← กลับไปยังบทความทั้งหมด

Hempcrete วัสดุก่อสร้างรักษ์โลกจากกัญชงเพื่อความยั่งยืน

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นวัสดุ Carbon Sink ที่ช่วยกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดอายุการใช้งาน
  • มีคุณสมบัติเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงที่ดีเยี่ยม แต่ไม่สามารถใช้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนักได้
  • ผลิตจากแกนในของต้นกัญชงผสมกับปูนขาว ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืนกว่าคอนกรีตทั่วไป

Hempcrete หรือ hemplime คือวัสดุคอมโพสิตชีวภาพ (biocomposite material) ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างแกนในของลำต้นกัญชง (hemp hurds หรือ shives) กับตัวประสานที่เป็นปูนขาว (lime), ทราย หรือวัสดุปอซโซลาน (pozzolans) โดยถูกนำมาใช้เป็นวัสดุสำหรับการก่อสร้างและฉนวนกันความร้อนในอาคาร

Hempcrete illustration
ภาพประกอบแสดงลักษณะของ Hempcrete

Hempcrete ได้รับการยอมรับว่าใช้งานง่ายกว่าปูนขาวแบบดั้งเดิม โดยทำหน้าที่เป็นทั้งฉนวนกันความร้อนและตัวควบคุมความชื้นในตัว นอกจากนี้ยังไม่มีความเปราะเหมือนคอนกรีตทั่วไป ทำให้ไม่จำเป็นต้องมีรอยต่อเพื่อการขยายตัว (expansion joints)

Hempcrete application
การประยุกต์ใช้ Hempcrete ในงานก่อสร้าง

คุณสมบัติเด่นของ Hempcrete

โดยทั่วไปแล้ว Hempcrete มีความสามารถในการเป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงที่ดีเยี่ยม แต่มีประสิทธิภาพทางกลต่ำ โดยเฉพาะความต้านทานแรงกด (compressive strength) อย่างไรก็ตาม เมื่อนำมาใช้ในรูปแบบบล็อกสำเร็จรูป Hempcrete จะทำหน้าที่เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน (carbon sink) ตลอดอายุการใช้งาน

ผลลัพธ์ที่ได้คือวัสดุที่มีน้ำหนักเบา ทนไฟ เป็นฉนวน และสามารถใช้เป็นปูนฉาบผิวหรือผนังที่ไม่รับน้ำหนัก ซึ่งเหมาะสำหรับสภาพอากาศหลากหลายรูปแบบ เนื่องจากเป็นการรวมเอาคุณสมบัติการเป็นฉนวนและมวลสารทางความร้อน (thermal mass) เข้าด้วยกัน พร้อมทั้งส่งผลบวกต่อสิ่งแวดล้อม

ส่วนผสมและกระบวนการผลิต

Hempcrete ผลิตจากส่วนประกอบหลัก 3 อย่าง ได้แก่ แกนไม้ด้านในของต้นกัญชง, ตัวประสานที่มีปูนขาวเป็นหลัก และน้ำ ตัวประสานอาจเป็นปูนขาวไฮเดรต (hydrated lime) ซึ่งเซ็ตตัวผ่านการดูดซับ CO2 ในกระบวนการคาร์บอนเนชัน หรือปูนขาวไฮดรอลิกธรรมชาติ (natural hydraulic lime) เพื่อลดระยะเวลาในการเซ็ตตัว

ในบางกรณี อาจมีการเติมปูนซีเมนต์หรือตัวประสานปอซโซลานในปริมาณเล็กน้อยเพื่อเร่งเวลาการเซ็ตตัวให้เร็วขึ้น ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่แข็งแรง ทนทาน และมีน้ำหนักเบา

Freshly mixed hempcrete
Hempcrete ที่ผสมเสร็จใหม่ ประกอบด้วยแกนกัญชง ปูนขาวไฮเดรต และน้ำ

