← กลับไปยังบทความทั้งหมด

ประวัติและวิวัฒนาการของ Moviefone บริการข้อมูลภาพยนตร์

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งในปี 1989 โดยเริ่มจากบริการโทรศัพท์อัตโนมัติในลอสแอนเจลิสและนิวยอร์ก
  • เคยถูก AOL ซื้อกิจการในปี 1999 ด้วยมูลค่าสูงถึง 388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • เปลี่ยนผ่านจากระบบโทรศัพท์ (777-FILM) สู่แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลหนังและสตรีมมิ่ง
  • ปัจจุบันเป็นเจ้าของโดย Born in Cleveland LLC ของ Cleveland O'Neal III

Moviefone เป็นบริการให้ข้อมูลและรายการรอบฉายภาพยนตร์ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบรอบฉายในท้องถิ่น ข้อมูลโรงภาพยนตร์ บทวิจารณ์ภาพยนตร์ และการจองตั๋วล่วงหน้า นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงเนื้อหาทางโทรทัศน์และเครื่องมือค้นหาที่ช่วยให้ผู้ใช้ค้นหาโรงภาพยนตร์ ช่องรายการ และบริการสตรีมมิ่งที่นำเสนอภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์ต่างๆ

ปัจจุบัน Moviefone อยู่ภายใต้การครอบครองของ Born in Cleveland LLC ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของ Cleveland O'Neal III ผู้สร้างและโปรดิวเซอร์รายการบันเทิงช่วงกลางวัน Made in Hollywood

จุดเริ่มต้นและการเติบโตในยุคโทรศัพท์

แนวคิดและโมเดลธุรกิจของ Moviefone ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1987 โดย Doug Hoitenga ในเมืองแมนแฮตตันบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากนั้นไม่นานเขาได้รวบรวมทีมผู้ก่อตั้ง ซึ่งประกอบด้วย Russ Leatherman, Rob Gukeisen, Andrew Jarecki, Pat Cardamone และ Adam Slutsky

ในปี 1989 Moviefone ได้เปิดตัวบริการโทรศัพท์แบบโต้ตอบ (Interactive Telephone Service) โดยเริ่มให้บริการครั้งแรกในลอสแอนเจลิสและนครนิวยอร์ก โดยมี Russ Leatherman เป็นผู้ให้เสียง "Mr. Moviefone" ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของระบบตอบรับอัตโนมัติ ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บริการนี้จึงขยายตัวไปทั่วสหรัฐอเมริกา และต่อมาได้พัฒนาเข้าสู่โลกออนไลน์ในชื่อ Moviefone.com

การเปลี่ยนมือและการปรับตัวสู่ยุคดิจิทัล

ในปี 1999 บริษัท AOL ได้เข้าซื้อกิจการ Moviefone ด้วยมูลค่า 388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 21 พฤษภาคม 1999

เส้นทางการดำเนินธุรกิจของ Moviefone มีการเปลี่ยนแปลงพันธมิตรหลายครั้ง ดังนี้:

  • ปี 2001: เริ่มเป็นพันธมิตรกับ MovieTickets.com เพื่อเชื่อมโยงการจำหน่ายตั๋วเข้าด้วยกัน และในปี 2004 ส่วนงานออนไลน์ของ Moviefone ถูก MovieTickets.com ซื้อกิจการไป
  • ปี 2012: ประกาศเป็นพันธมิตรกับ Fandango ซึ่งเป็นคู่แข่งของ MovieTickets.com
  • ปี 2014: ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ มีรายงานว่า Moviefone จะยกเลิกบริการสายด่วนโทรศัพท์และหมายเลข "777-FILM" แต่ยังคงให้บริการผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือต่อไป
  • ปี 2014: วันที่ 5 พฤษภาคม ได้มีการรีแบรนด์และเปิดตัวรูปลักษณ์ใหม่ พร้อมขยายเนื้อหาไปยังรายการโทรทัศน์และเพิ่มเครื่องมือค้นหาบริการสตรีมมิ่ง

