← กลับไปยังบทความทั้งหมด

โจ แมคกินนิส นักเขียนและนักข่าวสืบสวนสอบสวนผู้ทรงอิทธิพล

สรุปใจความสำคัญ

  • เป็นนักเขียนที่อายุน้อยที่สุดที่ติดอันดับ New York York Times Best Seller จากหนังสือ The Selling of the President 1968
  • สร้างชื่อเสียงระดับโลกจากหนังสือแนวอาชญากรรมจริง (True Crime) โดยเฉพาะเรื่อง Fatal Vision
  • เคยเป็นอาจารย์สอนการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่วิทยาลัยเบนนิงตัน โดยมีลูกศิษย์เป็นนักเขียนชื่อดังหลายคน

โจ แมคกินนิส (Joseph Ralph McGinniss Sr. เกิด 9 ธันวาคม 1942 – เสียชีวิต 10 มีนาคม 2014) เป็นนักเขียนสารคดีและนักเขียนนวนิยายชาวอเมริกันผู้มีชื่อเสียงโด่งดังจากการเขียนหนังสือที่ตีแผ่ความจริงในแวดวงการเมืองและคดีอาชญากรรมที่สั่นสะเทือนขวัญ โดยเขามีผลงานหนังสือรวมทั้งสิ้น 12 เล่ม

Joe McGinniss in 1969
โจ แมคกินนิส ในปี 1969

ชีวิตช่วงต้นและการศึกษา

แมคกินนิสเกิดในแมนแฮตตัน เป็นบุตรชายคนเดียวของโจเซฟ เอ. แมคกินนิส ตัวแทนการท่องเที่ยว และแมรี่ เลขานุการที่ CBS เขาเติบโตในฟอเรสต์ฮิลส์ ควีนส์ และไรย์ รัฐนิวยอร์ก ในวัยเยาว์เขาเลือกชื่อกลางว่า Ralph ตามชื่อของ ราล์ฟ ไคเนอร์ นักเบสบอลชื่อดัง

เขาสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยโฮลีครอส (College of the Holy Cross) ในวูสเตอร์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ในปี 1964 แม้ว่าเขาจะถูกปฏิเสธการเข้าเรียนในระดับบัณฑิตศึกษาที่โรงเรียนวารสารศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่เขากลับมองว่าเรื่องนี้เป็นความภาคภูมิใจในเวลาต่อมา เขาเริ่มต้นอาชีพนักข่าวที่ Worcester Telegram ก่อนจะย้ายไปเป็นนักข่าวกีฬาที่ Philadelphia Bulletin และคอลัมนิสต์ที่ The Philadelphia Inquirer และต่อมาได้เป็นนักเขียนประจำที่ Los Angeles Herald Examiner ในปี 1979

นอกจากงานเขียนแล้ว แมคกินนิสยังเคยสอนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่วิทยาลัยเบนนิงตัน (Bennington College) ในรัฐเวอร์มอนต์ ระหว่างปี 1982 ถึง 1985 โดยมีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียง เช่น ดอนนา ทาร์ตต์ และ เบรต อีสตัน เอลลิส

เส้นทางอาชีพและผลงานที่โดดเด่น

The Selling of the President 1968

ผลงานเล่มแรกของเขา The Selling of the President 1968 กลายเป็นหนังสือขายดีในรายการ New York Times Best Seller เมื่อเขาอายุเพียง 26 ปี ทำให้เขากลายเป็นนักเขียนที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้นที่ประสบความสำเร็จในระดับนี้ หนังสือเล่มนี้วิเคราะห์การตลาดทางการเมืองในการหาเสียงของ ริชาร์ด นิกสัน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีปี 1968 ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นงานเขียนคลาสสิกที่เปิดเผยโลกของการจัดการภาพลักษณ์ทางการเมือง

ไตรภาคคดีอาชญากรรมจริง (True Crime)

ในช่วงทศวรรษ 1980 และต้นทศวรรษ 1990 แมคกินนิสได้สร้างชื่อเสียงอย่างมากจากหนังสือแนวอาชญากรรมจริง 3 เล่ม ได้แก่ Fatal Vision, Blind Faith และ Cruel Doubt ซึ่งทั้งสามเล่มถูกนำไปสร้างเป็นมินิซีรีส์ทางโทรทัศน์

  • Fatal Vision (1983): เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมของเจฟฟรีย์ แมคโดนัลด์ ซึ่งกลายเป็นหนังสือที่ขายดีตลอดกาลและนำไปสู่การฟ้องร้องทางกฎหมายเมื่อแมคโดนัลด์กล่าวหาว่าแมคกินนิสหลอกลวงเขาเพื่อให้ได้ข้อมูลมาเขียนหนังสือ
  • Blind Faith (1989): อ้างอิงจากคดีฆาตกรรมของโรเบิร์ต โอ. มาร์แชลล์ นักธุรกิจชาวอเมริกันที่ถูกตัดสินว่าจ้างวานฆ่าภรรยาของตนเอง
  • Cruel Doubt: ผลงานอีกเล่มในชุดอาชญากรรมที่เน้นการสืบสวนเชิงลึกและการนำเสนอข้อเท็จจริงที่น่าตกใจ

ผลงานช่วงท้ายของชีวิต

หนังสือเล่มสุดท้ายของเขาคือ The Rogue: Searching for the Real Sarah Palin ซึ่งเป็นการสำรวจตัวตนและชีวิตของ ซาราห์ พาลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสกาและผู้สมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันในปี 2008

คำถามที่พบบ่อย

โจ แมคกินนิส มีชื่อเสียงจากผลงานเล่มใดมากที่สุด?

เขามีชื่อเสียงอย่างมากจากหนังสือ The Selling of the President 1968 ที่วิเคราะห์การหาเสียงของริชาร์ด นิกสัน และไตรภาคหนังสืออาชญากรรมจริง โดยเฉพาะเรื่อง Fatal Vision

หนังสือ Fatal Vision นำไปสู่ปัญหาทางกฎหมายอย่างไร?

เจฟฟรีย์ แมคโดนัลด์ ผู้ถูกกล่าวหาในคดีฆาตกรรม ได้ฟ้องร้องแมคกินนิส โดยอ้างว่าเขาถูกหลอกให้ร่วมมือกับนักเขียนเพื่อให้ได้ข้อมูลมาเขียนหนังสือ

โจ แมคกินนิส เคยประกอบอาชีพอื่นนอกเหนือจากนักเขียนหรือไม่?

ใช่ เขาเคยเป็นนักข่าวในหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และเคยเป็นอาจารย์สอนวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่วิทยาลัยเบนนิงตัน