ประวัติศาสตร์มณฑลออกซฟอร์ดเชียร์
สรุปใจความสำคัญ
- ชื่อเมืองออกซฟอร์ดมาจากคำว่า Oxenaford ในภาษาแองโกล-แซกซอน หมายถึงที่ข้ามแม่น้ำสำหรับวัว
- มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1096 และเป็นศูนย์กลางการศึกษาระดับโลก
- เศรษฐกิจในยุคกลางของมณฑลขับเคลื่อนด้วยการค้าขนสัตว์ในพื้นที่คอตส์โวล์ดส
- การก่อตั้ง Morris Motors ในปี ค.ศ. 1912 เปลี่ยนโฉมหน้าเศรษฐกิจจากเกษตรกรรมสู่อุตสาหกรรม
มณฑลออกซฟอร์ดเชียร์ (Oxfordshire) ตั้งอยู่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศอังกฤษ โดยมีอาณาเขตทางทิศใต้ติดกับแม่น้ำเทมส์ ทิศตะวันตกติดกับเทือกเขาคอตส์โวล์ดส (Cotswolds) ทิศตะวันออกติดกับเนินเขาชิลเทิร์นส์ (Chilterns) และทิศเหนือติดกับภูมิภาคมีดแลนด์ส (The Midlands) พื้นที่นี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์และการเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดในโลก

ยุคก่อนโรมันและแองโกล-แซกซอน
ในยุคก่อนโรมัน พื้นที่ส่วนใหญ่ของออกซฟอร์ดเชียร์เป็นที่อยู่อาศัยของเผ่าอาเทรเบตส์ (Atrebates) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ระหว่างแม่น้ำเทมส์และเวสต์ซัสเซกซ์ ต่อมาในศตวรรษที่ 6 พื้นที่นี้ถูกรุกรานโดยชาวเวสต์แซกซอน (West Saxons) และในศตวรรษที่ 7 ชาวเมอร์เซีย (Mercians) ได้เข้ามาครอบครองพื้นที่ทางตอนเหนือของแม่น้ำเทมส์
ในช่วงศตวรรษที่ 8 พื้นที่นี้มีการเปลี่ยนมือระหว่างอาณาจักรเวสเซกซ์ (Wessex) และเมอร์เซียหลายครั้ง โดยมีการสู้รบที่สำคัญเกิดขึ้นที่เบอร์ฟอร์ด (Burford) และเบนซิงตัน (Bensington) นอกจากนี้ เมืองออกซฟอร์ดซึ่งมีชื่อมาจากคำในภาษาแองโกล-แซกซอนว่า Oxenaford ซึ่งหมายถึง "ที่ข้ามแม่น้ำสำหรับวัว" ได้เริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในช่วงเวลานี้
การรุกรานของชาวเดนและนอร์มัน
ในศตวรรษที่ 10 ชาวเดน (Danes) ได้รุกรานพื้นที่นี้อย่างหนัก โดยในปี ค.ศ. 1010 กองทัพของธอร์เคลล์ (Thorkell) ได้เผาเมืองออกซฟอร์ด และต่อมาในปี ค.ศ. 1018 ได้มีการประชุมที่เมืองออกซฟอร์ดเพื่อตกลงใช้กฎหมายของพระเจ้าเอ็ดการ์ (Eadgar's law)
หลังจากการพิชิตของชาวนอร์มัน (Norman Conquest) ในปี ค.ศ. 1066 พื้นที่จำนวนมากในมณฑลตกเป็นของพระเจ้าวิลเลียมผู้พิชิต (William the Conqueror) และบิชอปโอโด (Bishop Odo) แห่งวินเชสเตอร์ นอกจากนี้ ในปี ค.ศ. 1096 ได้มีการก่อตั้งมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางทางปัญญาที่สำคัญของยุโรปในเวลาต่อมา

การพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เป็นต้นมา ออกซฟอร์ดเชียร์มีความมั่งคั่งอย่างมากจากการค้าขนสัตว์ในแถบคอตส์โวล์ดส ซึ่งสร้างรายได้มหาศาลให้กับพื้นที่ทางตะวันตกของมณฑล อย่างไรก็ตาม ความรุ่งเรืองนี้เริ่มลดลงในช่วงต้นศตวรรษที่ 14 เนื่องจากการแพร่ระบาดของกาฬโรคในปี ค.ศ. 1349 และการเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูกเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์
ในศตวรรษที่ 20 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเมื่อมีการก่อตั้งบริษัท มอร์ริส มอเตอร์ส (Morris Motors) ในเมืองออกซฟอร์ดเมื่อปี ค.ศ. 1912 ซึ่งนำพาอุตสาหกรรมหนักเข้ามาสู่มณฑลที่เดิมพึ่งพาเกษตรกรรมเป็นหลัก ส่งผลให้บทบาทของเกษตรกรรมในฐานะแหล่งจ้างงานหลักลดลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีประชากรน้อยกว่าร้อยละ 1 ของมณฑลที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเนื่องจากการใช้เครื่องจักรกลที่ทันสมัย
การบริหารปกครองในอดีต
ในทางประวัติศาสตร์ ออกซฟอร์ดเชียร์ถูกแบ่งออกเป็น 14 เขตการปกครองที่เรียกว่า "ฮันเดรด" (Hundreds) ได้แก่ Bampton, Banbury, Binfield, Bloxham, Bullingdon, Chadlington, Dorchester, Ewelme, Langtree, Lewknor, Pyrton, Ploughley, Thame และ Wootton โดยเขตเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการที่ดินและกฎหมายในยุคกลาง
คำถามที่พบบ่อย
มณฑลออกซฟอร์ดเชียร์ตั้งอยู่ที่ไหน?
ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษ ระหว่างแม่น้ำเทมส์ทางทิศใต้ เทือกเขาคอตส์โวล์ดสทางทิศตะวันตก เนินเขาชิลเทิร์นส์ทางทิศตะวันออก และภูมิภาคมีดแลนด์สทางทิศเหนือ
ทำไมเมืองออกซฟอร์ดถึงมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์?
เพราะเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดที่ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1096 และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสู้รบระหว่างอาณาจักรเมอร์เซียและเวสเซกซ์ในยุคแองโกล-แซกซอน
อุตสาหกรรมใดที่เคยสร้างความมั่งคั่งให้ออกซฟอร์ดเชียร์ในอดีต?
การค้าขนสัตว์จากแกะในแถบคอตส์โวล์ดสในช่วงศตวรรษที่ 13 และอุตสาหกรรมยานยนต์จากการก่อตั้ง Morris Motors ในศตวรรษที่ 20
การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 20 คืออะไร?
การเปลี่ยนจากสังคมเกษตรกรรมสู่สังคมอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ ซึ่งทำให้สัดส่วนผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมลดลงเหลือไม่ถึง 1% ในปัจจุบัน