ประวัติและวิวัฒนาการของบริษัทเบเรตตา ผู้ผลิตอาวุธปืนที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นผู้ผลิตอาวุธปืนที่ยังดำเนินกิจการอยู่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีหลักฐานการก่อตั้งไม่เกินปี ค.ศ. 1526
- มีชื่อเสียงระดับโลกจากปืนรุ่น Beretta 92 ซึ่งเคยเป็นอาวุธประจำกายของกองทัพสหรัฐฯ ในชื่อ M9
- เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งของ Les Henokiens สมาคมบริษัทครอบครัวที่มีอายุมากกว่า 200 ปี
- ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ (ประมาณ 75%) ของยอดขายมาจากอาวุธปืนเพื่อการกีฬา
Fabbrica d'Armi Pietro Beretta (ภาษาอิตาลี: Fabbrica d'Armi Pietro Beretta) เป็นบริษัทผู้ผลิตอาวุธปืนเอกชนสัญชาติอิตาลีที่มีการดำเนินงานในหลายประเทศทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ของบริษัทถูกนำไปใช้ในหลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งในด้านพลเรือน การบังคับใช้กฎหมาย และการทหาร โดยรายได้หลักประมาณสามในสี่ของบริษัทมาจากการจำหน่ายอาวุธปืนเพื่อการกีฬา นอกจากนี้ เบเรตตายังจำหน่ายเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์เสริมสำหรับการยิงปืนอีกด้วย
เบเรตตาได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ผลิตอาวุธปืนที่ยังคงดำเนินกิจการอยู่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยมีหลักฐานการก่อตั้งไม่เกินปี ค.ศ. 1526 ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรกของบริษัทคือลำกล้องปืนอาร์คิวบัส (Arquebus barrel) และมีบันทึกว่าลำกล้องปืนที่ผลิตโดยเบเรตตาได้ถูกนำไปใช้ในกองเรือเวนิสในยุทธการเลปันโต (Battle of Lepanto) เมื่อปี ค.ศ. 1571 นอกจากนี้ เบเรตตายังเป็นผู้จัดหาอาวุธสำหรับการสงครามครั้งสำคัญในยุโรปทุกครั้งนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1650 เป็นต้นมา
ประวัติการก่อตั้งและยุคเริ่มต้น
จุดเริ่มต้นของเบเรตตาอยู่ที่หมู่บ้านการ์โดเน (Gardone) ในหุบเขาวัล ทรอมเปีย (Val Trompia) จังหวัดเบรสชา แคว้นลอมบาร์ดี ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งพื้นที่นี้เป็นแหล่งแร่เหล็กมาตั้งแต่สมัยจักรวรรดิโรมัน และเป็นศูนย์กลางการผลิตอาวุธมาตั้งแต่ยุคเรเนสซองส์ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 16 หุบเขาแห่งนี้มีโรงถลุงเหล็กและเหมืองแร่จำนวนมาก ซึ่งเอื้อต่อการสร้างอุตสาหกรรมอาวุธ

หลักฐานการทำธุรกรรมครั้งแรกที่ถูกบันทึกไว้คือสัญญาลงวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1526 ซึ่งระบุว่าสาธารณรัฐเวนิสได้ว่าจ้าง Bartolomeo Beretta (มาเอสโตร ดิ คันเน หรือช่างทำลำกล้องปืน) ให้ผลิตลำกล้องปืนอาร์คิวบัสจำนวน 185 อัน โดยจ่ายค่าตอบแทนเป็นเงิน 296 ดูกัต เอกสารฉบับนี้ยังคงถูกเก็บรักษาไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งรัฐของเวนิส
ความรู้ในการผลิตลำกล้องปืนถูกถ่ายทอดภายในตระกูลเบเรตตาจากรุ่นสู่รุ่น เริ่มจาก Bartolomeo ส่งต่อให้ Jacopo และส่งต่อไปยัง Giovannino และ Giovan Antonio ตามลำดับ จนกระทั่งระบบกิลด์ (Guild system) ถูกยกเลิกโดยนโปเลียนหลังจากที่เขายึดครองสาธารณรัฐเวนิสในปี ค.ศ. 1797 ตระกูลเบเรตตายังคงเป็นเจ้าของกิจการนี้มาเกือบ 500 ปี และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Les Henokiens สมาคมบริษัทที่ดำเนินกิจการโดยครอบครัวมานานกว่าสองศตวรรษ
บทบาทในช่วงสงครามโลกและยุคเปลี่ยนผ่าน

ในปี ค.ศ. 1918 กองทัพอิตาลีได้เริ่มใช้ปืนกลมือรุ่น Beretta Model 1918 ซึ่งเป็นหนึ่งในปืนกลมือรุ่นแรกๆ ของโลก เบเรตตาผลิตปืนไรเฟิลและปืนพกให้กองทัพอิตาลีจนถึงปี ค.ศ. 1943 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสงบศึกระหว่างอิตาลีและฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง
ในช่วงที่กองทัพเยอรมัน (Wehrmacht) เข้าควบคุมตอนเหนือของอิตาลี โรงงานของเบเรตตาถูกยึดและถูกบังคับให้ผลิตอาวุธจนถึงปี ค.ศ. 1945 ซึ่งส่งผลให้คุณภาพการตกแต่งภายนอกของอาวุธในยุคปลายสงครามลดลง แต่ยังคงประสิทธิภาพในการใช้งานได้ดี

