← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 3 รัฐบุรุษและนักการทูตผู้ทรงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกา

สรุปใจความสำคัญ

  • ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ
  • มีบทบาทสำคัญในการจัดการนโยบายต่างประเทศช่วงสิ้นสุดสงครามเย็นและการล่มสลายของสหภาพโซเวียต
  • เป็นผู้อยู่เบื้องหลังข้อตกลง Plaza Accord และ Baker Plan ในด้านเศรษฐกิจโลก
  • เป็นหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวภายใต้ประธานาธิบดีสองท่าน คือ โรนัลด์ เรแกน และ จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช

เจมส์ แอดดิสัน เบเกอร์ ที่ 3 (James Addison Baker III เกิด 28 เมษายน ค.ศ. 1930) เป็นรัฐบุรุษ นักกฎหมาย นักการทูต และอดีตนายทหารนาวิกโยธินของสหรัฐอเมริกา สมาชิกพรรครีพับลิกันผู้มีบทบาทสำคัญในตำแหน่งบริหารระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ หลายสมัย โดยเคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว (White House Chief of Staff) และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (Secretary of the Treasury) ภายใต้ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน รวมถึงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (Secretary of State) และกลับมาเป็นหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวอีกครั้งภายใต้ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช

ภาพพอร์ตเทรตของ เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 3
เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 3 นักการทูตและรัฐบุรุษผู้มีบทบาทสำคัญในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

ประวัติช่วงต้นและการศึกษา

เบเกอร์เกิดที่เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส เป็นบุตรของ เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 2 หุ้นส่วนของสำนักงานกฎหมาย Baker Botts ซึ่งก่อตั้งโดยทวดของเขาในปี ค.ศ. 1871 บิดาของเขาเป็นผู้ที่มีระเบียบวินัยเคร่งครัดและมักใช้คำสอนที่เบเกอร์นำมาใช้ตลอดชีวิตการทำงานคือ "Five Ps": "prior preparation prevents poor performance" (การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยป้องกันผลงานที่ย่ำแย่)

ด้านการศึกษา เบเกอร์เข้าเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหาร Hill School ในรัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) โดยสำเร็จการศึกษาด้านประวัติศาสตร์ในปี ค.ศ. 1952 ในช่วงเวลานี้เขาได้เข้าร่วมโปรแกรมฝึกอบรมนายทหารนาวิกโยธินสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเกณฑ์ทหารก่อนเรียนจบ และรับราชการในกองทัพนาวิกโยธินตั้งแต่ปี ค.ศ. 1952 ถึง 1954 หลังจากนั้นเขาได้สำเร็จการศึกษาด้านกฎหมายจาก University of Texas School of Law และเริ่มต้นอาชีพในฐานะนักกฎหมาย

บทบาททางการเมืองและการบริหาร

เบเกอร์มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการแคมเปญเลือกตั้งหลายครั้ง แม้ว่าเขาจะเคยล้มเหลวในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นอัยการสูงสุดของรัฐเท็กซัสในปี ค.ศ. 1978 แต่เขากลับประสบความสำเร็จอย่างสูงในตำแหน่งที่มาจากการแต่งตั้ง

การทำงานภายใต้ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน

ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แต่งตั้งให้เบเกอร์ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวจนถึงปี ค.ศ. 1985 จากนั้นเขาได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งในตำแหน่งนี้เขาได้ผลักดันข้อตกลงสำคัญอย่าง Plaza Accord และ Baker Plan เพื่อจัดการกับปัญหาเศรษฐกิจระดับโลก

การทำงานภายใต้ประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช

หลังจากช่วยให้จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1988 เบเกอร์ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เขาเป็นผู้วางรากฐานนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงรอยต่อสำคัญของประวัติศาสตร์โลก ได้แก่ การสิ้นสุดของสงครามเย็น การล่มสลายของสหภาพโซเวียต และการบริหารจัดการวิกฤตการณ์ในสงครามอ่าวเปอร์เซีย

ต่อมาในปี ค.ศ. 1992 ถึง 1993 เบเกอร์กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาวอีกครั้งเพื่อช่วยให้บุชพยายามชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง

บทบาทหลังพ้นตำแหน่งทางการเมือง

หลังปี ค.ศ. 1992 เบเกอร์ยังคงมีบทบาทในกิจการสาธารณะและธุรกิจ โดยเคยเป็นทูตของสหประชาชาติประจำเวสเทิร์นสะฮารา และเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท Enron นอกจากนี้ ในช่วงการนับคะแนนใหม่ที่รัฐฟลอริดาในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี ค.ศ. 2000 เขาได้นำทีมกฎหมายของจอร์จ ดับเบิลยู. บุช

ในปี ค.ศ. 2006 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นประธานร่วมของคณะทำงานศึกษาเรื่องอิรัก (Iraq Study Group) เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนวทางแก้ไขสงครามในอิรัก นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมใน World Justice Project และ Climate Leadership Council โดยที่มหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ได้ก่อตั้งสถาบันนโยบายสาธารณะ James A. Baker III Institute for Public Policy เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา

สถานะปัจจุบัน

ภายหลังการเสียชีวิตของเฮนรี คิสซิงเจอร์ ในปี ค.ศ. 2023 เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 3 กลายเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่มีอายุมากที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ และเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนสุดท้ายที่ดำรงตำแหน่งในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ยังมีชีวิตอยู่

คำถามที่พบบ่อย

เจมส์ เอ. เบเกอร์ ที่ 3 มีบทบาทสำคัญอย่างไรในช่วงสงครามเย็น?

เขาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และช่วยกำกับดูแลนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ในช่วงที่สงครามเย็นสิ้นสุดลงและการล่มสลายของสหภาพโซเวียต

ข้อตกลง Plaza Accord คืออะไรและเบเกอร์มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร?

Plaza Accord เป็นข้อตกลงทางการเงินระดับนานาชาติที่เบเกอร์ผลักดันในขณะที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อปรับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐให้ลดลงเมื่อเทียบกับเงินเยนและเงินมาร์กเยอรมัน

เบเกอร์มีความสัมพันธ์อย่างไรกับประธานาธิบดีจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช?

เขาเป็นเพื่อนสนิทและที่ปรึกษาคนสำคัญ โดยช่วยบริหารจัดการแคมเปญเลือกตั้งและดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาลของบุชทั้งในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและหัวหน้าคณะทำงานทำเนียบขาว