← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อัตลักษณ์ อพยพ และวาระความมั่นคงใหม่ในยุโรป การวิเคราะห์วิชาการ

สรุปใจความสำคัญ

  • หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในปี 1993 โดยความร่วมมือของนักวิชาการ 4 ท่าน
  • เป็นผลงานสำคัญที่ช่วยลดทอนแนวคิดรัฐเป็นศูนย์กลางในทฤษฎีการทำให้เป็นเรื่องความมั่นคง
  • เป็นรากฐานสำคัญของแนวคิดจากโรงเรียนโคเปนเฮเกน (Copenhagen School) ในการศึกษาความมั่นคง

อัตลักษณ์ อพยพ และวาระความมั่นคงใหม่ในยุโรป (Identity, Migration and the New Security Agenda in Europe) เป็นผลงานเขียนในปี 1993 โดย Ole Wæver, Barry Buzan, Morten Kelstrup และ Pierre Lemaitre ซึ่งถือเป็นหนังสือเล่มสำคัญในแวดวงวิชาการด้านความมั่นคง

ความสำคัญต่อโรงเรียนโคเปนเฮเกน

หนังสือเล่มนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ โรงเรียนโคเปนเฮเกน (Copenhagen School) ของการศึกษาด้านความมั่นคง โดยเป็นหนึ่งในความร่วมมือระยะแรกๆ ระหว่าง Ole Wæver และ Barry Buzan ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งหลักของแนวคิดนี้

การท้าทายแนวคิดรัฐเป็นศูนย์กลาง

จุดเด่นของงานเขียนชิ้นนี้คือการพยายามลดทอนความเชื่อที่ว่ารัฐเป็นศูนย์กลาง (state-centrism) ของทฤษฎีการทำให้เป็นเรื่องความมั่นคง (securitization theory) ในยุคแรกเริ่ม โดยผู้เขียนได้นำเสนอว่าความมั่นคงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เพียงเรื่องของพรมแดนหรือกองทัพเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของอัตลักษณ์และประชากรศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงของสังคมและสังคมวัฒนธรรม

หน้าปกหนังสือ Identity, Migration and the New Security Security Agenda in Europe
หน้าปกหนังสือที่วิเคราะห์เรื่องอัตลักษณ์และการอพยพในบริบทความมั่นคงของยุโรป

บทสรุป

งานชิ้นนี้ช่วยขยายขอบเขตของการศึกษาความมั่นคงจากมุมมองทางทหารทหารทางทหารเพียงอย่างเดียว ไปสู่การศึกษาเรื่องอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการเคลื่อนย้ายของประชากร ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการวิเคราะห์นโยบายความมั่นคงในยุโรปสมัยใหม่

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือเล่มนี้เกี่ยวกับอะไร?

เป็นหนังสือที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม การอพยพ และวาระความมั่นคงในบริบทของทวีปยุโรป

โรงเรียนโคเปนเฮเกนคืออะไร?

เป็นกลุ่มนักวิชาการด้านความมั่นคงที่นำเสนอทฤษฎีการทำให้เป็นเรื่องความมั่นคง (Securitization) ซึ่งมองว่าความมั่นคงไม่ใช่แค่เรื่องทางทหาร แต่เป็นเรื่องของการนิยามความเสี่ยง

ทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงสำคัญต่อทฤษฎีความมั่นคง?

เพราะช่วยขยายขอบเขตความมั่นคงให้ครอบคลุมถึงมิติทางสังคมและอัตลักษณ์ แทนที่จะเน้นเพียงแค่ความมั่นคงของรัฐในเชิงกายภาพ