อิลารี โวรอนกา กวีแนวหน้าผู้บุกเบิกลัทธิเหนือจริงของโรมาเนีย
สรุปใจความสำคัญ
- เป็นกวีและนักเขียนความเรียงชาวโรมาเนียผู้มีบทบาทสำคัญในลัทธิเหนือจริง (Surrealism) และศิลปะแนวหน้า (Avant-garde)
- เริ่มต้นอาชีพด้วยกวีนิพนธ์แนวสัญลักษณ์นิยมก่อนจะเปลี่ยนสไตล์ไปสู่ลัทธิสมัยใหม่และลัทธิเหนือจริง
- ย้ายไปพำนักในฝรั่งเศสในปี 1933 และเขียนผลงานเป็นภาษาฝรั่งเศสเป็นหลักในเวลาต่อมา
- เข้าร่วมขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส (French Resistance) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
อิลารี โวรอนกา (Ilarie Voronca) ซึ่งเป็นนามปากกาของ เอ็ดวาร์ด อิซิดอร์ มาร์คัส (Eduard Isidor Marcus) เกิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 1903 ที่เมืองบราอีลา (Brăila) และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ. 1946 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เขาเป็นกวีและนักเขียนความเรียงชาวโรมาเนียผู้มีชื่อเสียงในฐานะศิลปินแนวหน้า (Avant-garde) ที่มีอิทธิพลต่อวงการวรรณกรรมทั้งในโรมาเนียและฝรั่งเศส

เส้นทางชีวิตและวิวัฒนาการทางวรรณกรรม
โวรอนกาเป็นผู้มีเชื้อสายยิว ในช่วงเริ่มต้นของการทำงานทางวรรณกรรม เขาได้เข้าร่วมกลุ่ม Sburătorul ภายใต้การนำของ อูเกน โลวิเนสคู (Eugen Lovinescu) โดยเริ่มเผยแพร่ผลงานในปี ค.ศ. 1922 ผ่านวารสาร Sburătorul literar ซึ่งผลงานในยุคแรกของเขาเป็นบทกวีแนวสัญลักษณ์นิยม (Symbolism) ที่ได้รับอิทธิพลจาก จอร์จ บาโคเวีย (George Bacovia) และ คามิล บัลตาซาร์ (Camil Baltazar) โดยมีโทนเรื่องที่หม่นหมองและเฉื่อยชา ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผลงานในยุคต่อมา
เพียงหนึ่งปีหลังจากนั้น โวรอนกาได้ปรับเปลี่ยนสไตล์การเขียน โดยหันมายึดถือคำประกาศของลัทธิสมัยใหม่ (Modernist manifesto) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Contimporanul และได้ส่งผลงานไปยังนิตยสารวรรณกรรมอย่าง Punct และ Integral นอกจากนี้ เขายังได้ร่วมกับ สเตฟาน รอลล์ (Stephan Roll) จัดทำนิตยสาร 75 HP ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลัทธิคอนสตรัคติวิสม์ (Constructivism) ทว่านิตยสารฉบับนี้มีการตีพิมพ์ออกมาเพียงฉบับเดียวเท่านั้น
ในปี ค.ศ. 1925 โวรอนกาได้ร่วมมือกับ วิกเตอร์ บราวน์เนอร์ (Victor Brauner) ในการสร้างสรรค์ "picto-poèsie" หรือกวีนิพนธ์ภาพ ซึ่งเป็นภาพพอร์ตเทรตของตัวเขาเอง

