ประวัติและการซักรีด จากริมลำธารสู่เครื่องซักผ้าสมัยใหม่
สรุปใจความสำคัญ
- ในอดีต การซักรีดเป็นงานที่ถูกกำหนดโดยเพศ โดยส่วนใหญ่เป็นหน้าที่ของผู้หญิง
- โรงซักผ้าสาธารณะ (Lavoir) ในยุโรปเคยเป็นทั้งสถานที่ทำความสะอาดเสื้อผ้าและศูนย์กลางการเข้าสังคมของผู้หญิง
- การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การประดิษฐ์เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า
การซักรีดคือกระบวนการทำความสะอาดเสื้อผ้าและสิ่งทออื่นๆ ซึ่งครอบคลุมไปถึงการทำให้แห้งและการรีดให้เรียบ การซักรีดเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์มนุษย์นับตั้งแต่เริ่มมีการสวมใส่เสื้อผ้า วิธีการที่วัฒนธรรมต่างๆ ใช้ในการจัดการกับความต้องการพื้นฐานนี้จึงเป็นหัวข้อที่น่าสนใจในเชิงวิชาการหลายสาขา

บทบาททางสังคมและสถานที่ซักรีด
ในอดีต งานซักรีดมักถูกกำหนดโดยเพศ โดยความรับผิดชอบส่วนใหญ่ตกเป็นของผู้หญิง (ซึ่งในสมัยก่อนเรียกว่า laundresses หรือหญิงซักรีด) จนกระทั่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมเครื่องจักร เช่น เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในเวลาต่อมา
คำว่า "Laundry" อาจหมายถึงตัวเสื้อผ้าที่รอการซัก หรือหมายถึงสถานที่ที่ใช้ในการซักรีด เช่น ห้องซักรีดในบ้าน (Laundry room) หรือสิ่งอำนวยความสะดวกส่วนกลางในหอพัก สำหรับธุรกิจที่ให้บริการซักรีดด้วยตนเอง จะเรียกว่า launderette ในภาษาอังกฤษแบบบริติช หรือ laundromat ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกา
ประวัติศาสตร์การซักรีด
การซักรีดตามแหล่งน้ำธรรมชาติ
ในยุคแรก การซักผ้าทำในลำธารหรือแหล่งน้ำ โดยปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาสิ่งสกปรกและกลิ่นออกไป ซึ่งวิธีนี้ยังคงมีการใช้งานอยู่ในพื้นที่ชนบทของประเทศยากจนบางแห่ง
การทำให้ผ้าสะอาดต้องอาศัยการขยี้ การบิด หรือการตบผ้ากับหินราบ ซึ่งหินเหล่านี้เรียกว่า beetling-stone หรือหากเป็นไม้จะเรียกว่า battling-block นอกจากนี้ยังมีการใช้ไม้ตีผ้า (washing paddle) เพื่อตีสิ่งสกปรกออก ต่อมาจึงมีการพัฒนาเป็นกระดานซักผ้า (washboards) ที่ทำจากแก้วลูกฟูกหรือโลหะ
หลังจากซักสะอาดแล้ว ผ้าจะถูกบิดเพื่อไล่น้ำ และนำไปตากบนราวตากผ้า หรือแผ่ไว้บนหญ้า พุ่มไม้ หรือต้นไม้เพื่อให้แห้งตามธรรมชาติ
โรงซักผ้าสาธารณะ (Washhouses)
ก่อนจะมีเครื่องซักผ้า การซักรีดมักทำในพื้นที่ส่วนกลาง ในยุโรปมีการสร้างโรงซักผ้าที่เรียกว่า lavoir โดยมีการผันน้ำจากลำธารหรือน้ำพุเข้ามาในอาคาร ซึ่งมักจะมีอ่างสองใบ คืออ่างสำหรับซักและอ่างสำหรับล้าง
โรงซักผ้าเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ทำงาน แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางสังคมของผู้หญิงในหมู่บ้าน เป็นที่สำหรับพูดคุยและแลกเปลี่ยนข่าวสาร จนเกิดเป็นสำนวนในภาษาคาตาลันว่า "fer safareig" (แปลตรงตัวว่า ซักผ้า) ซึ่งหมายถึงการนินทาหรือการพูดคุยเรื่องชาวบ้าน
ในเมืองใหญ่ ทางการมักจัดให้มีโรงซักผ้าสาธารณะเพื่อให้ประชากรที่ยากจนสามารถเข้าถึงการซักผ้าได้ เพื่อส่งเสริมสุขอนามัยและลดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ
การใช้น้ำร้อนและอุปกรณ์ช่วยซัก
ในบางครั้งมีการใช้หม้อโลหะขนาดใหญ่ (wash copper) ต้มน้ำให้ร้อน เนื่องจากน้ำร้อนมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบสกปรกได้ดีกว่าน้ำเย็น และมีการใช้อุปกรณ์อย่าง posser หรือ washing dolly (ไม้ที่มีขาหรือหมุดติดอยู่) เพื่อช่วยกวนผ้าในถังซัก
คำถามที่พบบ่อย
Laundromat และ Launderette ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองคำหมายถึงร้านซักผ้าแบบบริการตนเอง โดย Laundromat เป็นคำที่นิยมใช้ในอเมริกาเหนือ ส่วน Launderette เป็นคำที่นิยมใช้ในอังกฤษ
ในสมัยก่อนใช้อะไรแทนเครื่องซักผ้าในการขจัดคราบ?
มีการใช้การตบผ้ากับหินราบ (beetling-stone) การใช้ไม้ตีผ้า (washing paddle) และต่อมามีการใช้กระดานซักผ้า (washboard)
ทำไมในอดีตจึงต้องมีโรงซักผ้าสาธารณะในเมืองใหญ่?
เพื่อช่วยให้ผู้ที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการซักผ้าได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมสุขอนามัยส่วนบุคคลและช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน