นมาของแนวคิด

แนวคิดเรื่องเขตมหานครในภูมิภาคนี้ถูกนำเสนอเป็นส่วนหนึ่งของงานเขียนโดย ฌอง กอตต์มันน์ (Jean Gottmann) นักภูมิศาสตร์ชาวฝรั่งเศสในหนังสือ Megalopolis: The Urbanized Northeastern Seaboard of the United States ปี 1961 ซึ่งเขามองว่าสหรัฐฯ จะเกิดเขตมหานครขนาดใหญ่ขึ้นในหลายจุด รวมถึงเส้นทางจากชิคาโกไปยังพิตต์สเบิร์ก

ต่อมาในทศวรรษ 1960 และ 1970 คอนสแตนตินอส ด็อกเซียดิส (Constantinos Doxiadis) นักผังเมืองและสถาปนิก ได้ศึกษาศักยภาพการเติบโตของภูมิภาคนี้ โดยเขามองว่าเมืองดีทรอยต์จะเป็นศูนย์กลางสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างมิลวอกี ชิคาโก พิตต์สเบิร์ก บัฟฟาโล และขยายเข้าไปในแคนาดาตั้งแต่เมืองวินด์เซอร์ไปจนถึงมอนทรีออลและควิเบก

เศรษฐกิจและการขนส่ง

ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเขตมหานครนี้คือทรัพยากรน้ำจืดจากทะเลสาบทั้งห้า (Great Lakes) ซึ่งมีปริมาณน้ำจืดผิวโลกถึงหนึ่งในห้า และมีแนวชายฝั่งรวมกว่า 10,210 ไมล์ (17,017 กิโลเมตร) ส่งผลให้ภูมิภาคนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำที่สำคัญ โดยมีการขนส่งสินค้าผ่านทะเลสาบเกรตเลกส์มากกว่า 200 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ยังมีโครงการความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ และแคนาดา เช่น Great Lakes Cruising Coalition ที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือผ่านท่าเรือต่างๆ และเส้นทางเดินเรือเซนต์ลอว์เรนซ์ (Saint Lawrence Seaway)

การศึกษาและสถาบันวิจัย

ภูมิภาคนี้เป็นแหล่งรวมสถาบันการศึกษาระดับโลกมากมาย เช่น:

  • สหรัฐอเมริกา: มหาวิทยาลัยชิคาโก (University of Chicago), มหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan), มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น (Northwestern University), มหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต (Ohio State University) และมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon University)
  • แคนาดา: มหาวิทยาลัยโตรอนโต (University of Toronto) และมหาวิทยาลัยแมคกิลล์ (McGill University)

การบริหารจัดการ

เนื่องจากครอบคลุมหลายเขตอำนาจการปกครอง ทั้งรัฐบาลกลางของสองประเทศ รัฐต่างๆ ในสหรัฐฯ และมณฑลในแคนาดา จึงมีการจัดตั้ง Conference of Great Lakes and St. Lawrence Governors and Premiers เพื่อประสานงานด้านยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมร่วมกันในระดับภูมิภาค

คำถามที่พบบ่อย

เขตมหานครเกรตเลกส์ครอบคลุมพื้นที่ใดบ้าง?

ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่รัฐมินนิโซตาทางทิศตะวันตกของสหรัฐฯ ทอดยาวไปทางตะวันออกถึงรัฐนิวยอร์ก และขึ้นเหนือไปยังรัฐออนแทรีโอและควิเบกในแคนาดา

ทำไมภูมิภาคนี้ถึงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจ?

เพราะเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำผ่านทะเลสาบเกรตเลกส์และเส้นทางเดินเรือเซนต์ลอว์เรนซ์ ซึ่งมีการขนส่งสินค้าปริมาณมหาศาลและเป็นแหล่งทรัพยากรน้ำจืดที่สำคัญของโลก

เมืองใดบ้างที่เป็นแกนกลางของเขตมหานครนี้?

เมืองหลัก ได้แก่ ชิคาโก, ดีทรอยต์, โตรอนโต, มอนทรีออล, คลีฟแลนด์ และพิตต์สเบิร์ก