การย้ายถิ่นฐานสู่ฝรั่งเศสและลัทธิเหนือจริง
ในปี ค.ศ. 1927 โวรอนกาได้ตีพิมพ์รวมบทกวีในกรุงปารีส ชื่อว่า Colomba ซึ่งตั้งชื่อตาม โคลอมบา โวรอนกา ภรรยาของเขา โดยในเล่มมีภาพวาดประกอบโดย โรเบิร์ต เดอโลเนย์ (Robert Delaunay) ผลงานเล่มนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้โวรอนกาก้าวเข้าสู่ลัทธิเหนือจริง (Surrealism) อย่างเต็มตัว
หลังจากย้ายไปตั้งรกรากในประเทศฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1933 โวรอนกาเริ่มเขียนผลงานเป็นภาษาฝรั่งเศส ซึ่งทำให้ผลงานของเขาได้รับการเผยแพร่อย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอมากขึ้น ผลงานที่โดดเด่นในช่วงนี้ ได้แก่:
- L'Apprenti fantôme (The Apprentice Ghost, 1938)
- Beauté de ce monde (This World's Beauty, 1940)
- Arbre (Tree, 1942)
ผลงานหลายชิ้นของเขาได้รับเกียรติให้มีภาพประกอบโดยศิลปินระดับโลก เช่น คอนสแตนติน บรังกูซี (Constantin Brâncuși), มาร์ค ชากาล (Marc Chagall) และ วิกเตอร์ บราวน์เนอร์ (Victor Brauner)
บทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและการเสียชีวิต
โวรอนกาได้รับสัญชาติฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1938 และได้เข้าร่วมกับขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส (French Resistance) ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 1946 เขาได้เดินทางกลับไปเยี่ยมโรมาเนีย และได้รับการยกย่องอย่างสูงจากผลงานเขียนและการเคลื่อนไหวต่อต้านฟาสซิสต์
อย่างไรก็ตาม โวรอนกาได้จบชีวิตตัวเองลงในปี ค.ศ. 1946 โดยที่ยังเขียนผลงานเรื่อง Manuel du parfait bonheur (Manual for Perfect Happiness) ไม่เสร็จสมบูรณ์

การเผยแพร่ผลงานในภายหลัง
ในปี ค.ศ. 1956 มีการตีพิมพ์รวมบทกวีคัดสรรในฝรั่งเศส และตามมาด้วยการตีพิมพ์ผลงานที่ไม่เคยเผยแพร่มาก่อนในปี ค.ศ. 1966 ต่อมาในปี ค.ศ. 1972 ซาซา ปานา (Sașa Pană) ได้ดูแลการจัดพิมพ์รวมบทกวีจำนวนมากของโวรอนกาในฉบับภาษาโรมาเนีย
คำถามที่พบบ่อย
อิลารี โวรอนกา คือใคร?
อิลารี โวรอนกา เป็นกวีและนักเขียนความเรียงชาวโรมาเนียเชื้อสายยิว ผู้บุกเบิกศิลปะแนวหน้า (Avant-garde) และลัทธิเหนือจริง (Surrealism) ในยุโรป โดยมีผลงานโดดเด่นทั้งในภาษาโรมาเนียและภาษาฝรั่งเศส
สไตล์การเขียนของโวรอนกาเปลี่ยนแปลงอย่างไร?
เขาเริ่มต้นด้วยบทกวีแนวสัญลักษณ์นิยม (Symbolism) ที่มีโทนหม่นหมอง จากนั้นเปลี่ยนไปสู่ลัทธิสมัยใหม่ (Modernism) และสุดท้ายกลายเป็นกวีลัทธิเหนือจริง (Surrealist) ที่มีชื่อเสียงในปารีส
โวรอนกามีความสัมพันธ์กับศิลปินท่านใดบ้าง?
เขาทำงานร่วมกับศิลปินแนวหน้าหลายท่าน เช่น วิกเตอร์ บราวน์เนอร์, โรเบิร์ต เดอโลเนย์ และมีผลงานที่มีภาพประกอบโดย คอนสแตนติน บรังกูซี และ มาร์ค ชากาล
บทบาทของโวรอนกาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองคืออะไร?
เขาได้รับสัญชาติฝรั่งเศสในปี 1938 และได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการต่อต้านฝรั่งเศส (French Resistance) เพื่อต่อสู้กับฝ่ายอักษะในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง
