การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในตูนิเซีย จากการควบคุมเข้มงวดสู่เสรีภาพ
สรุปใจความสำคัญ
- ตูนิเซียเคยถูกจัดเป็น 'ศัตรูของอินเทอร์เน็ต' โดย Reporters Without Borders ก่อนการปฏิวัติปี 2011
- รัฐบาลเบน อาลี ใช้ซอฟต์แวร์ SmartFilter เพื่อกรองข้อมูลอินเทอร์เน็ตและจงใจแสดงผลเป็นข้อความ 404 เพื่อหลอกผู้ใช้
- การปฏิวัติตูนิเซียนำไปสู่การยกเลิกการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook และ YouTube ในเดือนมกราคม 2011
การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในประเทศตูนิเซียมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงปี 2011 ซึ่งเป็นช่วงเวลาของการปฏิวัติตูนิเซียและการโค่นล้มประธานาธิบดี ซีน อัล อะบิดีน เบน อาลี (Zine El Abidine Ben Ali) ส่งผลให้รัฐบาลรักษาการที่เข้ามาแทนที่ได้ยกเลิกการกรองข้อมูลในเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น YouTube และ Facebook ซึ่งเคยเป็นเครื่องมือสำคัญในการสื่อสารของประชาชน
การเซ็นเซอร์ภายใต้ระบอบการปกครองของเบน อาลี
ก่อนการปฏิวัติ ตูนิเซียเป็นประเทศที่มีการเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อ "ศัตรูของอินเทอร์เน็ต" โดยองค์กร Reporters Without Borders รัฐบาลใช้การกรองข้อมูลออนไลน์ (Web Filtering) ควบคู่ไปกับกฎหมายและการสอดแนมเพื่อควบคุมการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร
การควบคุมผ่านกฎหมายและมาตรการทางกฎหมาย
รัฐบาลใช้ประมวลกฎหมายสื่อมวลชนเพื่อดำเนินคดีกับนักข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดี หรือเผยแพร่ข้อมูลที่รัฐบาลมองว่าเป็น "ข่าวปลอม" นอกจากนี้ยังมีการควบคุมการจดทะเบียนสื่อสิ่งพิมพ์และการออกใบอนุญาตสถานีวิทยุและโทรทัศน์ เพื่อจำกัดการเข้าถึงสื่อที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล
ผู้ที่เห็นต่างทางออนไลน์ได้เผชิญกับการลงโทษที่รุนแรง ตัวอย่างเช่น โมฮาเหม็ด อับบู (Mohamed Abbou) ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ถูกตัดสินจำคุก 3 ปีครึ่งในปี 2005 จากการเผยแพร่รายงานการซ้อมทรมานนักโทษในเว็บไซต์ที่ถูกสั่งห้าม
การโจมตีทางไซเบอร์และการปิดกั้นการเข้าถึง
นอกจากการกรองข้อมูลแล้ว เว็บไซต์ของฝ่ายค้านและบล็อกเกอร์ยังตกเป็นเป้าหมายของการแฮ็กข้อมูลและการลบเนื้อหา โดยเชื่อกันว่าเป็นการกระทำของรัฐบาล ตัวอย่างที่ชัดเจนคือเว็บไซต์ข่าวอิสระ Kalima ซึ่งถูกแฮ็กและทำลายคลังข้อมูลย้อนหลัง 8 ปีจนหมดสิ้นในปี 2008
กลไกการกรองข้อมูลทางเทคนิค
ตูนิเซียใช้ซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ที่ชื่อว่า SmartFilter จากบริษัท Secure Computing ของสหรัฐอเมริกา โดยการติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ไว้ที่หน่วยงานที่ชื่อว่า Tunisian Internet Agency (ATI) ซึ่งควบคุมการจราจรของอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในประเทศ ทำให้สามารถกรองเนื้อหาได้ครอบคลุมทุกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) 11 ราย
สิ่งที่น่าสนใจคือ รัฐบาลตูนิเซียพยายามปกปิดการเซ็นเซอร์โดยการแสดงข้อความผิดพลาด "404 File Not Found" แทนที่จะแจ้งว่าเว็บไซต์ถูกบล็อก เพื่อให้ผู้ใช้ไม่ทราบว่าตนเองกำลังถูกปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูล
เว็บไซต์ที่ถูกปิดกั้นเป็นประจำ
- เว็บไซต์ของกลุ่มการเมืองฝ่ายค้าน เช่น Democratic Forum for Labor and Liberty และ Al-Nadha Movement
- เว็บไซต์ของนักกิจกรรมอย่าง Moncef Marzouki
- เว็บไซต์ข่าวอิสระ เช่น nawaat.org และ tunisnews.com
- เว็บไซต์องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล เช่น Amnesty International และ Freedom House
คำถามที่พบบ่อย
การเซ็นเซอร์อินเทอร์เน็ตในตูนิเซียเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหลังปี 2011?
หลังการโค่นล้มประธานาธิบดีเบน อาลี ในเดือนมกราคม 2011 รัฐบาลรักษาการได้ยกเลิกการกรองข้อมูลในโซเชียลเน็ตเวิร์กและเพิ่มเสรีภาพในการแสดงออกทางออนไลน์มากขึ้น
รัฐบาลเบน อาลี ใช้เครื่องมือใดในการปิดกั้นเว็บไซต์?
รัฐบาลใช้ซอฟต์แวร์ SmartFilter และดำเนินการผ่านหน่วยงาน Tunisian Internet Agency (ATI) เพื่อควบคุมการจราจรของอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในประเทศ
ทำไมผู้ใช้ในตูนิเซียถึงไม่ทราบว่าเว็บไซต์ถูกบล็อกในสมัยเบน อาลี?
เพราะรัฐบาลตั้งค่าให้ระบบแสดงข้อความ '404 File Not Found' ซึ่งเป็นข้อความผิดพลาดมาตรฐานของเว็บเบราว์เซอร์ ทำให้ผู้ใช้เข้าใจว่าเว็บไซต์นั้นไม่มีอยู่จริง แทนที่จะทราบว่าถูกรัฐบาลปิดกั้น

