ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คุณสมบัติ ความเป็นพิษ และการใช้งาน
สรุปใจความสำคัญ
- ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) มีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายไข่เน่า และเป็นก๊าซพิษที่ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์
- ทำหน้าที่เป็นตัวรีดิวซ์ในทางเคมี และสามารถให้เปลวไฟสีน้ำเงินเมื่อเผาไหม้
- ที่ความดันสูงมาก (มากกว่า 90 GPa) สามารถกลายเป็นตัวนำยิ่งยวด (superconductor) ได้
- ทำให้โลหะ เช่น เงินและทองแดง หมองคล้ำโดยการสร้างชั้นซัลไฟด์บนพื้นผิว
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ก๊าซไข่เน่า มีสูตรทางเคมีคือ H2S เป็นก๊าซไม่มีสี มีความเป็นพิษสูง และติดไฟได้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไฮโดรเจนแชลโคเจนิก (hydrogen chalcogenide) โดยในปริมาณเล็กน้อยจะมีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายไข่เน่าซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

คุณสมบัติทางเคมีและกายภาพ
ไฮโดรเจนซัลไฟด์มีความหนาแน่นมากกว่าอากาศเล็กน้อย และเมื่อผสมกับอากาศในสัดส่วนที่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดการระเบิดได้
การออกซิเดชัน (Oxidation)
โดยทั่วไป ไฮโดรเจนซัลไฟด์ทำหน้าที่เป็น ตัวรีดิวซ์ (reducing agent) โดยสามารถรีดิวซ์ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในกระบวนการ Claus process ได้ นอกจากนี้ เมื่อเผาไหม้ในออกซิเจนจะให้เปลวไฟสีน้ำเงิน และเกิดเป็นซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และน้ำ หากมีออกซิเจนมากเกินพอ จะเกิดเป็นซัลเฟอร์ไตรออกไซด์ (SO3) ซึ่งจะรวมตัวกับน้ำกลายเป็นกรดซัลฟิวริก
คุณสมบัติความเป็นกรด-เบส
H2S ละลายน้ำได้เล็กน้อย และทำหน้าที่เป็นกรดอ่อน (pKa = 6.9) โดยจะให้ไอออนไฮโดรซัลไฟด์ (HS-) สารละลายของไฮโดรเจนซัลไฟด์ไม่มีสี แต่เมื่อสัมผัสกับอากาศจะค่อยๆ ออกซิไดซ์กลายเป็นกำมะถัน (sulfur) ซึ่งไม่ละลายน้ำ
ความเป็นพิษและผลกระทบต่อสุขภาพ
ไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์ส่วนใหญ่ โดยจะเข้าไปยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ในลักษณะที่คล้ายกับไฮโดรเจนไซยาไนด์ เมื่อสูดดมหรือรับประทานเกลือของมันในปริมาณมาก จะส่งผลเสียต่ออวัยวะต่างๆ อย่างรวดเร็ว โดยมีอาการตั้งแต่หายใจลำบาก ไปจนถึงการชักและเสียชีวิตได้

การเกิดและแหล่งที่พบ
ไฮโดรเจนซัลไฟด์มักเกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน (anaerobic digestion) เช่น ในหนองบึง หรือในท่อระบายน้ำ ซึ่งดำเนินการโดยจุลินทรีย์ที่รีดิวซ์ซัลเฟต
- ก๊าซภูเขาไฟ: พบได้ในก๊าซที่ปล่อยออกมาจากภูเขาไฟ
- แหล่งก๊าซธรรมชาติ: พบเป็นส่วนประกอบในแหล่งก๊าซธรรมชาติ (มักเรียกว่า "sour gas")
- น้ำบาดาล: พบได้ในน้ำที่สูบขึ้นมาจากบ่อบาดาลในบางพื้นที่
ปฏิกิริยากับโลหะ
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ทำปฏิกิริยากับไอออนของโลหะเกิดเป็น โลหะซัลไฟด์ ซึ่งมักเป็นของแข็งสีเข้มและไม่ละลายน้ำ คุณสมบัตินี้ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์เชิงคุณภาพของไอออนโลหะ เช่น การทำให้ตะกอนของตะกั่ว (Pb), ทองแดง (Cu), และปรอท (Hg) ตกตะกอนออกมา
นอกจากนี้ H2S ยังทำให้โลหะหลายชนิดหมองคล้ำ เช่น เงินและทองแดง โดยปฏิกิริยาที่ทำให้เหรียญเงินกลายเป็นสีดำคือการเกิด ซิลเวอร์ซัลไฟด์ (Ag2S) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาระหว่างเงินบนพื้นผิวเหรียญกับไฮโดรเจนซัลไฟด์ในอากาศ
ความดันสูงและตัวนำยิ่งยวด
ที่ความดันสูงกว่า 90 GPa (กิกะปาสกาล) ไฮโดรเจนซัลไฟด์จะกลายเป็นตัวนำไฟฟ้าที่เป็นโลหะ และเมื่อทำให้เย็นลงต่ำกว่าอุณหภูมิวิกฤต จะแสดงคุณสมบัติ ตัวนำยิ่งยวด (superconductivity) ซึ่งเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจอย่างมากในทางฟิสิกส์วัสดุ
คำถามที่พบบ่อย
ไฮโดรเจนซัลไฟด์คืออะไร?
ไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) คือก๊าซไม่มีสี มีกลิ่นเหม็นเน่าคล้ายไข่เน่า มีความเป็นพิษสูงและติดไฟได้ เกิดจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์ในสภาวะไม่มีออกซิเจน
ทำไมไฮโดรเจนซัลไฟด์ถึงเป็นอันตราย?
เพราะมันยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ในลักษณะที่คล้ายกับไฮโดรเจนไซยาไนด์ ทำให้ร่างกายไม่สามารถใช้ออกซิเจนได้ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็วหากสูดดมในปริมาณมาก
ก๊าซไข่เน่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เกิดขึ้นจากการย่อยสลายของสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ที่รีดิวซ์ซัลเฟตในสภาวะที่ไม่มีออกซิเจน เช่น ในบ่อบำบัดน้ำเสีย ท่อระบายน้ำ หรือในหนองบึง
