← กลับไปยังบทความทั้งหมด

การย้ายถิ่นฐานสู่ฮ่องกง ประวัติศาสตร์และระบบการกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐาน

สรุปใจความสำคัญ

  • ฮ่องกงมีนโยบายการย้ายถิ่นฐานเป็นของตนเอง แยกจากจีนแผ่นดินใหญ่
  • การกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐานในฮ่องกงเป็นการกักตัวทางปกครอง ซึ่งตัดสินใจโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาล ไม่ใช่ศาล
  • มีศูนย์กักตัวหลัก 4 แห่ง โดยบางแห่งดูแลโดยกรมการย้ายถิ่นฐาน และบางแห่งดูแลโดยกลุ่มงานราชทัณฑ์

การย้ายถิ่นฐานสู่ฮ่องกงเป็นกระบวนการที่ผู้คนย้ายเข้ามาพำนักในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน โดยฮ่องกงมีนโยบายการย้ายถิ่นฐานเป็นของตนเอง ซึ่งครอบคลุมถึงผู้ที่ย้ายถิ่นฐานมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ด้วย

ทัศนียภาพของฮ่องกง
ฮ่องกงเป็นจุดหมายปลายทางของการย้ายถิ่นฐานจากหลายภูมิภาค

ประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นฐาน

ในตอนแรก ฮ่องกงเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเบาบาง มีเพียงหมู่บ้านประมงและเกษตรกรรมขนาดเล็ก ต่อมาในช่วงสงครามฝิ่นครั้งที่หนึ่ง ฮ่องกงถูกยกให้แก่สหราชอาณาจักรโดยจักรวรรดิชิงผ่านทางอนุสัญญา Chuenpi และต่อมาในสนธิสัญญา Nanking ปี 1842 เกาะฮ่องกงถูกยกให้แก่สหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ

ระหว่างปี 1898 ถึง 1997 ฮ่องกงอยู่ภายใต้สัญญาเช่า 99 ปีของสหราชอาณาจักร ซึ่งในช่วงเวลานี้เกิดคลื่นการย้ายถิ่นฐานของผู้อพยพจากสาธารณรัฐประชาชนจีนเข้าสู่ฮ่องกง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 1949 ถึง 1979

การกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐานในฮ่องกง

กรมการย้ายถิ่นฐานของฮ่องกงมีการกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐานประมาณ 10,000 คนต่อปี เพื่อการควบคุมการย้ายถิ่นฐานและเหตุผลอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ใน Immigration Ordinance (Cap. 115) โดยการกักตัวนี้ถือเป็นการกักตัวทางปกครอง ซึ่งการตัดสินใจจำกัดเสรีภาพของบุคคลจะดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาล ไม่ใช่โดยศาล

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • Immigration Ordinance (Cap. 115): ระบุเหตุผลในการกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐาน
  • Immigration (Places of Detention) Order (Cap. 115B): ระบุสถานที่กักตัวผู้ย้ายถิ่นฐาน
  • Immigration (Treatment of Detainees) Order (Cap. 115E): ควบคุมการดูแลรักษาผู้ถูกกักตัวที่ศูนย์กักตัวผู้ย้ายถิ่นฐาน Castle Peak Bay
  • Immigration Service (Treatment of Detained Persons) Order (Cap. 331C): ควบคุมการดูแลรักษาผู้ถูกกักตัวที่ศูนย์กักตัว Ma Tau Kok
  • Prison Rules (Cap. 234A): ควบคุมการดูแลรักษาผู้ถูกกักตัวที่สถาบันแก้ไขพฤติกรรม Tai Tam Gap

สถานที่กักตัวหลัก

ฮ่องกงมีสถานกักตัวหลัก 4 แห่ง ได้แก่:

สถานที่ประเภทผู้ถูกกักตัวหน่วยงานที่ดูแล
Castle Peak Bay Immigration Centre (CIC)ผู้ใหญ่, การกักตัวระยะยาวกรมการย้ายถิ่นฐาน
Ma Tau Kok Detention Centre (MTKDC)การกักตัวระยะสั้นเพื่อการส่งตัว
กรมการย้ายถิ่นฐาน
Tai Tam Gap Correctional Institution (TGCI)ผู้ชายวัยผู้ใหญ่, ผู้ขอลี้ภัย (non-refoulement claimants)กรมราชทัณฑ์ฮ่องกง (Correctional Services)
Nei Kwu Correctional Institution (NKCI)ผู้หญิงวัยผู้ใหญ่กรมราชทัณฑ์ฮ่องกง (Correctional Services)

ประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและข้อวิพากษ์วิจารณ์

ในปี 2021 มีการเผยแพร่สารคดีของ Radio Television Hong Kong (RTHK) ซึ่งสัมภาษณ์อดีตผู้ถูกกักตัวที่เปิดเผยถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนภายในศูนย์กักตัว เช่น การถูกทำร้ายร่างกาย การถูกปิดตา และการถูกบังคับให้คุกเข่าขณะรับประทานอาหาร

นอกจากนี้ สื่ออย่าง Stand News ได้รายงานเกี่ยวกับสภาพการกักตัวที่สถาบัน Tai Tam Gap ซึ่งนำไปสู่ความขัดแย้งกับรัฐบาลฮ่องกงที่มองว่ารายงานดังกล่าวเป็นการบิดเบือนข้อมูล

การพัฒนาล่าสุด

ในปี 2021 มีการแก้ไขกฎหมาย Immigration Ordinance เพื่อป้องกันผู้ขอลี้ภัยไม่ให้เดินทางเข้าสู่ฮ่องกง และลดเกณฑ์การกักตัวระยะยาวโดยอนุญาตให้ใช้เหตุผลทางปกครอง เช่น จำนวนคำร้องขอลี้ภัยที่มากเกินไป เป็นข้ออ้างในการกักตัวบุคคลได้นานขึ้น

คำถามที่พบบ่อย

การกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐานในฮ่องกงดำเนินการโดยใคร?

การกักตัวดำเนินการโดยกรมการย้ายถิ่นฐาน (Immigration Department) และในบางกรณี เช่น ที่สถาบัน Tai Tam Gap และ Nei Kwu, จะดูแลโดยกรมราชทัณฑ์ฮ่องกง (Hong Kong Correctional Services)

กฎหมายฉบับใดที่ควบคุมการดูแลผู้ถูกกักตัว?

การดูแลผู้ถูกกักตัวขึ้นอยู่กับสถานที่ โดยที่ CIC และ MTKDC ใช้กฎหมาย Immigration (Treatment of Detainees) Order และ Immigration Service (Treatment of Detained Persons) Order ตามลำดับ ส่วน TGCI และ NKCI ใช้กฎหมาย Prison Rules (Cap. 234A)

การแก้ไขกฎหมายในปี 2021 มีผลอย่างไร?

การแก้ไขกฎหมายในปี 2021 ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถกักตัวผู้ย้ายถิ่นฐานได้นานขึ้นโดยใช้เหตุผลทางปกครอง และเพิ่มการเข้าถึงอาวุธสำหรับเจ้าหน้าที่ในศูนย์กักตัว