← กลับไปยังบทความทั้งหมด

กฎการคัดเลือกผู้เล่นทีมชาติของ IRL เงื่อนไขและข้อกำหนด

สรุปใจความสำคัญ

  • ผู้เล่นสามารถเป็นตัวแทนประเทศได้ผ่านการเกิด, บิดามารดา, ปู่ย่าตายาย หรือการพำนักอาศัยครบ 5 ปี
  • ระบบ Tier System แบ่งประเทศออกเป็น 3 ระดับ โดย Tier 1 ประกอบด้วย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอังกฤษ
  • ผู้เล่นในปัจจุบันสามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้เพียงหนึ่งประเทศต่อหนึ่งปีปฏิทิน

ในฐานะองค์กรกำกับดูแลกีฬารักบี้ลีก International Rugby League (IRL) มีหน้าที่รับผิดชอบในการกำหนดและบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่ระบุว่าผู้เล่นคนใดมีสิทธิ์เป็นตัวแทนของประเทศใดในการแข่งขันระดับนานาชาติและทัวร์นาเมนต์ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ

เกณฑ์พื้นฐานในการคัดเลือกผู้เล่น

ตามกฎของ IRL ผู้เล่นจะมีสิทธิ์เป็นตัวแทนของประเทศได้หากเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้:

  • เป็นประเทศที่ผู้เล่นเกิด
  • เป็นประเทศที่บิดาหรือมารดาคนใดคนหนึ่งเกิด
  • เป็นประเทศที่ปู่ย่าตายายคนใดคนหนึ่งเกิด
  • เป็นประเทศที่ผู้เล่นพำนักอาศัยติดต่อกันเป็นเวลา 60 เดือน (5 ปี) ก่อนหน้าการแข่งขัน

ทั้งนี้ การพิสูจน์สิทธิ์ผ่านบิดามารดาสามารถใช้ได้ทั้งกรณีบิดามารดาทางสายเลือดหรือบิดามารดาบุญธรรม

วิวัฒนาการของระบบการคัดเลือก

ระบบเดิม (ก่อนตุลาคม 2016)

ก่อนเดือนตุลาคม 2016 ผู้เล่นที่มีสิทธิ์เล่นให้หลายประเทศสามารถเลือกประเทศที่ต้องการเป็นตัวแทนได้ โดยการลงเล่นในแมตช์ระดับอาวุโสจะถือว่าเป็นการเลือกประเทศนั้นๆ ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนประเทศที่เลือกได้หนึ่งครั้งทุกๆ สองปี หรือเมื่อสิ้นสุดการแข่งขัน Rugby League World Cup ครั้งถัดไป (แล้วแต่ว่าเหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน) นอกจากนี้ ในขณะนั้น ระยะเวลาการพำนักอาศัยเพื่อสร้างสิทธิ์คือ 36 เดือน (3 ปี)

การปฏิรูปปี 2016 ระบบแบ่งระดับ (Tier System)

ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2016 IRL ได้นำระบบแบ่งระดับประเทศสมาชิกมาใช้ ดังนี้:

  • Tier 1: ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอังกฤษ (รวมถึง Great Britain)
  • Tier 2: สมาชิกเต็มรูปแบบอื่นๆ ของ IRL
  • Tier 3: สมาชิกสมทบและสมาชิกสังเกตการณ์ของ IRL

ภายใต้ระบบนี้ ผู้เล่นสามารถเลือกเป็นตัวแทนของประเทศใน Tier 1 หนึ่งประเทศ และประเทศใน Tier 2 หรือ 3 อีกหนึ่งประเทศได้ โดยสามารถสลับการเล่นระหว่างสองระดับนี้ได้โดยไม่มีระยะเวลารอคอย (กฎนี้ถูกปรับเปลี่ยนในเดือนกุมภาพันธ์ 2020) อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนประเทศใน Tier 2 หรือ 3 ได้หนึ่งครั้งทุกๆ 4 ปี และไม่สามารถเปลี่ยนประเทศใน Tier 1 ได้ (ยกเว้นการสลับระหว่างอังกฤษและ Great Britain) นอกจากนี้ เกณฑ์การพำนักอาศัยได้ถูกเพิ่มขึ้นเป็น 60 เดือน (5 ปี)