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เบเรตตาได้รับมอบหมายให้ซ่อมแซมปืน M1 Garand ที่สหรัฐอเมริกาบริจาคให้อิตาลี และต่อมาได้ดัดแปลงปืนดังกล่าวเป็นรุ่น Beretta BM-59 ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปืนไรเฟิลจู่โจม M14 ของสหรัฐฯ โดยผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธบางส่วนมองว่า BM-59 มีความแม่นยำสูงกว่า M14 ในบางสภาวะ
การขยายตัวสู่ตลาดโลกและอิทธิพลในอเมริกาเหนือ
ในช่วงทศวรรษ 1970 เบเรตตาได้ตั้งโรงงานผลิตในเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล เพื่อผลิตปืนรุ่น Beretta 92 ให้กับกองทัพบราซิลจนถึงปี ค.ศ. 1980 ต่อมาโรงงานนี้ถูกขายให้กับบริษัท Taurus ซึ่งยังคงผลิตปืนรุ่น PT92 โดยใช้เครื่องมือและแรงงานเดิม เนื่องจากสิทธิบัตรของ Beretta 92 หมดอายุลง
ในช่วงปลายทศวรรษ 1980 เบเรตตาได้เข้าซื้อกิจการคู่แข่งในอิตาลี เช่น Benelli และ Franchi รวมถึงบริษัทในฟินแลนด์ และสร้างชื่อเสียงอย่างกว้างขวางในอเมริกาเหนือเมื่อปืนรุ่น Beretta 92 ได้รับเลือกให้เป็นปืนพกประจำกายของกองทัพสหรัฐฯ ในชื่อ "M9 pistol" ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบริษัทในการสร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักในระดับครัวเรือนในสหรัฐฯ เพื่อขยายเข้าสู่ตลาดการบังคับใช้กฎหมายและตลาดพลเรือน

ภาพรวมการดำเนินงานในปัจจุบัน
ปัจจุบัน Franco Gussalli Beretta ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอของ Beretta S.p.A. (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2015) โดยโครงสร้างการบริหารยังคงรักษาความเป็นธุรกิจครอบครัว แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงสายการสืบทอดผ่านการแต่งงานและการรับบุตรบุญธรรมในตระกูล
เบเรตตามีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ปืนลูกซอง (Shotguns) ทั้งแบบลำกล้องคู่และลำกล้องเดี่ยว, ปืนไรเฟิลล่าสัตว์, ปืนไรเฟิลจู่โจม, ปืนกลมือ, ปืนลูกโม่ และปืนพกกึ่งอัตโนมัติ โดยบริษัทแม่ Beretta Holding เป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำอื่นๆ เช่น Benelli, Franchi, SAKO, Stoeger, Tikka, Uberti, Burris Optics และ SwissP Defence
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทเบเรตตาก่อตั้งขึ้นเมื่อใด?
เบเรตตามีหลักฐานการทำธุรกรรมครั้งแรกที่ถูกบันทึกไว้ในสัญญาลงวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1526 ทำให้เป็นผู้ผลิตอาวุธปืนที่ยังดำเนินกิจการอยู่เก่าแก่ที่สุดในโลก
ปืนรุ่นใดของเบเรตตาที่มีชื่อเสียงที่สุดในกองทัพสหรัฐฯ?
ปืนรุ่น Beretta 92FS ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นปืนพกประจำกายของกองทัพสหรัฐฯ โดยใช้รหัสเรียกชื่อว่า M9
เบเรตตาผลิตอาวุธประเภทใดบ้าง?
ปืนลูกซอง, ปืนไรเฟิล, ปืนกลมือ, ปืนลูกโม่ และปืนพกกึ่งอัตโนมัติ สำหรับใช้ในด้านการกีฬา การล่าสัตว์ การทหาร และการบังคับใช้กฎหมาย
บริษัทเบเรตตายังคงเป็นธุรกิจครอบครัวหรือไม่?
ใช่ เบเรตตายังคงถูกครอบครองและบริหารงานโดยตระกูลเบเรตตามาเกือบ 500 ปี และเป็นสมาชิกของสมาคม Les Henokiens
เบเรตตามีความเกี่ยวข้องกับอย่างไรกับบริษัท Taurus?
เบเรตตาเคยตั้งโรงงานในบราซิลเพื่อผลิตปืนรุ่น 92 ให้กองทัพบราซิล ต่อมาโรงงานนี้ถูกขายให้ Taurus ซึ่งผลิตปืนรุ่น PT92 โดยใช้เครื่องมือเดิมหลังจากสิทธิบัตรหมดอายุ