วิกฤตการณ์และการครอบครองในปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2018 บริษัท Helios and Matheson Analytics (เจ้าของหลักของบริการ MoviePass) ได้ซื้อ Moviefone จาก Oath Inc. ด้วยเงินสด 1 ล้านดอลลาร์ และหุ้นมูลค่า 8 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2020 Helios and Matheson ประสบภาวะล้มละลายท่ามกลางความขัดแย้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบริการของ MoviePass ในขณะนั้นบริษัทเหลือพนักงานเพียงคนเดียวคือ Matt Atchity ที่ดูแล Moviefone และมูลค่าบริษัทลดลงเหลือเพียง 4,379,504 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1% ของมูลค่าที่ AOL เคยซื้อไว้

ในเดือนมีนาคม 2020 Cleveland O’Neal III ได้ซื้อกิจการ Moviefone จากสภาวะล้มละลายผ่านบริษัท Born in Cleveland LLC

การปรากฏในวัฒนธรรมร่วมสมัย

ด้วยความโด่งดังในยุคหนึ่ง Moviefone จึงถูกนำไปล้อเลียนหรืออ้างถึงในสื่อบันเทิงหลายเรื่อง เช่น:

  • Seinfeld: ในตอน "The Pool Guy" ตัวละคร Cosmo Kramer ได้รับสายโทรศัพท์ที่โทรผิดซึ่งตั้งใจจะโทรหาบริการที่ล้อเลียน Moviefone หลังจากที่เขาเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่
  • Dilbert: ในตอนหนึ่งของซีรีส์โทรทัศน์ หัวหน้า (Pointy-haired Boss) สับสนระหว่าง Moviefone กับสายด่วนตรวจสอบหุ้น ทำให้เขาเผลอซื้อตั๋วหนังระทึกขวัญแทนการเช็คหุ้น IBM
  • Family Guy: ในตอน "I Dream of Jesus" ตัวละคร Marlee Matlin พยายามโทรหา Moviefone เพื่อเช็ครอบฉายหนังเรื่อง The Last Mimzy แต่กลับกลายเป็นซื้อตั๋วเรื่อง 300 เนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสาร
  • Josie and the Pussycats (2001): เสียงของ Mr. Moviefone ถูกนำมาใช้เป็นเสียงโฆษณาล้างสมองที่แฝงอยู่ในเพลงป๊อปโดยบริษัทแผ่นเสียงในเรื่อง
  • Beau Is Afraid (2023): มีการปรากฏชื่อ Moviefone ในรายการผู้ติดต่อที่เพิ่งโทรออกของตัวละคร Beau

คำถามที่พบบ่อย

Moviefone คืออะไร?

Moviefone คือบริการให้ข้อมูลรอบฉายภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ และการจองตั๋วหนังในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นระบบโทรศัพท์อัตโนมัติก่อนจะพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัล

ใครเป็นเจ้าของ Moviefone ในปัจจุบัน?

ปัจจุบัน Moviefone เป็นของบริษัท Born in Cleveland LLC ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งของ Cleveland O'Neal III

Moviefone เคยมีเบอร์โทรศัพท์ที่เป็นเอกลักษณ์คือเบอร์อะไร?

Moviefone เคยให้บริการผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 777-FILM ซึ่งเป็นบริการสายด่วนที่ได้รับความนิยมอย่างมากก่อนจะยกเลิกไปในปี 2014

ทำไม Moviefone ถึงมีความสำคัญในทางวัฒนธรรม?

เนื่องจากเป็นบริการแรกๆ ที่ทำให้การเช็ครอบฉายหนังเป็นเรื่องง่ายผ่านโทรศัพท์ ทำให้ถูกนำไปอ้างถึงและล้อเลียนในซีรีส์และภาพยนตร์ชื่อดังหลายเรื่อง เช่น Seinfeld และ Family Guy