← กลับไปยังบทความทั้งหมด

เยอร์ซี ซูบรีซกี บิดาแห่งพหุวัฒนธรรมนิยมในออสเตรเลีย

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักสังคมวิทยาชาวโปแลนด์-ออสเตรเลีย ผู้ได้รับฉายาว่า 'บิดาแห่งพหุวัฒนธรรมนิยมในออสเตรเลีย'
  • มีบทบาทสำคัญในการเป็นประธานสภากิจการชาติพันธุ์แห่งออสเตรเลีย (1977–1981)
  • ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสูงทั้งจากสหราชอาณาจักร (CBE, MBE) และออสเตรเลีย (AO)
  • เป็นประธานคนแรกของสถาบันกิจการโปแลนด์ในออสเตรเลีย (AIPA)

เยอร์ซี ซูบรีซกี (Jerzy "George" B. Zubrzycki) เกิดเมื่อวันที่ 12 มกราคม ค.ศ. 1920 และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2009 เป็นนักสังคมวิทยาชาวโปแลนด์ที่ย้ายมาพำนักในออสเตรเลีย เขาได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะ "บิดาแห่งพหุวัฒนธรรมนิยมในออสเตรเลีย" (Father of Australian Multiculturalism) เนื่องจากบทบาทสำคัญในการผลักดันและวางรากฐานทางความคิดด้านการยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ในสังคมออสเตรเลีย

ประวัติและการศึกษา

ซูบรีซกีเกิดที่เมืองกรากุฟ ประเทศโปแลนด์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เขาได้หลบหนีจากการปกครองของนาซีและเข้าร่วมกับกองกำลังโปแลนด์เสรี (Free Polish forces) ในสหราชอาณาจักร ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Member of the Order of the British Empire (MBE) สาขาทหาร จากรัฐบาลสหราชอาณาจักร

บทบาททางวิชาการและนโยบายสาธารณะ

ในปี ค.ศ. 1956 ซูบรีซกีได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University - ANU) ในกรุงแคนเบอร์รา ซึ่งเขาได้ปฏิบัติงานทางวิชาการที่นี่จนตลอดชีวิต

ซูบรีซกีมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ โดยดำรงตำแหน่งประธานสภากิจการชาติพันธุ์แห่งออสเตรเลีย (Australian Ethnic Affairs Council) ระหว่างปี ค.ศ. 1977–1981 และเป็นสมาชิกสภาของสถาบันพหุวัฒนธรรมนิยม (Institute of Multicultural Affairs) ระหว่างปี ค.ศ. 1980–1986 นอกจากนี้ เขายังเป็นสมาชิกสภาชั่วคราวของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติออสเตรเลีย (National Museum of Australia) อีกด้วย

ในช่วงรัฐบาลของมัลคอล์ม เฟรเซอร์ (Malcolm Fraser) ซูบรีซกีได้เดินทางไปทั่วประเทศเพื่อช่วยอธิบายและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายพหุวัฒนธรรมนิยม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผ่านจากการเน้นการกลืนกลายทางวัฒนธรรม (Assimilation) ไปสู่การยอมรับความหลากหลายทางวัฒนธรรมในฐานะจุดแข็งของชาติ

ผลงานและองค์กรทางสังคม

ซูบรีซกีเป็นประธานคนแรกของสถาบันกิจการโปแลนด์ในออสเตรเลีย (Australian Institute of Polish Affairs - AIPA) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรและคลังสมองที่มุ่งเน้นการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับประเทศโปแลนด์ในออสเตรเลีย และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโปแลนด์และออสเตรเลียในมิติต่างๆ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม และสังคม

ในระดับสากล เขาได้รับเกียรติให้เป็นสมาชิกของสถาบันสังคมศาสตร์แห่งสันตะปาปา (Pontifical Academy of Social Sciences) และได้รับรางวัลเกียรติยศจากทั้งประเทศโปแลนด์และสหรัฐอเมริกา

เกียรติยศและการยอมรับ

ซูบรีซกีได้รับเลือกให้เป็นสมาชิก (Fellow) ของสถาบันสังคมศาสตร์แห่งออสเตรเลีย (Academy of the Social Sciences in Australia) ในปี ค.ศ. 1967 สำหรับผลงานโดดเด่นในการส่งเสริมพหุวัฒนธรรมนิยม เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Commander of the Order of the British Empire (CBE) ในปี ค.ศ. 1978 และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Officer of the Order of Australia (AO) ในปี ค.ศ. 1984

มรดกทางความคิด

หลังการเสียชีวิตของเขาในปี ค.ศ. 2009 ได้มีการตีพิมพ์ชีวประวัติของเขาในชื่อ The Promise of Diversity เขียนโดย John B H Williams และ John Bond ในปี ค.ศ. 2013 ซึ่งหนังสือเล่มนี้ได้รับการเปิดตัวโดยอดีตนายกรัฐมนตรีมัลคอล์ม เฟรเซอร์ และต่อมาได้รับการแปลเป็นภาษาโปแลนด์และตีพิมพ์ในกรุงวอร์ซอในปี ค.ศ. 2016

คำถามที่พบบ่อย

เยอร์ซี ซูบรีซกี คือใคร?

เยอร์ซี ซูบรีซกี เป็นนักสังคมวิทยาชาวโปแลนด์ที่ย้ายมาอยู่ออสเตรเลีย และได้รับการยกย่องว่าเป็น 'บิดาแห่งพหุวัฒนธรรมนิยมในออสเตรเลีย' จากบทบาทในการวางรากฐานนโยบายการยอมรับความหลากหลายทางชาติพันธุ์

บทบาทสำคัญของซูบรีซกีในออสเตรเลียมีอะไรบ้าง?

เขาดำรงตำแหน่งประธานสภากิจการชาติพันธุ์แห่งออสเตรเลีย และทำงานร่วมกับรัฐบาลของมัลคอล์ม เฟรเซอร์ เพื่อส่งเสริมและอธิบายแนวคิดพหุวัฒนธรรมนิยมให้เป็นนโยบายระดับชาติ

ซูบรีซกีได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ใดบ้าง?

เขาได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Officer of the Order of Australia (AO), Commander of the Order of the British Empire (CBE) และ Member of the Order of the British Empire (MBE) สาขาทหาร

หนังสือชีวประวัติของเขาชื่อว่าอะไร?

หนังสือชีวประวัติของเขาชื่อว่า 'The Promise of Diversity' ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2013 โดย John B H Williams และ John Bond