ความสัมพันธ์ระหว่างอิตาลีและปากีสถาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม
สรุปใจความสำคัญ
- อิตาลีมอบเงิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ปากีสถานภายใต้ข้อตกลงการแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการพัฒนาเพื่อใช้ในด้านสาธารณสุข การศึกษา และสุขาภิบาล
- มีชาวปากีสถานอาศัยอยู่ในอิตาลีมากกว่า 150,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในเมืองมิลานและเบรสเซีย
- SATHA (South Asia Triple Helix Association) มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และรัฐบาล
ความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐอิตาลีและสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานเป็นความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มีความราบรื่นและแน่นแฟ้น โดยทั้งสองประเทศมีความร่วมมือกันในหลายด้าน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การลงทุน การศึกษา และนวัตกรรม

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการลงทุน
อิตาลีเป็นผู้ลงทุนรายสำคัญในปากีสถาน โดยมีการสนับสนุนทางการเงินผ่านโครงการต่างๆ เช่น ข้อตกลงการแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการพัฒนา (Pakistan Italian Debt for Development Swap Agreement) ซึ่งอิตาลีได้มอบเงินจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในโครงการพัฒนาสังคมด้านสาธารณสุข การศึกษา และสุขาภิบาลในปากีสถาน
นอกจากนี้ รัฐบาลอิตาลียังตกลงที่จะจัดสรรวงเงินสินเชื่อจำนวน 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับนักลงทุนชาวอิตาลีที่ประสงค์จะเข้ามาลงทุนในปากีสถาน และอิตาลียังให้การสนับสนุนปากีสถานในการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างปากีสถานและสหภาพยุโรป (EU) อีกด้วย
ความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม
ปัจจุบันมีชาวปากีสถานอาศัยอยู่ในอิตาลีมากกว่า 150,000 คน โดยส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเมืองมิลานและเบรสเซีย และส่วนใหญ่มาจากจังหวัดปัญจาบของปากีสถาน
ในด้านการทูต ทั้งสองประเทศมีการจัดตั้งสถานทูตและสถานกงสุลเพื่ออำนวยความสะดวก ดังนี้:
- ปากีสถาน: มีสถานทูตในกรุงโรม และสถานกงสุลใหญ่ในเมืองมิลาน
- อิตาลี: มีสถานทูตในกรุงอิสลามาบัด สถานกงสุลใหญ่ในเมืองการาจี และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในเมืองลาฮอร์
นอกจากนี้ ทั้งสองประเทศยังมีความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ โดยได้ร่วมกันก่อตั้งการประชุมนานาชาติด้านดาราศาสตร์ฟิสิกส์และสัมพัทธภาพ (International Conference on Astrophysics and Relativity) ในปี 2011
สมาคม Triple Helix และนวัตกรรม
Triple Helix Association (THA)
โมเดลนวัตกรรม Triple Helix ซึ่งริเริ่มโดย Henry Etzkowitz และ Loet Leydesdorff เป็นแนวคิดที่วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่าง มหาวิทยาลัย อุตสาหกรรม และรัฐบาล เพื่อส่งเสริมการวิจัย นวัตกรรม และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยสมาคม Triple Helix Association ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2009 และมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงโรม ประเทศอิตาลี
THA South Asian Chapter (SATHA)
ผลจากการหารือในการประชุม THA ที่เมืองทอมสค์ ประเทศรัสเซีย เมื่อเดือนกันยายน 2014 ได้นำไปสู่การก่อตั้ง South Asia Triple Helix Association (SATHA) ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยี (University of Management and Technology) ในเมืองลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน
SATHA มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นการวิจัย นวัตกรรม และความสามารถในการแข่งขันในภูมิภาคเอเชียใต้ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านประชากรและความยากจน โดยการสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ความรู้
รางวัล SATHA Innovation Award
เพื่อเป็นการส่งเสริมเหล่านักนวัตกรรมชาวปากีสถาน SATHA ได้จัดตั้งรางวัล SATHA Innovation Award เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นและมีผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตมนุษย์ โดยมีการจัดโปรแกรมมอบรางวัลแยกตามเมืองหลวงของจังหวัดต่างๆ ได้แก่ ปัญจาบ, สินธ์, ไคเบอร์ปัคตูนควา และบาลูจิสถาน
ความร่วมมือในช่วงวิกฤตโควิด-19
ในเดือนมีนาคม 2020 กระทรวงการต่างประเทศของอิตาลีรายงานว่า ปากีสถานได้ส่งยาคลอโรควิน (Chloroquine) จำนวน 500,000 เม็ด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศอิตาลี ซึ่งสะท้อนถึงมิตรภาพและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามวิกฤต
เมืองพี่เมืองน้อง (Twin Cities)
ปากีสถานและอิตาลีมีเมืองที่เป็นเมืองพี่เมืองน้องต่อกันหลายแห่ง ตัวอย่างเช่น:
- เมืองมุลตาน (Multan) และ กรุงโรม (Rome)
- เมืองสการ์ดู (Skardu) และ เมืองคอร์ตินา (Cortina)
คำถามที่พบบ่อย
อิตาลีสนับสนุนด้านเศรษฐกิจแก่ปากีสถานอย่างไรบ้าง?
อิตาลีให้การสนับสนุนผ่านข้อตกลงการแลกเปลี่ยนหนี้เพื่อการพัฒนาจำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และจัดสรรวงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับนักลงทุนชาวอิตาลีที่ต้องการลงทุนในปากีสถาน
SATHA คืออะไรและมีบทบาทอย่างไร?
SATHA หรือ South Asia Triple Helix Association เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรม และรัฐบาล เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียใต้
ปากีสถานช่วยเหลืออิตาลีในช่วงการระบาดของโควิด-19 อย่างไร?
ในเดือนมีนาคม 2020 ปากีสถานได้ส่งยาคลอโรควินจำนวน 500,000 เม็ด เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศอิตาลี
