← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งชิงแชมป์โลก IIHF ดิวิชัน 3

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นรายการแข่งขันระดับต่ำสุดของ IIHF จนถึงปี 2020 ก่อนจะมีการก่อตั้งดิวิชัน 4
  • เปลี่ยนจากระบบรอบคัดเลือกดิวิชัน 2 มาเป็นรายการชิงแชมป์ดิวิชัน 3 อย่างเป็นทางการในปี 2003
  • มีการปรับเปลี่ยนจำนวนทีมและรูปแบบการเลื่อนชั้นหลายครั้งตามจำนวนประเทศที่สนใจเข้าร่วมแข่งขัน
  • ผู้ชนะเลิศในระดับดิวิชัน 3 จะได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นสู่การแข่งขันในระดับดิวิชัน 2

การแข่งขันฮอกกี้น้ำแข็งชิงแชมป์โลก IIHF ดิวิชัน 3 (IIHF World Championship Division III) เป็นรายการแข่งขันกีฬาประจำปีที่จัดขึ้นโดยสหพันธ์ฮอกกี้น้ำแข็งนานาชาติ (International Ice Hockey Federation หรือ IIHF) โดยรายการนี้เคยเป็นระดับการแข่งขันที่ต่ำที่สุดในระบบชิงแชมป์โลกของ IIHF จนกระทั่งมีการก่อตั้งดิวิชัน 4 ขึ้นในปี 2020

ประวัติและการจัดตั้ง

ในช่วงปี 2001 IIHF ได้ปรับโครงสร้างลำดับขั้นของการแข่งขันชิงแชมป์โลก โดยเปลี่ยนจากการใช้ระบบ "พูล" (Pools) มาเป็นระบบ "ดิวิชัน" (Divisions) สำหรับประเทศที่อยู่นอกเหนือจาก 40 อันดับแรก จะต้องลงแข่งขันในรอบคัดเลือกของดิวิชัน 2 (Division II Qualification) เพื่อหาทีมที่จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในดิวิชัน 2 ในปีถัดไป

ในช่วงแรก รอบคัดเลือกดิวิชัน 2 ไม่ถูกนับเป็นรายการชิงแชมป์อย่างเป็นทางการ แต่เป็นเพียงการแข่งขันเพื่อหาทีมมาแทนที่ทีมที่ตกชั้นจากดิวิชัน 2 เท่านั้น ตัวอย่างเช่น ในปี 2001 ลักเซมเบิร์กและตุรกี ซึ่งเป็นทีมที่ตกชั้นจากพูล D ในปี 2000 ได้รับการเลื่อนชั้นกลับสู่ดิวิชัน 2 ในปี 2002 เนื่องจากไม่มีประเทศอื่นส่งชื่อเข้าแข่งขันในรอบคัดเลือก

การเปลี่ยนผ่านสู่ดิวิชัน 3

ในปี 2003 รอบคัดเลือกดิวิชัน 2 ได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น การแข่งขันชิงแชมป์ดิวิชัน 3 (Division III Championship) อย่างเป็นทางการ โดยผู้ชนะเลิศของรายการจะได้รับตำแหน่งแชมป์ และทีมที่จบสองอันดับแรกจะได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2 ในปีถัดไป ในขณะที่ทีมที่ตกชั้นจากดิวิชัน 2 จะต้องลงมาแข่งขันในดิวิชัน 3 แทน

การปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน

  • ปี 2011: IIHF ขยายจำนวนทีมที่เข้าร่วมจาก 6 ทีม เป็น 8 ทีม โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็นสองกลุ่ม ผู้ชนะของแต่ละกลุ่มจะได้รับตำแหน่งแชมป์ร่วมและได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2
  • ปี 2012: การแข่งขันกลับมาใช้ระบบ 6 ทีม และมีการปรับโครงสร้างดิวิชัน 2 ใหม่ ทำให้มีเพียงแชมป์ของดิวิชัน 3 เท่านั้นที่ได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2 กลุ่ม B
  • ปี 2013: มีทีมสนใจเข้าร่วมแข่งขันเพิ่มขึ้นเป็น 8 ทีม IIHF จึงจัดให้มีการแข่งขันรอบคัดเลือกสำหรับ 4 ทีม (ประกอบด้วยทีมที่จบอันดับสุดท้ายจากปี 2012 และทีมรับเชิญใหม่ 2 ทีม) เพื่อหา 2 ทีมเข้าสู่รอบชิงแชมป์ดิวิชัน 3
  • ปี 2018-2019: IIHF นำระบบรอบคัดเลือกดิวิชัน 3 กลับมาใช้ เพื่อหาทีมเพียงทีมเดียวที่จะได้สิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบชิงแชมป์ดิวิชัน 3 ในปีถัดไป เพื่อแทนที่ทีมที่ตกชั้น

การพัฒนาสู่ดิวิชัน 4

ความต้องการเข้าร่วมแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้ในปี 2017 ทีมที่จบอันดับสุดท้ายต้องตกชั้นลงไปสู่รอบคัดเลือกดิวิชัน 3 ในปี 2018 ต่อมาในปี 2019 รอบคัดเลือกได้ถูกขยายขนาดขึ้น จนกระทั่งในปี 2020 IIHF ได้ตัดสินใจก่อตั้ง การแข่งขันชิงแชมป์ดิวิชัน 4 (Division IV Championship) ขึ้นอย่างเป็นทางการ แทนที่ระบบรอบคัดเลือก และในขณะเดียวกันก็ได้ขยายการแข่งขันดิวิชัน 3 ให้แบ่งเป็นสองกลุ่ม

ระบบการเลื่อนชั้นและตกชั้น

ช่วงปีการเลื่อนชั้นการตกชั้น
2003–2011อันดับ 1 และ 2 เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2ไม่มีการตกชั้นจากดิวิชัน 3
2012–2017เฉพาะแชมป์เลื่อนชั้นสู่ดิวิชัน 2 กลุ่ม Bไม่มีการตกชั้น (ยกเว้นกรณีปี 2012 ที่มีรอบคัดเลือก)
2017 เป็นต้นไปแชมป์เลื่อนชั้นทีมอันดับสุดท้ายตกชั้นสู่รอบคัดเลือก/ดิวิชัน 4

คำถามที่พบบ่อย

การแข่งขันดิวิชัน 3 เริ่มต้นขึ้นเมื่อใด?

การแข่งขันชิงแชมป์ดิวิชัน 3 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในปี 2003 โดยเปลี่ยนมาจากระบบรอบคัดเลือกของดิวิชัน 2

ใครคือผู้ที่ได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นจากดิวิชัน 3?

โดยปกติแล้ว ผู้ชนะเลิศ (แชมป์) ของดิวิชัน 3 จะได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นสู่ดิวิชัน 2 ในปีถัดไป โดยในบางช่วงเวลา เช่น ปี 2003-2011 ทีมอันดับสองอาจได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นด้วย

ทำไมจึงมีการก่อตั้งดิวิชัน 4 ขึ้นในปี 2020?

เนื่องจากมีจำนวนประเทศที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระบบรอบคัดเลือกแบบเดิมไม่เพียงพอ IIHF จึงจัดตั้งดิวิชัน 4 ขึ้นเพื่อเป็นระดับการแข่งขันที่เป็นทางการแทนที่รอบคัดเลือก

ดิวิชัน 3 แตกต่างจากพูล D อย่างไร?

พูล D เป็นระบบการแข่งขันแบบเดิมก่อนปี 2001 ซึ่งดิวิชัน 3 ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากโครงสร้างการแข่งขันของพูล D และรอบคัดเลือกดิวิชัน 2 ในเวลาต่อมา