เจมส์ บราวน์ นักการเมืองแรงงานชาวสกอตแลนด์
สรุปใจความสำคัญ
- เริ่มทำงานในเหมืองแร่ตั้งแต่อายุ 12 ปี ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำสหภาพแรงงานเหมืองแร่
- ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) เขตเซาท์แอร์เชียร์ สองช่วงเวลาคือ 1918–1931 และ 1935–1939
- ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา (Privy Counsellor)
- เป็นที่รู้จักในชื่อ "ราชาผู้ไร้มงกุฎแห่งแอนแบงก์" เนื่องจากความผูกพันกับชุมชนบ้านเกิด
เจมส์ บราวน์ (James Brown, OBE, DL; 16 ธันวาคม 1862 – 21 มีนาคม 1939) เป็นนักการเมืองชาวสกอตแลนด์ สังกัดพรรคแรงงาน (Labour Party) ผู้มีเส้นทางชีวิตที่โดดเด่นจากการเป็นคนงานเหมืองแร่สู่การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและบุคคลสำคัญในระดับประเทศ
ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา
บราวน์เกิดในพื้นที่วิทเล็ตส์ (Whitletts) ของเมืองแอร์ (Ayr) เป็นบุตรของเจมส์ บราวน์ และคริสตินา โอฮารา โดยในขณะนั้นวิทเล็ตส์ยังเป็นหมู่บ้านทำเหมืองที่แยกตัวจากเมืองแอร์ บราวน์มีเชื้อสายผสมระหว่างสกอตแลนด์และไอร์แลนด์ทั้งสองฝ่ายของครอบครัว เขาใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในแอนแบงก์ (Annbank) และเข้ารับการศึกษาที่นั่น ต่อมาในปี 1888 เขาได้สมรสกับแคทเธอรีน "เคที" แมคเกรเกอร์ สตีล และมีบุตรด้วยกัน 5 คน
เส้นทางการทำงานและการเมือง
บราวน์เริ่มทำงานในเหมืองแร่ตั้งแต่อายุ 12 ปี ซึ่งประสบการณ์นี้ทำให้เขากลายเป็นผู้นำแรงงานในเวลาต่อมา โดยดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหภาพแรงงานเหมืองแร่แอร์เชียร์ (Ayrshire Miners' Union) และเลขาธิการสหภาพแรงงานคนงานเหมืองแห่งสกอตแลนด์ (National Union of Scottish Mineworkers) ซึ่งเป็นองค์กรในเครือระดับชาติ
บทบาทในสภาผู้แทนราษฎร
หลังจากพยายามลงสมัครรับเลือกตั้งในเขตนอร์ทแอร์เชียร์ (North Ayrshire) ในปี 1910 แต่ไม่สำเร็จ บราวน์สามารถได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) เขตเซาท์แอร์เชียร์ (South Ayrshire) ในช่วงปี 1918–1931 และกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งตั้งแต่ปี 1935 จนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1939
เกียรติยศและตำแหน่งสำคัญ
- ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ OBE ในปี 1917
- ได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา (Privy Counsellor) ในปี 1930
- ดำรงตำแหน่งข้าหลวงใหญ่ (Lord High Commissioner) ประจำสมัชชาใหญ่ของคริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ (Church of Scotland) ถึง 3 ครั้ง ในปี 1924, 1930 และ 1931
- ได้รับเกียรติยศ Freedom of the Royal Burgh จากเมืองแอร์ (1930) และเมืองเกอร์แวน (1931)
- ได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์ (Honorary LLD) จากมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ในปี 1931
- ดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าการจังหวัดแอร์เชียร์ (Deputy Lieutenant of Ayrshire)
บทบาททางสังคมและทัศนะทางการเมือง
บราวน์มีส่วนร่วมในคณะกรรมการอนุสรณ์สถานสงครามแห่งชาติสกอตแลนด์ (Scottish National War Memorial) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1918 เพื่อสร้างอนุสรณ์สถานสงครามโลกครั้งที่ 1 ณ ปราสาทเอดินบะระ โดยตัวเขาเองก็สูญเสียบุตรชายหนึ่งคนในสงครามครั้งนี้ นอกจากนี้เขายังเป็นผู้เปิดอนุสรณ์สถานสงครามในท้องถิ่นที่ทาร์โบลตัน (Tarbolton)
ในด้านทัศนะทางการเมือง บราวน์เคยวิพากษ์วิจารณ์ภาพวาด Parliamentary Union of England and Scotland, 1707 ของวอลเตอร์ โทมัส มอนนิงตัน ที่ติดตั้งในพระราชวังเวสต์มินสเตอร์ โดยเขามองว่าภาพดังกล่าวไม่สะท้อนความจริงทางประวัติศาสตร์และเป็นสิ่งที่น่าอับอาย
ชีวิตส่วนตัวและบั้นปลาย
เรื่องราวชีวิตของเขาถูกถ่ายทอดในหนังสือชีวประวัติชื่อ "From Pit To Palace" โดยอเล็กซานเดอร์ แกมมี่ ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1931 บราวน์เป็นที่รักในชุมชนแอนแบงก์จนได้รับฉายาอย่างไม่เป็นทางการว่า "ราชาผู้ไร้มงกุฎแห่งแอนแบงก์" (Uncrowned King of Annbank)
แม้จะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานและมีรายได้สูง แต่บราวน์และภรรยายังคงอาศัยอยู่ในกระท่อมคนงานเหมืองขนาดสองห้องในแอนแบงก์จนกระทั่งกระท่อมหลังดังกล่าวถูกรื้อถอนโดยสภาเทศบาลเมืองแอร์ในต้นทศวรรษ 1930
เจมส์ บราวน์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 1939 ณ สถานพักฟื้นในเมืองแอร์ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวในวัย 76 ปี โดยมีบุตรอยู่เคียงข้างในวาระสุดท้าย ซึ่งพระเจ้าจอร์จที่ 6 ได้ทรงส่งโทรเลขส่วนพระองค์เพื่อแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของเขา

คำถามที่พบบ่อย
เจมส์ บราวน์ มีบทบาทสำคัญอย่างไรในด้านแรงงาน?
เขาเริ่มต้นจากการเป็นคนงานเหมืองตั้งแต่อายุ 12 ปี และก้าวขึ้นเป็นเลขาธิการของสหภาพแรงงานเหมืองแร่แอร์เชียร์และสหภาพแรงงานคนงานเหมืองแห่งสกอตแลนด์
เจมส์ บราวน์ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใดบ้าง?
เขาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (MP) ของเขตเซาท์แอร์เชียร์ในช่วงปี 1918–1931 และ 1935–1939 และยังได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาที่ปรึกษา (Privy Counsellor)
ทำไมเขาถึงได้รับฉายาว่า "ราชาผู้ไร้มงกุฎแห่งแอนแบงก์"?
เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงแต่ยังคงใช้ชีวิตอย่างสมถะและมีความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับชุมชนบ้านเกิดในแอนแบงก์
เจมส์ บราวน์ มีความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญท่านอื่นอย่างไร?
เขาเป็นลุงทวดของเดวิด สตีล ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรคนแรกของรัฐสภาสกอตแลนด์
