← กลับไปยังบทความทั้งหมด

คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (IEC)

สรุปใจความสำคัญ

  • ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1906 โดยมี Lord Kelvin เป็นประธานคนแรก
  • เป็นองค์กรหลักในการกำหนดมาตรฐานสากลสำหรับเทคโนโลยีไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง
  • มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • บริหารจัดการระบบการประเมินความสอดคล้อง (Conformity Assessment) เพื่อการทดสอบและรับรองมาตรฐานระดับโลก
  • ร่วมมือกับ ISO และ ITU เพื่อสร้างมาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคม

คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (International Electrotechnical Commission หรือ IEC) เป็นองค์กรมาตรฐานสากลที่ทำหน้าที่จัดทำและเผยแพร่มาตรฐานสำหรับเทคโนโลยีทางไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยครอบคลุมตั้งแต่การผลิตพลังงาน การส่งและจ่ายไฟฟ้า อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านและสำนักงาน เซมิคอนดักเตอร์ ไฟเบอร์ออปติก แบตเตอรี่ พลังงานแสงอาทิตย์ นาโนเทคโนโลยี และพลังงานทางทะเล

นอกจากนี้ IEC ยังบริหารจัดการระบบการประเมินความสอดคล้อง (Conformity Assessment Systems) สี่ระบบทั่วโลก ซึ่งเป็นแนวทางมาตรฐานเพียงหนึ่งเดียวในระดับสากลสำหรับการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองมาตรฐานอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ตราสัญลักษณ์ของ IEC
ตราสัญลักษณ์ของคณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

ประวัติความเป็นมา

จุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านมาตรฐานไฟฟ้าเกิดขึ้นในการประชุม International Electrical Congress ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1881 ณ นิทรรศการไฟฟ้าสากลในกรุงปารีส ซึ่งมีการตกลงยอมรับระบบหน่วยวัดทางไฟฟ้าและแม่เหล็กระหว่างประเทศในขณะนั้น

ต่อมา IEC ได้จัดการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ค.ศ. 1906 ภายหลังจากการหารือระหว่างสถาบันวิศวกรไฟฟ้าแห่งอังกฤษ (British Institution of Electrical Engineers) และสถาบันวิศวกรไฟฟ้าแห่งอเมริกา (American Institute of Electrical Engineers) โดยมี R. E. B. Crompton วิศวกรชาวอังกฤษเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ และมี Lord Kelvin ได้รับเลือกให้เป็นประธานคนแรกขององค์กร

IEC มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและเผยแพร่มาตรฐานสำหรับหน่วยวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วย กาวส์ (gauss), เฮิรตซ์ (hertz) และเวเบอร์ (weber) รวมถึงเป็นผู้ส่งเสริมระบบมาตรฐาน Giorgi ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ (SI - Système International d'unités)

ในปี ค.ศ. 1938 IEC ได้จัดทำคำศัพท์สากลหลายภาษาเพื่อสร้างความเป็นเอกภาพในคำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งความพยายามนี้ยังคงดำเนินต่อไปในปัจจุบันผ่าน Electropedia ซึ่งเป็นพจนานุกรมคำศัพท์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์

โครงสร้างและการดำเนินงาน

ปัจจุบัน IEC มีสมาชิกเป็นประเทศต่างๆ 92 ประเทศ และมีอีก 75 ประเทศที่เข้าร่วมในโครงการประเทศพันธมิตร (Affiliate Country Programme) เพื่อสนับสนุนประเทศที่กำลังพัฒนาอุตสาหกรรมให้สามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับ IEC ได้

สำนักงานใหญ่ของ IEC ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ (ย้ายมาจากลอนดอน สหราชอาณาจักร ในปี ค.ศ. 1948) โดยมีศูนย์ภูมิภาคครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ ดังนี้:

  • แอฟริกา: ไนโรบี ประเทศเคนยา
  • เอเชีย: สิงคโปร์
  • โอเชียเนีย: ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย
  • ลาตินอเมริกา: เซาเปาโล ประเทศบราซิล
  • อเมริกาเหนือ: วูสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

การทำงานของ IEC ขับเคลื่อนโดยผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ประมาณ 10,000 คน จากภาคอุตสาหกรรม รัฐบาล สถาบันการศึกษา และห้องปฏิบัติการทดสอบ

เอกสารมาตรฐาน IEC
ตัวอย่างการจัดทำมาตรฐานสากลของ IEC เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในระดับโลก

มาตรฐาน IEC และความร่วมมือระหว่างประเทศ

มาตรฐาน IEC มักถูกนำไปใช้เป็นมาตรฐานระดับชาติของประเทศสมาชิก ซึ่งช่วยให้เกิดความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วโลก

IEC ทำงานร่วมกับองค์กรมาตรฐานสากลอื่นๆ อย่างใกล้ชิด ได้แก่:

  • ISO (International Organization for Standardization): ร่วมกันพัฒนามาตรฐานในหลายด้าน โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศ
  • ITU (International Telecommunication Union): ร่วมมือด้านมาตรฐานโทรคมนาคม
  • IEEE (Institute of Electrical and Electronics Engineers): มีข้อตกลงความร่วมมือตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 และมีการพัฒนามาตรฐานร่วมกัน

สำหรับมาตรฐานที่ IEC พัฒนาขึ้นเองโดยไม่ได้พัฒนาร่วมกับ ISO จะมีหมายเลขอยู่ในช่วง 60000–79999 เช่น IEC 60417 ซึ่งว่าด้วยสัญลักษณ์กราฟิกสำหรับใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า

คำถามที่พบบ่อย

IEC คืออะไร?

IEC หรือ คณะกรรมการระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นองค์กรสากลที่กำหนดมาตรฐานสำหรับอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ความเข้ากันได้ และประสิทธิภาพในการใช้งานทั่วโลก

มาตรฐาน IEC มีความสำคัญอย่างไร?

มาตรฐาน IEC ช่วยให้ผู้ผลิตสามารถผลิตอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้ในทุกประเทศ ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุทางไฟฟ้า และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศโดยการใช้มาตรฐานการทดสอบและการรับรองเดียวกัน

Electropedia คืออะไร?

Electropedia คือพจนานุกรมคำศัพท์ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ที่จัดทำโดย IEC เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญและวิศวกรทั่วโลกใช้คำศัพท์ทางเทคนิคที่ตรงกัน

IEC แตกต่างจาก ISO อย่างไร?

ในขณะที่ ISO กำหนดมาตรฐานในเกือบทุกด้าน ยกเว้นไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์, IEC จะมุ่งเน้นเฉพาะเจาะจงไปที่เทคโนโลยีทางไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องเท่านั้น