← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การสังเคราะห์ทางเคมีจากไฮโดรเจนซัลไฟด์

สรุปใจความสำคัญ

  • ใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นแหล่งพลังงานแทนแสงอาทิตย์ในการผลิตสารอินทรีย์
  • เป็นกระบวนการหลักในระบบนิเวศปล่องไฮโดรเทอร์มอลใต้ทะเลลึก
  • ผลิตกำมะถันเป็นผลพลอยได้แทนก๊าซออกซิเจน
  • สร้างพลังงานในรูปของ ATP ผ่านการสร้างความแตกต่างของโปรตอนที่เยื่อหุ้มเซลล์

การสังเคราะห์ทางเคมีจากไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen sulfide chemosynthesis) คือกระบวนการผลิตสารอินทรีย์โดยใช้พลังงานที่ได้จากการออกซิไดซ์ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แทนการใช้แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นกลไกหลักในการดำรงชีวิตของจุลินทรีย์ในระบบนิเวศที่ไร้แสง เช่น บริเวณปล่องไฮโดรเทอร์มอล (Hydrothermal vents) ใต้ทะเลลึก

แผนภาพแสดงกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมี
แผนภาพแสดงกลไกการสังเคราะห์ทางเคมีที่เปลี่ยนสารอนินทรีย์เป็นพลังงาน

กลไกการทำงาน

ในสภาพแวดล้อมใต้ทะเลลึก สิ่งมีชีวิตบางชนิดมีความสามารถในการออกซิไดซ์สารประกอบรีดิวซ์ เช่น ไฮโดรเจนซัลไฟด์ ซึ่งการออกซิไดซ์คือกระบวนการที่สารสูญเสียอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาเคมี

อิเล็กตรอนที่ถูกปล่อยออกมาจากไฮโดรเจนซัลไฟด์จะถูกนำไปใช้สร้างความแตกต่างของความเข้มข้นของโปรตอน (Proton gradient) ผ่านเยื่อหุ้มไซโทพลาซึมของแบคทีเรีย ซึ่งการเคลื่อนที่ของโปรตอนนี้จะนำไปสู่การสร้าง อะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP) ซึ่งเป็นพลังงานหลักของเซลล์ ทั้งนี้ ปริมาณพลังงานที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับชนิดของตัวรับอิเล็กตรอนตัวสุดท้าย (Final electron acceptor) ที่ใช้ในปฏิกิริยา

การนำไปใช้ในสิ่งมีชีวิต

แบคทีเรียสังเคราะห์ทางเคมีส่วนใหญ่มักสร้างความสัมพันธ์แบบพึ่งพากับยูคาริโอตขนาดเล็ก โดยมีตัวอย่างที่เด่นชัดดังนี้:

  • หนอนท่อักษะ (Giant tube worms): ใช้แบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในอวัยวะที่เรียกว่า โทรโฟโซม (Trophosome) เพื่อตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้ไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นแหล่งพลังงาน เพื่อผลิตน้ำตาลและกรดอะมิโน ซึ่งในกระบวนการนี้จะมีการผลิตกำมะถัน (Sulfur) ออกมาเป็นก้อนกลมขนาดเล็ก (Globules) แทนการปล่อยก๊าซออกซิเจนเหมือนในการสังเคราะห์ด้วยแสง
  • แบคทีเรียกำมะถันสีม่วง (Purple sulfur bacteria): สามารถสังเคราะห์ทางเคมีและมีก้อนกำมะถันสีเหลืองปรากฏให้เห็นชัดเจนภายในไซโทพลาซึม

การกระจายตัวและตัวอย่างสิ่งมีชีวิต

นักวิจัยพบสิ่งมีชีวิตที่สามารถสังเคราะห์ทางเคมีจากไฮโดรเจนซัลไฟด์ในหลายพื้นที่ทั่วโลก เช่น:

  • บ่อน้ำพุร้อนเยลโลว์สโตน (Yellowstone thermal springs): การศึกษาในปี 2011 พบว่าการกระจายตัวของจุลินทรีย์สัมพันธ์กับอุณหภูมิ โดยพบ Sulfurihydrogenibium ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง และพบ Thiovirga ในบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า
  • มหาสมุทรอินเดีย: มีการค้นพบสิ่งมีชีวิตพึ่งพา (Endosymbiont) ในหอยฝาเดียวสกุล Alviniconcha ซึ่งมีความสามารถในการออกซิไดซ์ไฮโดรเจนซัลไฟด์โดยใช้แบคทีเรียในกลุ่ม Campylobacter

คำถามที่พบบ่อย

การสังเคราะห์ทางเคมีต่างจากการสังเคราะห์ด้วยแสงอย่างไร?

การสังเคราะห์ด้วยแสงใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์และน้ำเป็นน้ำตาล แต่การสังเคราะห์ทางเคมีใช้พลังงานจากปฏิกิริยาเคมี (เช่น การออกซิไดซ์ไฮโดรเจนซัลไฟด์) เพื่อผลิตสารอินทรีย์

ไฮโดรเจนซัลไฟด์มีความสำคัญอย่างไรในกระบวนการนี้?

ไฮโดรเจนซัลไฟด์ทำหน้าที่เป็นแหล่งให้ตัวนำอิเล็กตรอน (Electron donor) ซึ่งพลังงานที่ได้จากการเคลื่อนย้ายอิเล็กตรอนจะถูกนำไปใช้สร้าง ATP เพื่อใช้ในการตรึงคาร์บอน

สิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้างที่ใช้การสังเคราะห์ทางเคมีแบบนี้?

ส่วนใหญ่เป็นแบคทีเรียและอาร์เคีย รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่พึ่งพาแบคทีเรียเหล่านี้ เช่น หนอนท่อักษะ และหอยบางชนิดในทะเลลึก

ผลผลิตที่ได้จากกระบวนการนี้คืออะไร?

ผลผลิตหลักคือสารอินทรีย์ เช่น น้ำตาลและกรดอะมิโน และมีกำมะถัน (Sulfur) เป็นผลพลอยได้ในรูปของก้อนกลมขนาดเล็ก

ทำไมกระบวนการนี้จึงพบมากในปล่องไฮโดรเทอร์มอล?

เนื่องจากบริเวณนั้นไม่มีแสงแดดส่องถึง ทำให้การสังเคราะห์ด้วยแสงเป็นไปไม่ได้ แต่มีไฮโดรเจนซัลไฟด์พุ่งออกมาจากปล่องใต้ทะเลลึกในปริมาณมาก จึงเป็นแหล่งพลังงานที่เหมาะสมที่สุด