การปรับปรุงปี 2020 และการเปลี่ยนแปลงสำหรับผู้หญิงปี 2026

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 มีการปรับปรุงกฎให้ผู้เล่นสามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้เพียง หนึ่งประเทศต่อหนึ่งปีปฏิทิน และเพียงหนึ่งประเทศในทัวร์นาเมนต์ของ IRL (เช่น World Cup) การเลือกประเทศจะนับรวมถึงการถูกเลือกให้อยู่ในรายชื่อผู้เล่น 19 คนในวันแข่งขัน หรือรายชื่อสุดท้ายสำหรับทัวร์นาเมนต์ Rugby League Nines ส่วนการเล่นในระดับเยาวชน (เช่น รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี) หรือระดับนักศึกษา จะไม่ถือว่าเป็นการเลือกประเทศ

สำหรับเกมของผู้หญิง ระบบแบ่งระดับ (Tiering system) ถูกยกเลิกในเดือนมีนาคม 2026 ทำให้ผู้หญิงสามารถเล่นให้กับประเทศในกลุ่ม Tier 1 (ออสเตรเลีย, อังกฤษ, นิวซีแลนด์) ได้มากกว่าหนึ่งประเทศ แต่ยังคงข้อจำกัดในการเล่นให้เพียงประเทศเดียวต่อปี

กรณีพิพาทและเหตุการณ์สำคัญ

ประวัติศาสตร์ของ IRL มีกรณีการละเมิดกฎที่น่าสนใจ เช่น กรณี "Grannygate" ในปี 2006 เมื่อ Nathan Fien อ้างสิทธิ์ผ่านคุณย่าเพื่อเล่นให้นิวซีแลนด์ แต่ภายหลังพบว่าบรรพบุรุษที่เกิดในนิวซีแลนด์คือคุณทวด ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ในขณะนั้น ส่งผลให้เขาถูกแบนจากการแข่งขันที่เหลือ และนิวซีแลนด์ถูกริบแต้มจากการชนะ Great Britain

นอกจากนี้ยังมีกรณีของ Chris Morley ที่ถูกเปิดเผยในภายหลังว่าโกหกเกี่ยวกับต้นกำเนิดของคุณย่าเพื่อเล่นให้ทีมชาติเวลส์ถึง 13 นัด ระหว่างปี 1996 ถึง 2006 ซึ่งนำไปสู่การเข้มงวดในการตรวจสอบคุณสมบัติผู้เล่นก่อนการประกาศรายชื่อทีมในปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย

ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนทีมชาติได้บ่อยแค่ไหน?

ภายใต้ระบบปัจจุบัน ผู้เล่นสามารถเป็นตัวแทนของประเทศได้เพียงหนึ่งประเทศต่อหนึ่งปีปฏิทิน และหากเป็นประเทศใน Tier 2 หรือ 3 สามารถเปลี่ยนได้หนึ่งครั้งทุกๆ 4 ปี

การเล่นให้ทีมชาติชุดเยาวชนถือเป็นการเลือกประเทศ (Electing a nation) หรือไม่?

ไม่ การลงเล่นในระดับเยาวชน (เช่น Under-20s) หรือระดับนักศึกษา ไม่ถือว่าเป็นการเลือกประเทศที่จะเป็นตัวแทนในระดับอาวุโส

เกณฑ์การพำนักอาศัย (Residency) ปัจจุบันคือเท่าใด?

ปัจจุบันผู้เล่นต้องพำนักอาศัยในประเทศนั้นๆ ติดต่อกันเป็นเวลา 60 เดือน หรือ 5 ปี จึงจะมีสิทธิ์เป็นตัวแทนของประเทศนั้นได้