Jesús Hernández Tomás รัฐมนตรีของสตาลินและผู้นำคอมมิวนิสต์สเปน
สรุปใจความสำคัญ
- Jesús Hernández Tomás เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและสาธารณสุขในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน
- เขาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ในแคว้นบิสไกย์และเคยศึกษาที่โรงเรียนเลนินนิสต์ในมอสโก
- เขาถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์สเปน (PCE) ในปี 1944 และตีพิมพ์หนังสือเปิดโปงสตาลินในปี 1953
- เขาถูกลบชื่อออกจากประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์สเปนในปี 1960
Jesús Hernández Tomás (1907 – 11 มกราคม 1971) เป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ชาวสเปนที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน (1936–1939) เขาเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและวิจิตรศิลป์ และต่อมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและสาธารณสุข โดยมีเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ทางการเมือง การก้าวขึ้นสู่อำนาจ และการถูกขับออกจากพรรคในที่สุด

จุดเริ่มต้นและเส้นทางสู่การเป็นผู้นำ
Hernández เกิดที่เมืองมูร์เซียในปี 1907 และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์ในแคว้นบิสไกย์ เขาเริ่มมีบทบาททางการเมืองตั้งแต่เนิ่นๆ โดยในปี 1922 เขาเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยรักษาความปลอดภัยของ Óscar Pérez Solís เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์สเปน (PCE) และเคยมีส่วนร่วมในการโจมตี Indalecio Prieto นักการเมืองสายสังคมนิยม
ในช่วงปี 1927 เขาเป็นสมาชิกคณะกรรมการกลางของเยาวชนคอมมิวนิสต์ และถูกจับกุมในปี 1929 ก่อนจะถูกปล่อยตัวในปีต่อมา ในปี 1931 เขาเดินทางไปยังสหภาพโซเวียตเพื่อศึกษาที่โรงเรียนเลนินนิสต์ในมอสโก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์กับผู้นำคอมมิวนิสต์ระดับโลก
เมื่อพรรคคอมมิวนิสต์สเปน (PCE) เปลี่ยนทิศทางนโยบายในปี 1932 โดยเปลี่ยนจากสโลแกน "Workers' and Peasants' Government" เป็น "Defense of the Republic" Hernández ได้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำรุ่นใหม่ของพรรค และได้รับมอบหมายให้ดูแลงานด้านการโฆษณาชวนเชื่อ (agitprop) และเป็นบรรณาธิการวารสาร Mundo Obrero (โลกของคนงาน)
บทบาทในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน
Hernández ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกอร์โดบาในปี 1936 และเมื่อสงครามกลางเมืองปะทุขึ้น เขาได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่าในขณะนั้นสเปนไม่สามารถพูดถึงการปฏิวัติชนชั้นกรรมาชีพได้ แต่ควรเน้นการป้องกันสาธารณรัฐ
ประธานาธิบดี Francisco Largo Caballero แต่งตั้งเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและวิจิตรศิลป์ในวันที่ 4 กันยายน 1936 ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 1937 เกิดความขัดแย้งรุนแรงในบาร์เซโลนา ซึ่งนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาล Largo Caballero โดย Hernández และ Vicente Uribe ได้กดดันให้มีการสั่งห้ามพรรค POUM และจับกุมผู้นำพรรคในข้อหาเป็น "ฟาสซิสต์"
ภายใต้รัฐบาลของ Juan Negrín เขาได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการศึกษาและสาธารณสุข โดยเขาได้ผลักดันการปฏิรูปการศึกษาให้เป็นหน้าที่ทางสังคม และดำเนินแคมเปญโจมตี Indalecio Prieto รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งชาติ จน Prieto ต้องออกจากตำแหน่งในปี 1938
การเนรเทศและการแตกหักกับสตาลิน
หลังจากรัฐบาลสาธารณรัฐพ่ายแพ้ในปี 1939 Hernández ต้องลี้ภัยไปยังเมืองโอรัน มอสโก และสุดท้ายคือเม็กซิโก เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารของคอมมิวนิสต์สากล (Comintern) แต่ความสัมพันธ์กับพรรคเริ่มสั่นคลอนหลังการเสียชีวิตของ José Díaz ในปี 1942
ในปี 1944 เขาถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์สเปน (PCE) เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อผู้นำพรรค ในปี 1953 เขาได้ตีพิมพ์หนังสือชื่อ Yo fui ministro de Stalin (ฉันเคยเป็นรัฐมนตรีของสตาลิน) ซึ่งเปิดเผยความโหดร้ายของการแทรกแซงโดยสตาลินในสงครามกลางเมืองสเปน รวมถึงการทรมานและสังหาร Andrés Nin
Hernández พยายามก่อตั้งพรรคคอมมิวนิสต์อิสระในบูคาเรสต์ในปี 1953 ซึ่งมีแนวทางสนับสนุนยูโกสลาเวีย แต่หลังจากพรรคดังกล่าวล่มสลาย เขาก็หันหลังให้กับการเมืองและใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายในเม็กซิโกจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 1971
บทสรุปของชีวิต
ชื่อของ Jesús Hernández Tomás ถูกลบออกจากประวัติศาสตร์อย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์สเปน (PCE) ในปี 1960 และแม้แต่ Dolores Ibárruri (La Pasionaria) จะกล่าวถึงเขาในบันทึกความทรงจำว่า "รัฐมนตรีคอมมิวนิสต์อีกคนหนึ่ง" โดยไม่ระบุชื่อของเขาเลย
คำถามที่พบบ่อย
Jesús Hernández Tomás คือใคร?
เขาเป็นผู้นำคอมมิวนิสต์ชาวสเปนที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในช่วงสงครามกลางเมืองสเปน และต่อมาถูกขับออกจากพรรคหลังจากวิพากษ์วิจารณ์สตาลิน
หนังสือ 'Yo fui ministro de Stalin' มีความสำคัญอย่างไร?
หนังสือเล่มนี้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการแทรกินของสหภาพโซเวียตและสตาลินในรัฐบาลสาธารณรัฐสเปน รวมถึงการกำจัดศัตรูทางการเมืองภายในฝ่ายเดียวกัน
ทำไมเขาถึงถูกขับออกจากพรรคคอมมิวนิสต์สเปน?
เขาถูกขับออกจากพรรคเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดีต่อผู้นำพรรค และต่อมาได้เขียนหนังสือวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของสตาลินในสงครามกลางเมืองสเปน


