← กลับไปยังบทความทั้งหมด

อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง

สรุปใจความสำคัญ

  • อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังใช้วัดจำนวนครั้งที่สินค้าถูกขายหรือใช้ไปในช่วงเวลาหนึ่ง
  • สูตรที่แม่นยำที่สุดคือการนำต้นทุนขาย (COGS) หารด้วยสินค้าคงคลังเฉลี่ย
  • อัตราการหมุนเวียนที่สูงเกินไปอาจนำไปสู่ปัญหาสินค้าขาดสต็อก ในขณะที่อัตราที่ต่ำเกินไปบ่งบอกถึงสินค้าค้างสต็อก
  • สามารถนำค่าที่ได้ไปคำนวณหาจำนวนวันที่ใช้ในการขายสินค้าเฉลี่ยได้

อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง (Inventory Turnover) คือ ดัชนีชี้วัดทางบัญชีและการเงินที่ใช้ประเมินจำนวนครั้งที่สินค้าคงคลังถูกขายออกไปหรือถูกนำไปใช้ในช่วงเวลาหนึ่ง (โดยปกติจะเป็นรายปี) อัตราส่วนนี้ช่วยให้ผู้บริหารและนักลงทุนทราบว่าธุรกิจมีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใด และมีสินค้าค้างสต็อกมากเกินความจำเป็นเมื่อเทียบกับยอดขายหรือไม่

วิธีการคำนวณอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง

การคำนวณอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่มีและความต้องการในการวิเคราะห์ โดยมีสูตรหลักดังนี้:

1. คำนวณโดยใช้ต้นทุนขาย (Cost of Goods Sold)

วิธีนี้เป็นวิธีที่นิยมที่สุดเนื่องจากเป็นการเปรียบเทียบต้นทุนของสินค้าที่ขายได้กับมูลค่าของสินค้าที่เหลืออยู่ในสต็อก ซึ่งทั้งคู่ถูกบันทึกด้วยมูลค่าต้นทุน ทำให้ผลลัพธ์มีความแม่นยำสูง

สูตรการคำนวณอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังโดยใช้ต้นทุนขาย
สูตร: อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง = ต้นทุนขาย / สินค้าคงคลังเฉลี่ย (ที่ราคาทุน)

2. คำนวณโดยใช้ยอดขายสุทธิ (Net Sales)

ในบางกรณีอาจมีการใช้ยอดขายสุทธิแทนต้นทุนขาย อย่างไรก็ตาม วิธีนี้อาจทำให้ค่าที่ได้คลาดเคลื่อนเนื่องจากยอดขายรวมกำไรขั้นต้นไว้ด้วย ในขณะที่สินค้าคงคลังเฉลี่ยถูกบันทึกด้วยราคาทุน

สูตรการคำนวณอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังโดยใช้ยอดขายสุทธิ
สูตร: อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง = ยอดขายสุทธิ / สินค้าคงคลังเฉลี่ย (ที่ราคาขาย)

การคำนวณสินค้าคงคลังเฉลี่ย (Average Inventory)

เพื่อให้ได้ค่าที่สะท้อนความเป็นจริงตลอดทั้งปี ธุรกิจมักคำนวณค่าเฉลี่ยของสินค้าคงคลังแทนการใช้ตัวเลข ณ วันสิ้นงวดเพียงอย่างเดียว

สูตรการคำนวณสินค้าคงคลังเฉลี่ย
สูตร: สินค้าคงคลังเฉลี่ย = (สินค้าคงคลังต้นงวด + สินค้าคงคลังปลายงวด) / 2

ในกรณีที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น ธุรกิจอาจใช้ค่าเฉลี่ยรายเดือนมาคำนวณแทนค่าเฉลี่ยต้นงวดและปลายงวด

การใช้สินค้าคงคลังปลายงวดเป็นค่าเฉลี่ย
การใช้สินค้าคงคลังปลายงวดเพียงค่าเดียวในการคำนวณ (ใช้ในกรณีที่ข้อมูลจำกัด)

การวิเคราะห์ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย

นอกเหนือจากจำนวนรอบการหมุนเวียนแล้ว ธุรกิจยังสามารถคำนวณ ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย (Average Days to Sell Inventory) เพื่อให้ทราบว่าโดยเฉลี่ยแล้วสินค้าหนึ่งชิ้นจะอยู่ในสต็อกเป็นเวลากี่วันก่อนที่จะถูกขายออกไป

สูตรการคำนวณระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
สูตร: ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย = 365 วัน / อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลัง

ความหมายของผลลัพธ์

  • อัตราการหมุนเวียนสูง: มักบ่งชี้ว่าสินค้าขายได้เร็ว มีการบริหารจัดการสต็อกที่มีประสิทธิภาพ หรือมีความต้องการสินค้าในตลาดสูง อย่างไรก็ตาม หากสูงเกินไปอาจหมายถึงการสำรองสินค้าไว้น้อยเกินไปจนเกิดปัญหา "สินค้าขาดมือ" (Stockout)
  • อัตราการหมุนเวียนต่ำ: อาจบ่งชี้ว่าสินค้าขายไม่ออก มีสินค้าล้าสมัย หรือมีการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาเก็บไว้มากเกินความจำเป็น ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนการจัดเก็บที่สูงขึ้นและความเสี่ยงที่สินค้าจะเสื่อมสภาพ
สมุดบัญชีแยกประเภทเยอรมันในช่วงต้นศตวรรษที่ 19
การบันทึกบัญชีสินค้าคงคลังในอดีตเป็นรากฐานของการคำนวณอัตราส่วนทางการเงินในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

อัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงคลังสูงดีกว่าต่ำเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป แม้ว่าอัตราที่สูงจะแสดงถึงประสิทธิภาพในการขาย แต่หากสูงเกินไปอาจหมายความว่าธุรกิจสำรองสินค้าไว้ไม่เพียงพอ ทำให้เสียโอกาสในการขายเมื่อมีความต้องการเพิ่มขึ้น

ทำไมควรใช้ต้นทุนขาย (COGS) แทนยอดขายสุทธิในการคำนวณ?

เพราะต้นทุนขายและสินค้าคงคลังเฉลี่ยถูกบันทึกด้วยราคาทุนเหมือนกัน ทำให้เป็นการเปรียบเทียบข้อมูลในหน่วยเดียวกันและลดการบิดเบือนจากกำไรขั้นต้น

สินค้าคงคลังเฉลี่ยคำนวณอย่างไร?

คำนวณได้จากการนำมูลค่าสินค้าคงคลังต้นงวดบวกกับสินค้าคงคลังปลายงวด แล้วหารด้วยสอง เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของจำนวนสินค้าในสต็อกระหว่างงวด

ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยบอกอะไรเรา?

บอกจำนวนวันที่โดยเฉลี่ยที่สินค้าจะอยู่ในคลังก่อนที่จะถูกขายออกไป ช่วยให้ธุรกิจวางแผนการสั่งซื้อสินค้าและจัดการกระแสเงินสดได้ดีขึ้น