การนำไปใช้งานในงานก่อสร้าง

Hempcrete เริ่มมีการใช้งานอย่างแพร่หลายในฝรั่งเศสตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1990 และต่อมาในแคนาดา โดยใช้สำหรับสร้างผนังเติมเต็ม (infill walls) ที่ไม่รับน้ำหนัก เนื่องจากวัสดุนี้ไม่มีความแข็งแรงเพียงพอที่จะใช้ทำฐานราก จึงต้องมีโครงสร้างหลัก (frame) ในการรองรับน้ำหนัก

เทคนิคการก่อสร้างหลักมี 2 รูปแบบ:

  • การหล่อในที่ (Cast-in-place): ใช้แบบหล่อเพื่อเทหรือพ่น Hempcrete ลงในตำแหน่งที่ต้องการในไซต์งาน
  • การใช้บล็อกสำเร็จรูป (Prefabricated blocks): การนำบล็อกที่ผลิตสำเร็จมาเรียงซ้อนกันคล้ายกับการก่ออิฐ

เมื่อติดตั้ง Hempcrete ระหว่างโครงไม้แล้ว จะมีการติดแผ่นยิปซั่มหรือฉาบปูนเพื่อความสวยงามและความทนทาน โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในส่วนของหลังคา ผนัง พื้น และการฉาบผิว

Hempcrete wall
ตัวอย่างผนังที่สร้างจาก Hempcrete

คุณสมบัติทางกลและทางกายภาพ

เนื่องจากเป็นวัสดุใหม่ Hempcrete จึงยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อคุณสมบัติทางกล ได้แก่ ขนาดของวัสดุผสม, ประเภทของตัวประสาน, สัดส่วนการผสม, วิธีการผลิต และพลังงานในการบดอัด

Structure of hempcrete
โครงสร้างระดับจุลภาคของ Hempcrete

รายละเอียดทางเทคนิค

คุณสมบัติค่าโดยประมาณ
โมดูลัสของยัง (Young's modulus)22.5 MPa
ความต้านทานแรงกด (Compressive strength)ประมาณ 0.3 MPa
ความหนาแน่น (Density)ประมาณ 415 kg/m³

ด้วยความหนาแน่นที่ต่ำและความสามารถในการทนต่อการแตกร้าวเมื่อมีการเคลื่อนตัว ทำให้ Hempcrete เหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหว นอกจากนี้ ผนัง Hempcrete ยังมีคุณสมบัติทนไฟ ระบายความชื้นได้ดี ป้องกันเชื้อรา และมีประสิทธิภาพในการดูดซับเสียงที่ยอดเยี่ยม

คำถามที่พบบ่อย

Hempcrete สามารถใช้สร้างบ้านทั้งหลังโดยไม่ต้องมีโครงสร้างอื่นได้หรือไม่?

ไม่ได้ เนื่องจาก Hempcrete มีความต้านทานแรงกดต่ำ จึงไม่สามารถใช้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก (load-bearing) ได้ ต้องใช้ร่วมกับโครงสร้างหลัก เช่น โครงไม้ หรือโครงเหล็ก เพื่อรองรับน้ำหนักของอาคาร

Hempcrete มีข้อดีกว่าคอนกรีตทั่วไปอย่างไร?

Hempcrete มีน้ำหนักเบากว่ามาก (ความหนาแน่นเพียง 15% ของคอนกรีตปกติ) เป็นฉนวนกันความร้อนและเสียงที่ดีกว่า ทนไฟ และช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยการกักเก็บคาร์บอน

Hempcrete ใช้เวลานานแค่ไหนในการเซ็ตตัว?

ระยะเวลาการเซ็ตตัวขึ้นอยู่กับชนิดของตัวประสาน หากใช้ปูนขาวไฮเดรตปกติอาจใช้เวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือน แต่หากใช้ปูนขาวไฮดรอลิกหรือเติมปูนซีเมนต์เล็กน้อย จะสามารถเร่งเวลาให้เซ็ตตัวเร็วขึ้นได้