← กลับไปยังบทความทั้งหมด

มะเร็งตับชนิดเฮปาโตเซลลูลาร์ สาเหตุ อาการ และปัจจัยเสี่ยง

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่
  • สาเหตุหลักทั่วโลกเกิดจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี
  • มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับภาวะตับแข็งและโรคตับเรื้อรัง
  • เพศชายมีความเสี่ยงสูงกว่าเพศหญิงประมาณ 3 เท่า

มะเร็งตับชนิดเฮปาโตเซลลูลาร์ (Hepatocellular Carcinoma หรือ HCC) เป็นมะเร็งตับชนิดปฐมภูมิที่พบบ่อยที่สุดในผู้ใหญ่ และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็ง ในระดับโลก HCC ถือเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเป็นอันดับ 3 โดยส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้ที่มีโรคตับเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่มีภาวะตับแข็ง (Cirrhosis) หรือพังผืดในตับ (Fibrosis) ซึ่งเป็นผลมาจากการบาดเจ็บและการอักเสบของตับอย่างต่อเนื่อง

ภาพจำลองเซลล์มะเร็งตับชนิดเฮปาโตเซลลูลาร์
ลักษณะทางพยาธิวิทยาของมะเร็งตับชนิดเฮปาโตเซลลูลาร์

ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุหลัก

มะเร็งตับชนิดนี้เกิดขึ้นได้ยากในผู้ที่ไม่มีโรคตับเรื้อรัง โดยปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญซึ่งเพิ่มโอกาสการเกิด HCC ได้แก่:

  • การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง: เป็นสาเหตุหลักประมาณ 80% ของผู้ป่วยทั่วโลก โดยเฉพาะไวรัสตับอักเสบบี (Hepatitis B) ซึ่งพบมากในเอเชียและแอฟริกาใต้สะฮารา และไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) ซึ่งพบเพิ่มขึ้นในประเทศที่มีรายได้สูง
  • โรคตับจากไขมันพอกตับ (NASH): ภาวะตับอักเสบจากไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ (Non-alcoholic steatohepatitis) เป็นสาเหตุที่เติบโตเร็วที่สุดในปัจจุบัน โดยมีความเชื่อมโยงกับโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคอ้วน
  • การดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มสุราเรื้อรังนำไปสู่ภาวะตับแข็ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเกิดมะเร็งตับ
  • สารพิษ: การได้รับสารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) จากเชื้อราในถั่วหรือธัญพืช และสารกลุ่มไพร์โรลิซิดีนอัลคาลอยด์ (Pyrrolizidine alkaloids)
  • โรคทางพันธุกรรมและเมตาบอลิซึม: เช่น ภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis) และการขาดเอนไซม์แอลฟา-1 แอนตี้ทริปซิน (Alpha 1-antitrypsin deficiency)

ในด้านสถิติ พบว่าเพศชายมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้มากกว่าเพศหญิงถึง 3 เท่า โดยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

อาการและสัญญาณเตือน

ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีภาวะ HCC มักมีอาการของโรคตับเรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว ในระยะแรกมะเร็งตับอาจไม่แสดงอาการ หรือแสดงอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งอาจทำให้การวินิจฉัยในระยะเริ่มต้นทำได้ยาก อาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • อาการทั่วไป: อ่อนเพลีย คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง
  • อาการที่เกี่ยวข้องกับโรคตับ: ตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน), ท้องมาน (มีน้ำสะสมในช่องท้อง), เบื่ออาหาร, น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ และรอยช้ำตามร่างกายได้ง่ายเนื่องจากความผิดปกติในการแข็งตัวของเลือด

การแพร่ระบาดและอุบัติการณ์ทั่วโลก

อุบัติการณ์ของ HCC มีความแตกต่างกันตามภูมิภาคอย่างชัดเจน ในเอเชียและแอฟริกาใต้สะฮารา พบผู้ป่วยจำนวนมากและมีอัตราการรอดชีวิตต่ำ เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของไวรัสตับอักเสบบีตั้งแต่กำเนิด ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา แนวโน้มการเกิดโรคเพิ่มขึ้นจากปัจจัยด้านไวรัสตับอักเสบซี และภาวะ NASH ที่เพิ่มสูงขึ้นตามอัตราโรคอ้วนและเบาหวานในประชากร

คำถามที่พบบ่อย

มะเร็งตับชนิด HCC ต่างจากมะเร็งตับชนิดอื่นอย่างไร?

HCC เป็นมะเร็งที่เกิดจากเซลล์ตับ (Hepatocytes) โดยตรง ซึ่งต่างจากมะเร็งทางเดินน้ำดีในตับ (Cholangiocarcinoma) ที่เกิดจากเซลล์บุผิวของท่อน้ำดี

คนที่ไม่ดื่มแอลกอฮอล์สามารถเป็นมะเร็งตับชนิดนี้ได้หรือไม่?

ได้ เนื่องจากสาเหตุหลักของ HCC ทั่วโลกคือการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี รวมถึงภาวะไขมันพอกตับ (NASH) ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์

ภาวะตับแข็งนำไปสู่มะเร็งตับได้อย่างไร?

ภาวะตับแข็งเกิดจากการอักเสบและการซ่อมแซมเซลล์ตับอย่างต่อเนื่องจนเกิดพังผืด ซึ่งกระบวนการนี้เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็ง

สัญญาณเตือนแรกเริ่มของมะเร็งตับคืออะไร?

ในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน แต่อาจมีอาการอ่อนเพลีย ปวดท้อง หรือน้ำหนักลด ซึ่งมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของโรคตับเรื้อรังทั่วไป