ภาวะการไม่มีศาสนาในฟินแลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- ในปี 2020 ประชากรฟินแลนด์ประมาณ 29.4% ระบุว่าตนเองไม่มีศาสนา
- กฎหมายเสรีภาพทางศาสนาปี 1922 อนุญาตให้พลเมืองฟินแลนด์ไม่สังกัดศาสนาใดๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย
- สหภาพผู้คิดเสรีแห่งฟินแลนด์ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดันการแยกศาสนจักรออกจากรัฐและส่งเสริมแนวคิดทางวิทยาศาสตร์
- การสมรสทางแพ่งในฟินแลนด์ได้รับการรับรองทางกฎหมายในปี 1917
ในประเทศฟินแลนด์ แนวโน้มการไม่มีศาสนา (Irreligion) มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Statistics Finland ในปี 2020 ระบุว่าประชากรประมาณ 29.4% หรือประมาณ 1,628,000 คน ระบุว่าตนเองไม่มีศาสนา นอกจากนี้ ผลสำรวจระดับนานาชาติ ISSP ในปี 2018 พบว่า 40% ของประชากรฟินแลนด์ไม่เชื่อในพระเจ้า ขณะที่ 34% เชื่อในพระเจ้า และอีก 26% ไม่แน่ใจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางความเชื่อที่สำคัญในสังคมฟินแลนด์ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
ประวัติศาสตร์และการเคลื่อนไหวทางความคิด
อิทธิพลของยุคเรืองปัญญา (Enlightenment) ในฟินแลนด์ส่งผลกระทบหลักต่อกลุ่มชนชั้นที่มีการศึกษา ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินเริ่มแพร่หลาย โดยมีบุคคลสำคัญอย่าง Wilhelm Bolin บรรณารักษ์มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ผู้เชี่ยวชาญด้านปรัชญาของสปิโนซา และเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการเผาศพในฟินแลนด์ รวมถึง Hjalmar Neiglick และ Edvard Westermarck ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากทฤษฎีวิวัฒนาการทางธรรมชาติวิทยาตั้งแต่ทศวรรษ 1880
ความพยายามในการสร้างเสรีภาพทางศาสนา
ในปี 1887 Viktor Heikel และพลเมืองอีก 50 คน พยายามก่อตั้งสมาคมเพื่อเสรีภาพและความอดทนทางศาสนา แต่ถูกปฏิเสธโดยสภาของคริสตจักรลูเธอรัน ต่อมาในปี 1889 หนังสือพิมพ์ Keski-Suomi ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับวิวัฒนาการ นำไปสู่การถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในสังคม โดยมีนักเขียนอย่าง Juhani Aho และ Minna Canth เข้ามามีส่วนร่วม นอกจากนี้ Canth และ A.B. Mäkelä ยังได้จัดทำนิตยสาร Vapaita Aatteita ('ความคิดเสรี') เพื่อนำเสนอทฤษฎีวิวัฒนาการ แต่ถูกระงับการตีพิมพ์เนื่องจากการเซ็นเซอร์ของรัฐ
บทบาทของขบวนการแรงงานและลัทธิมาร์กซิสต์
เมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 20 ขบวนการแรงงานในฟินแลนด์เริ่มนำแนวคิดอเทวนิยมแบบมาร์กซิสต์ (Marxist atheism) มาใช้เพื่อท้าทายคริสตจักรแห่งรัฐ โดยในโปรแกรม Forssa ปี 1903 ของพรรคสังคมประชาธิปไตยฟินแลนด์ ได้เสนอให้ศาสนาเป็นเรื่องส่วนบุคคล ให้แยกศาสนจักรออกจากรัฐ และยกเลิกการศึกษาทางศาสนาในโรงเรียน
สมาคมโปรมีธีอุสและกฎหมายเสรีภาพทางศาสนา
ในปี 1905 สมาคมโปรมีธีอุส (Prometheus Society) ถูกก่อตั้งขึ้นที่มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพทางความคิด โดยมีสมาชิกเป็นปัญญาชนและนักวิชาการจำนวนมาก สมาคมนี้เรียกร้องให้มีการยอมรับการสมรสทางแพ่ง ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นกฎหมายในปี 1917
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 1922 เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายเสรีภาพทางศาสนา (Freedom of Religion Act) ซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 1923 กฎหมายฉบับนี้อนุญาตให้พลเมืองเลือกที่จะไม่สังกัดชุมชนทางศาสนาใดๆ และให้สิทธิพลเมืองอย่างเต็มที่แก่ผู้เป็นอเทวนิยม ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มลาออกจากคริสตจักร
การจัดตั้งทะเบียนราษฎร์ทางแพ่งและสหภาพผู้คิดเสรี
เนื่องจากความไม่พอใจในข้อจำกัดของกฎหมายเสรีภาพทางศาสนา กลุ่มผู้คิดเสรีจึงเริ่มจัดตั้งองค์กรทะเบียนราษฎร์ทางแพ่ง (Civil register organisations) ในช่วงปลายทศวรรษ 1920 เพื่อจัดการเรื่องการจดทะเบียนและสุสานสำหรับผู้ไม่มีศาสนา
ในปี 1937 ได้มีการก่อตั้งสหภาพสมาคมทะเบียนราษฎร์ทางแพ่ง ซึ่งต่อมาในปี 1945 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น สหภาพผู้คิดเสรีแห่งฟินแลนด์ (Union of Freethinkers of Finland) หรือ Vapaa-ajattelijain liitto สหภาพนี้มีเป้าหมายหลักคือการแยกศาสนจักรออกจากรัฐ และส่งเสริมความเข้าใจโลกตามหลักวิทยาศาสตร์
ปัจจุบันสหภาพผู้คิดเสรีแห่งฟินแลนด์มีสมาชิกประมาณ 1,500 คน โดยทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางในการคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้ไม่มีศาสนา รวมถึงส่งเสริมการวิพากษ์วิจารณ์ศาสนาและเสรีภาพทางความคิดในสังคมฟินแลนด์
คำถามที่พบบ่อย
สถิติผู้ไม่มีศาสนาในฟินแลนด์เป็นอย่างไร?
จากข้อมูลปี 2020 พบว่ามีผู้ไม่มีศาสนาประมาณ 29.4% ของประชากร หรือประมาณ 1.6 ล้านคน และผลสำรวจปี 2018 ระบุว่า 40% ของประชากรไม่เชื่อในพระเจ้า
กฎหมายเสรีภาพทางศาสนาปี 1922 มีความสำคัญอย่างไร?
เป็นกฎหมายที่อนุญาตให้พลเมืองฟินแลนด์สามารถเลือกที่จะไม่สังกัดชุมชนทางศาสนาใดๆ ได้ และให้สิทธิพลเมืองแก่ผู้ที่เป็นอเทวนิยม
สหภาพผู้คิดเสรีแห่งฟินแลนด์คืออะไร?
เป็นองค์กรที่ส่งเสริมเสรีภาพทางความคิด การแยกศาสนจักรออกจากรัฐ และการใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์ในการอธิบายความจริงของโลก แทนที่ความเชื่อทางศาสนา

