เกรกอริโอ มานซาโน กุนซือชาวสเปนผู้คร่ำหวอดในลาลีกาและจีน
สรุปใจความสำคัญ
- คว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ร่วมกับทีมมายอร์กาในปี 2003
- คุมทีมในลาลีกา สเปน ต่อเนื่องกันถึง 14 ฤดูกาล กับ 7 สโมสรต่างๆ
- เคยคุมทีมในซูเปอร์ลีกจีนถึง 3 สโมสร ได้แก่ ปักกิ่ง กั๋วอัน, เซี่ยงไฮ้ เซินหัว และกุ้ยโจว เฮงเฟิง
เกรกอริโอ "โกโย" มานซาโน บัลเลสเตรอส (Gregorio "Goyo" Manzano Ballesteros) เกิดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 1956 เป็นผู้จัดการทีมฟุตบอลชาวสเปนที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 35 ปี โดยมีชื่อเสียงโดดเด่นจากการคุมทีมในลาลีกา สเปน และการนำทีมในซูเปอร์ลีกจีน

จุดเริ่มต้นและก้าวแรกในอาชีพ (ค.ศ. 1983–1999)
มานซาโนเริ่มต้นอาชีพการคุมทีมในปี ค.ศ. 1983 ขณะมีอายุ 27 ปี โดยเริ่มจากการคุมทีมในภูมิภาคบ้านเกิดของเขา รวมถึงทีม เรอัล ฮาเอน ในดิวิชัน 3 (Tercera División) ต่อมาในปี ค.ศ. 1996 เขาได้เข้าคุมทีม ตาลาเวรา ในดิวิชัน 2บี (Segunda División B) และสามารถพาทีมจบอันดับ 2 ของกลุ่มในฤดูกาล 1996–97 และเกือบจะได้เลื่อนชั้นในฤดูกาลถัดมา ผลงานที่ยอดเยี่ยมทำให้เขาได้รับความสนใจจากทีม โตเลโด ในดิวิชัน 2 (Segunda División) ซึ่งเขาช่วยให้ทีมรักษามาตรฐานและรอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ
ยุคทองในลาลีกาและการคว้าแชมป์ (ค.ศ. 1999–2005)
มานซาโนก้าวเข้าสู่ลาลีกาเป็นครั้งแรกกับ เรอัล บายัลลิดอล ในฤดูกาล 1999–2000 โดยพาทีมจบอันดับ 8 และมีชัยชนะเหนือเรอัล มาดริด ที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว หลังจากนั้นเขาได้ย้ายไปคุมทีม ราซิง ซานตันเดร์ แม้จะชนะบาร์เซโลนา 4-0 แต่ทีมกลับต้องตกชั้นและเขาถูกปลดจากตำแหน่ง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเขาคุมทีม ราโย บัลเลกาโน และต่อมาได้ย้ายไปคุมทีม มายอร์กา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จที่สุด โดยเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ โกปา เดล เรย์ ในปี 2003 หลังจากเอาชนะเรเครัตีโว เด อูเอลวา ในรอบชิงชนะเลิศ นอกจากนี้เขายังพาทีมเอาชนะเรอัล มาดริด ได้ถึง 5-1 อีกด้วย
หลังจากนั้น เขาได้คุมทีม อัตเลติโก มาดริด และเกือบพาทีมผ่านเข้าไปเล่นในยูฟ่าคัพ โดยจบอันดับ 7 ของตาราง
การกลับมาและประสบการณ์ในยุโรป (ค.ศ. 2005–2013)
มานซาโนกลับมาคุมทีม มายอร์กา เป็นครั้งที่สองในปี 2006 และสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2009–10 โดยพาทีมชนะ 10 นัดรวดในบ้าน และจบอันดับ 5 ของตารางเพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูโรปาลีก
ต่อมาเขาได้คุมทีม เซบียา ในปี 2010 โดยนัดเปิดตัวของเขาเป็นการนำทีมบุกไปชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 1-0 ในยูโรปาลีก ซึ่งเป็นประสบการณ์การคุมทีมในระดับยุโรปครั้งแรกของเขา เขาพาทีมจบอันดับ 5 ของตารางและคว้าสิทธิ์ไปเล่นยูโรปาลีกอีกครั้ง
เขากลับมาคุมทีม อัตเลติโก มาดริด เป็นครั้งที่สองในปี 2011 แต่ต้องเผชิญกับความขัดแย้งกับนักเตะอย่าง โฮเซ อันโตนิโอ เรเยส ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศในทีม ก่อนจะถูกปลดในเดือนธันวาคม 2011 หลังจากพ่ายแพ้ในฟุตบอลถ้วยต่ออัลบาเซเต
การผจญภัยในซูเปอร์ลีกจีน (ค.ศ. 2014–2018)
ในปี 2014 มานซาโนย้ายไปคุมทีม ปักกิ่ง กั๋วอัน ในซูเปอร์ลีกจีน โดยพาทีมจบอันดับ 2 และอันดับ 4 ในช่วงสองปีที่เขาคุมทีม ต่อมาเขาได้คุมทีม เซี่ยงไฮ้ เซินหัว ในปี 2016 โดยพาทีมจบอันดับ 4 และปิดท้ายด้วยการคุมทีม กุ้ยโจว เฮงเฟิง จื้อเฉิง ในปี 2017 โดยพาทีมจบอันดับ 8 ก่อนจะถูกปลดในเดือนมิถุนายน 2018
เกียรติประวัติและความสำเร็จ
- มายอร์กา: แชมป์โกปา เดล เรย์ (2002–03)
- รางวัลส่วนตัว: รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ Don Balón (2008) และรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลจีน (2014)
คำถามที่พบบ่อย
เกรกอริโอ มานซาโน ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านใด?
ความสำเร็จสูงสุดของเขาคือการพาทีมมายอร์กาคว้าแชมป์โกปา เดล เรย์ ในปี 2003 และการได้รับรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมฟุตบอลจีนในปี 2014
มานซาโนเคยคุมทีมใหญ่ในสเปนทีมใดบ้าง?
เขาเคยคุมทีมอย่าง อัตเลติโก มาดริด, เซบียา, และมายอร์กา ซึ่งเป็นทีมระดับท็อปของลาลีกา
มานซาโนมีประสบการณ์การคุมทีมในประเทศจีนอย่างไร?
เขามีประสบการณ์คุมทีมในซูเปอร์ลีกจีนหลายปี โดยพาทีมปักกิ่ง กั๋วอัน จบอันดับ 2 ของลีก และพาทีมเซี่ยงไฮ้ เซินหัว จบอันดับ 4